ที่ประชุมวุฒิสภาเดือด! สว.น้ำเงิน ปะทะ พันธุ์ใหม่ โต้ลั่นไล่ออกจากห้องประชุม

8 ก.ค. 2568- ที่ประชุมวุฒิฯ หวิดเดือด ‘พิสิษฐ์​‘ ไล่ ‘นันทนา’ ออกจากห้อง หลังขอชะลอโหวตเลือก กก.ติดตามการปฏิบัติงาน กสทช. ด้าน เจ้าตัวลั่น “ท่านไม่สิทธิ์ไล่ดิฉัน” ยัน ไม่ร่วมสังฆกรรมแน่ ถามจี้ใจดำสามัญสำนึกมีอยู่สูงกว่ากฎหมายหรือไม่-ทำเพื่อปชช.หรือกลุ่มตัวเอง ทำ ‘มงคล’ รีบชิงวินิจฉัยให้จบ ก่อนเข้าสู่การประชุมลับ

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณาเลือกกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการคมนาคม (กสทช.)​ พ.ศ.2553 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. หารือว่า กลุ่มบุคคลที่เรากำลังจะให้ความเห็นชอบจะมาทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. เป็นซูเปอร์บอร์ด จึงถือว่ามีความสำคัญ ท่านภูมิใจหรือที่จะทำหน้าที่เห็นชอบตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ ในขณะที่สว.เกินครึ่งสภาถูกแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องที่มามิชอบ แล้วเหตุใดท่านถึงกระเหี้ยนกระหือรือที่จะลงมติให้ได้ ทั้งที่ค้านความรู้สึกของผู้คน ยิ่งท่านลงมติไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มมรดกบาปให้แก่สังคมมากขึ้นเท่านั้น หากสุดทางแล้วพบว่าท่านขาดคุณสมบัติหรือตรงกันข้ามหากท่านบริสุทธิ์ ท่านก็รอจนท่านแก้ข้อกล่าวหาให้สิ้นสงสัยเสียก่อน หรือหลุดพ้นมาเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วค่อนมาลงมติ ก็ไม่สายเกินไป ตำแหน่งเหล่านี้รอได้ ตนจะไม่ยอมให้เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติเด็ดขาด และจะไม่ยอมให้การลงมติของสว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่เห็นว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องการเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระและบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนเคยสื่อสารในสภาหลายครั้งแล้ว รวมถึงเคยโน้มน้าวใจให้ท่านเห็นถึงการขัดกันของผลประโยชน์ ที่ท่านเป็นผู้ถูกกล่าวหาแล้วไปเลือกผู้มาตัดสินคดีของท่าน สิ่งนี้จะเป็นการทำลายหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลทั้งหมด รวมถึงทำให้เห็นถึงการแสดงความไม่พอใจของประชาชน ที่ต้องการให้คดีการฮั้วสว.ถึงที่สุดก่อน ก่อนที่ท่านจะทำหน้าที่ในการลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ

“หากดึงดันที่จะลงมติในวันนี้ หรือสังคมอาจจะมองว่า ท่านใช้สถานะสว.เพื่อประโยชน์แห่งตัวท่านเองโดยแท้ ท่านอาจจะโต้แย้งเรื่องข้อกฎหมายว่าไม่มีตัวกฎหมายใดให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นบางส่วนได้ หรืออาจจะมีคนร้องว่าสว.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ดิฉันต้องยกในสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้ว นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แนะนำให้ชะลอการลงมติในเรื่องชะลอการทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ ซึ่งเขาเคยบอกว่าแม้กฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้ก็จริง แต่ประเด็นที่ละเอียดกว่ากฎหมาย สมควรทำหรือไม่ จะฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นแล้วที่คิดว่าไม่มีปัญหาจะมีปัญหาใหญ่ทีเดียว เวลาตรวจสอบคนที่ทำหน้าที่สำคัญต้องตรวจสอบทางจริยธรรมว่าเป็นแบบอย่างได้หรือไม่ เมื่อเราตรวจสอบเขา คนตรวจสอบก็ต้องมีมาตรฐานจริยธรรม หากท่านไม่ปิดหูปิดตาตัวเอง ท่านย่อมทราบดีว่าขณะนี้ประชาชนจำนวนมากกล่าวขานถึงสว.ชุดนี้อย่างไร เขาคลางแคลงใจที่มาของสว.ชุดนี้อย่างไร ความเป็นสว.ของท่านจะสูงขึ้นหากท่านใช้จิตสำนึกและจริยธรรมของท่านให้มาก ประชาชนจับตาดูอยู่” น.ส.นันทนา กล่าว

ด้านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ลุกขึ้นโต้ว่า ประเด็นนี้เราเคยลงมติไปแล้ว ไม่ทราบว่าผู้อภิปรายฟังไม่เข้าใจหรือไม่เคารพประชาธิปไตยเสียงข้างมาก ซึ่งวันนั้นซึ่งที่ตนเห็นคือน.ส.นันทนาไม่ได้เข้าร่วมและเดินไป วันนี้หากท่านรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น ตนรู้สึกว่าประตูด้านหลังสองบานด้านหลังว่างอยู่ ตนแนะนำให้เดินออกไปได้เลย เพราะวันนี้คงจะต้องมีการลงมติกัน ประเทศนี้เราใช้ระบบประชาธิปไตย รวมถึงอยากให้ประธานควบคุมการประชุมด้วย

ขณะที่นายมงคล วินิจฉัยว่า ในวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาญัตติของนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เกี่ยวกับการชะลอการทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบของวุฒิสภา ซึ่งเราได้อภิปรายกันไปแล้ว ดังนั้น ตนคิดว่าในการดำเนินการวันนี้จึงจะเป็นไปตามมติที่ประชุมคือขอให้หยุดเรื่องนี้ได้แล้ว

ทำให้ น.ส.นันทนา ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า “ท่านไม่มีสิทธิ์ไล่ดิฉันออกจากห้องประชุม ดิฉันมีสิทธิ์ที่จะอภิปรายในตรงนี้ในฐานะผู้รับใช้ประชาชน และประชาชนจะเป็นไล่คนที่ไม่มีความเหมาะสม คนที่ไม่ทำหน้าที่เพื่อประชาชน ดิฉันต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำเพราะท่านยังทำหน้าที่ตรงอยู่ ซึ่งดิฉันจะไม่ร่วมลงมติตรงนี้แน่นอน และขอเรียกร้องจิตสำนึกที่มีอยู่สูงกว่ากฎหมายว่าท่านมีหรือไม่ ท่านพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ของประชาชนหรือไม่ หรือท่านกำลังทำเพื่อผลโยชน์ของตัวท่านและกลุ่มของท่าน อย่าใช้วาจาเช่นนี้” จากนั้น นายมงคลวินิจฉัยให้จบเรื่องนี้ ก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุมลับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนพร' มองคดีฮั้ว สว. เอาน้ำเงินไม่ลง เหตุวนใช้ข้อมูลเดิม ไร้หลักฐานเส้นเงินสำคัญ

นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้ความเห็นถึงความเคลื่อนไหวกรณีการตรวจสอบคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวยังคงอาศัยข้อมูลชุดเดิมที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และไม่น่าจะทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นายธนพรกล่าวว่า ในช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ นายภูมิธรรม เวชชยชัย

'อนุทิน' ชี้ 'ศุภชัย' ย้อนเกล็ด ปชน. ฮั้ว สว.สีส้ม ทำตามหน้าที่มือกฎหมายพรรค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทํางานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ตรวจสอบคืนกรณีฮั้วสว.สีส้ม นายกฯเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ ว่า นายศุภชัย ทําหน้าที่ของท่าน

“กกต.”อยู่ระหว่างเขาควาย ถูกบีบเลือก"เส้นทางรอด"

คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ต้องวัดใจ เพราะนับตั้งแต่จบการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ข้อครหาเรื่องขบวนการจัดตั้ง การเดินสายจองห้องพักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การแจกตั๋วเครื่องบิน ตลอดจนตารางโพยลงคะแนน ได้กลายเป็นของติดตัว สว.ชุดปัจจุบันสัดส่วนเกินครึ่งสภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า "สว.สีน้ำเงิน"

วุฒิสภา แถลงผลงาน 2 ปี ปัดครหา สว.สีน้ำเงิน มองคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่างๆ

คิดให้ดี! กกต. ตัดจบ 'คดีฮั้ว สว.' เปิดช่องล้มรัฐบาล

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอฟ้องศาล