'ศุภชัย' ย้อนศร 'อภิสิทธิ์' เคยบอยคอตเลือกตั้ง 2 ครั้ง ก่อนวิกฤตจบด้วยรัฐประหาร 'ล้มล้างการปกครองหรือไม่'

28 ส.ค.2569-นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังตั้งคำถามพรรคการเมืองส่งคน “ยึดครองวุฒิสภา” และอาจใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองหรือไม่ ย้ำข้อกล่าวหาร้ายแรงต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐานทางการเมือง พร้อมย้อนประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ เคยไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งปี 2549 และ 2557 ชี้หากกล่าวหา “สว.สีน้ำเงิน” หรือ ภท. ส่งคนเข้าไปยึดครองวุฒิสภา ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า “ใครส่งใคร ส่งอย่างไร มีคำสั่งหรือข้อตกลงอะไร” ก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยมีข้อความที่โพสดังนี้

“ก่อนกล่าวหาภูมิใจไทยยึดครองวุฒิสภา ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองจะ “โดยเปิดเผยหรือแอบ” ส่งคนมายึดครองวุฒิสภา เข้ามาอยู่ในองค์กรอิสระ เพื่อช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือวุฒิสภาผิด และทำให้ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้หรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าคนเหล่านี้กำลังใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อ “ล้มล้างการปกครองหรือเปล่า” คำถามนี้รุนแรง และพาดพิงถึงรากฐานของระบอบประชาธิปไตยโดยตรง

พรรคภูมิใจไทยจึงมีสิทธิถามกลับเช่นเดียวกันว่า ก่อนจะกล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่า “ยึดครองวุฒิสภา” หรือถึงขั้น “ล้มล้างการปกครอง” เราควรใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หรือใช้เพียงความรู้สึกและข้อสันนิษฐานทางการเมือง?

หากมีหลักฐานว่าพรรคภูมิใจไทยหรือบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ก็ขอให้นำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ให้ กกต. ศาล หรือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้วินิจฉัย

แต่ตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด การพูดในลักษณะเสมือนว่ามีพรรคการเมือง “ส่งคนเข้าไปยึดครองวุฒิสภา” ย่อมต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะ ข้อกล่าวหาทางการเมืองไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางกฎหมาย
และถ้าจะพูดกันถึงเรื่อง “ประชาธิปไตย” ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปิดประวัติศาสตร์ดูด้วยมาตรฐานเดียวกัน

พรรคประชาธิปัตย์เคยตัดสินใจ ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั่วไปครั้งสำคัญถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นตัดสินใจบอยคอต ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ครั้งที่สอง การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีมติ ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง อีกครั้ง ท่ามกลางกระแส “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนกหวีดคือภาพจำของคนทั้งประเทศ

และข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ก็คือ วิกฤตการเมืองทั้งสองช่วงจบลงด้วยการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557

ผมไม่ได้กล่าวว่า การไม่ส่งผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์เป็นเหตุให้เกิดรัฐประหาร เพราะการกล่าวเช่นนั้นเป็นการสรุปเหตุและผลเกินกว่าข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ควรถามคือ ในวันที่พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าสู่สนามเลือกตั้งและให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เหตุใดจึงเคยเลือกไม่เข้าสู่สนามเลือกตั้งถึงสองครั้ง?

วันนี้จึงเป็นเรื่องน่าคิด เมื่อพรรคที่มีประวัติศาสตร์เช่นนี้กลับตั้งคำถามกับพรรคการเมืองอื่นอย่างรุนแรงถึงขั้นว่า กำลังใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อ “ล้มล้างการปกครองหรือเปล่า”

ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่า พรรคการเมืองหนึ่งจะสามารถประกาศว่าใครเป็น “สว.ของพรรคไหน” ได้จากความใกล้ชิด จากการลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกัน หรือจากข้อกล่าวหาทางการเมือง

หากจะกล่าวว่าใครเป็น “สว.สีน้ำเงิน” หรือเป็นคนที่พรรคภูมิใจไทย “ส่งเข้าไปยึดครองวุฒิสภา” ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ใครส่งใคร ส่งอย่างไร มีคำสั่งอะไร มีการตกลงหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อย่างไร และพฤติการณ์ใดเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเพราะหลักนิติรัฐไม่ได้ตัดสินคนด้วยสีไม่ได้ตัดสินด้วยฉายาทางการเมืองและไม่ได้ตัดสินด้วยการพูดซ้ำ ๆ จนสังคมเชื่อแต่ตัดสินด้วยข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย

พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธสิทธิของนายอภิสิทธิ์ในการตั้งคำถาม นายอภิสิทธิ์มีเสรีภาพที่จะวิพากษ์วิจารณ์ และพรรคภูมิใจไทยก็มีเสรีภาพที่จะถามกลับเช่นกันว่า หลักฐานอยู่ที่ไหน? หากมี ก็ให้นำออกมาและพิสูจน์กันตามกฎหมาย แต่หากยังไม่มี ก็ไม่ควรนำข้อสันนิษฐานทางการเมืองมาประกาศเป็นข้อเท็จจริง แล้วขยายไปถึงข้อกล่าวหาร้ายแรงว่าอีกฝ่ายกำลัง “ล้มล้างการปกครอง”

ที่สำคัญที่สุด หากเราจะเรียกร้องให้ทุกพรรคเคารพประชาธิปไตย ก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย รวมทั้งกับประวัติศาสตร์ของพรรคตนเองด้วย เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่คำที่มีไว้กล่าวหาคนอื่น และหลักนิติรัฐก็ไม่ใช่การตั้งข้อกล่าวหาก่อน แล้วค่อยหาพยานหลักฐานมารองรับทีหลัง กล่าวหาทางการเมืองทำได้ แต่กล่าวหาว่าใคร “ยึดครองวุฒิสภา” หรือ “ล้มล้างการปกครอง”

ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า—หลักฐานคืออะไร?

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รักชนก' โวยประธานสภาฯ เรียกคุย กมธ. 35 คณะ หวังจำกัดอํานาจ ขวางตรวจสอบรัฐบาล

'ไอซ์ รักชนก' เดือด หลัง 'ปธ.สภา' เรียก 'ปธ.กมธ. 35 คณะ' หารือขอบเขตอํานาจ จี้ถาม 'ศุภชัย' ละอายใจบ้างหรือไม่ หลังชง จำกัดอำนาจการทำงาน กมธ. ชี้ รัฐบาลกลัวโดนขุดคุ้น ลั่น ปัดตกทุกเรื่องที่ตรวจสอบ โอด 'ฝ่ายค้าน' เหลือทางตรวจสอบเดียวใน 'กมธ.' ปัดตอบปม 'สส.ไอเดียร์' ก่อนเดินหนีวงสัมภาษณ์

'ศิริโชค' แจงดีเอสไอ พบพิรุธอื้อ 'สส.ไอเดียร์' รู้สามีเอี่ยวเว็บพนัน จี้สอบผลประโยชน์ทับซ้อน

"ศิริโชค" หอบหลักฐานคุ้ยเว็บพนันคริปโท "Shuffle.com" ส่งดีเอสไอ แฉเส้นเงินคนไทยสะพัด 118 ล้าน จี้รับคดีพิเศษสอบผลประโยชน์ทับซ้อน ซัด "สส.ไอเดียร์" รู้อยู่แล้วสามีเอี่ยวแต่ย้ายนั่งเลขาฯ ดีอีเอสปล่อยบ่อนเปิด ชี้ความผิดอาญาแผ่นดินสำเร็จแล้ว ปัดรับงานการเมือง ลั่นตรวจในนาม ปชช. ไม่ทรยศอุดมการณ์ 30 ปี

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'อนุทิน-ธรรมนัส' ควบรวมพรรคไม่ได้ แต่จับมือหนุนรัฐบาลได้

ตามที่มีกระแสข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารอินเดียกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าจะควบรวมพรรคการเมืองได้

'ไอเดียร์' ปากแซ่บ! เหน็บ 'ศิริโชค' นึกว่าเป็นวอลล์เปเปอร์ หลังพาสามีแจงดีเอสไอ ปมถือหุ้นเว็บพนัน

“สส.ไอเดียร์” ควงสามีสัมภาษณ์สื่อ หลังพบดีเอสไอ โต้ปมถือหุ้นเว็บพนัน 1.47% ซัดอดีตนักการเมืองขุดเอกสารเก่า 5 ปีก่อนมาจับแพะชนแกะหวังผลการเมือง ฟาดกลับ "ไอซ์ รักชนก" อย่าตั้งคำถามดิสเครดิต ลั่นมั่นใจบริสุทธิ์พร้อมให้ตรวจสอบทุกมิติ

'จุลพันธ์' ย้ำมารยาทการเมืองโหวตหนุนผ่านศึกซักฟอก แม้จะถูกถล่มฮั้วสว.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ใ