แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยรัฐบาลไม่ได้ทักท้วง กรณีเปิดขอรับบริจาคสิ่งจำเป็นจากภาคประชาชน ระบุเป็นหน้าที่ผู้บังคับบัญชาต้องจัดหาเครื่องป้องกันความปลอดภัยให้ลูกน้อง หากประชาชนบริจาคก็ยินดีรับไว้
14 ส.ค.2568 – พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่กองทัพภาคที่ 2 ได้ขอรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงจากประชาชน ว่าแม้วานนี้ (13 ส.ค.68) จะมีการแจ้งผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ของกองทัพภาคที่ 2 ว่า ได้รับครบถ้วนแล้ว แต่ถ้าประชาชนยังคงมีความประสงค์จะบริจาคให้ ก็พร้อมยินดีรับไว้เสมอ
เมื่อถามว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาทักท้วง ว่าอย่าเปิดขอรับบริจาคในลักษณะนี้ เนื่องจากจะส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อรัฐบาล หรือไม่อย่างไร พลโท บุญสิน กล่าวว่า ท่านไม่ได้โทรมากำชับ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะว่าเรื่องลวดหนามก็เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการบริจาคกางเกงในถุงเท้าอะไรพวกนี้ ซึ่งขณะนี้เราก็ได้ครบแล้ว งบประมาณ รัฐบาลท่านก็สนับสนุนให้อยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เพื่อจัดหายุทโธปกรณ์ตามระเบียบราชการมีความล่าช้านั้น พล.ท. บุญสิน ยอมรับว่าก็มีส่วน ในขณะนี้เราควบคุมพื้นที่ได้จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้ลวดหนามเพื่อป้องกันพื้นที่ ลดการลาดตระเวนของทหารไทย
เมื่อถามย้ำว่า ความสัมพันธ์กับของกองทัพกับรัฐบาล ไม่ได้มีนัยต่อกันใช่หรือไม่ พลโท บุญสิน ยืนยันว่าไม่มี เราก็ทำหน้าที่ป้องกันชายแดน รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของรัฐบาลในการบริหารประเทศ
ถามว่า สถานการณ์ในบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ขณะนี้ ยังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดจากฟังกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง จะต้องมีการจัดหารองเท้าที่สามารถป้องกันทุ่นระเบิดให้กับทหารหรือไม่ เพื่อสร้างความปลอดภัยใน0การลาดตระเวน พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้บังคับบัญชาพยายามหาวิธีการ มีการดูรองเท้ารุ่นต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีราคาและต้องใช้เวลาในการจัดหา และเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่ต้องจัดหาให้ลูกน้อง
เมื่อถามว่า แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงก็หยุดลาดตระเวนไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.ท.บุญสิน ระบุว่า บางจุดมีความจำเป็น เนื่องจากถ้าไม่ไปลาดตระเวน อาจถูกยึดคืนหรือถูกข้าศึกรุกคืบเข้ามา แต่ก็ต้องใช้ความพยายามและใช้วิธีที่รอบคอบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรหรือเครื่องตรวจทุกระเบิด หรือใช้โดรนในการลาดตระเวน การใช้รถกวาดทุ่นระเบิดก็เป็นประโยชน์ แต่ในบางจุดรถไม่สามารถเข้าได้เนื่องจากเป็นป่าทึบก็ต้องใช้วิธีอื่น
เมื่อถามว่า การจัดหารองเท้าป้องกันทุ่นระเบิด ให้กับกำลังพลนั้น จำเป็นต้องอาศัยงบประมาณจากรัฐบาลหรือต้องเปิดรับบริจาคเช่นที่ผ่านมา พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ก็ต้องดูอีกที หากมีการบริจาคก็ยินดีรับ รวมถึงทางรัฐบาลและกองทัพก็มีหน้าที่ต้องจัดหาอยู่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
แม่ทัพภาค 2 ตรวจเยี่ยมการทำลายทุ่นระเบิด-กระสุนปืนใหญ่ตกค้างพื้นที่ อ.บ้านกรวด
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการจัดทำลายวัตถุระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา ที่ยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จำนวน 9 ลูก ที่ตรวจพบยังไม่ระเบิด การจุดระเบิดทำลายในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยดี ส่วนการสู้รบรอบที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ บอกเป็นเรื่องของอนาคต ขอให้ทำปัจจุบันให้พร้อม
'อนุทิน' ยกเลิกหาเสียงพังงาพร้อมสั่ง 'พิพัฒน์'บินด่วนบัญชาการเหตุการณ์เครนมรณะ
'อนุทิน' ยกเลิก หาเสียงพังงา สั่ง 'พิพัฒน์' บินด่วน บัญชาการเหตุการณ์ เครนถล่มรถไฟสีคิ้วโคราช เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ - ผู้เสียชีวิต แนะ รฟท.แจ้งความดำเนินคดี ผู้รับเหมา
'พิพัฒน์' สั่งอธิบดีกรมรางลงพื้นที่ด่วนเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว
'พิพัฒน์' สั่งอธิบดีกรมราง - รักษาราชการผู้ว่าฯ รฟท. เร่งลงพื้นที่เหตุเครนถล่มทับรถไฟ สีคิ้ว นครราชสีมา เบื้องต้นเสียชีวิต 4 บาดเจ็บ 20 พร้อมประสานกระทรวงแรงงาน ใช้เงินประกันสังคมเยียวยา
เปิดภาพ 'แม่ทัพภาค 2' พักค้างคืน ใช้ชีวิตร่วมกับกำลังพลแนวหน้า พื้นที่ตามาเรีย-สัตตะโสม
พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่แนว ตามาเรีย–สัตตะโสม ตรวจเยี่ยมกำลังพล ติดตามสถานการณ์จริง จากประสบการณ์ตรงในพื้นที่ที่เคยปฏิบัติภารกิจมาก่อน
ส่อมีรอบ3! ทหารไทยบาดเจ็บ 1 นายที่เนิน 469 ช่องบก ถูกกระสุนปืนค.ยิงจากฝั่งเขมร แม่ทัพภาค 2 ลงพื้นที่แล้ว
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กรณีมีปืน ค. ยิงเข้ามาที่เนิน 469 ช่องบก จ.อุบลราชธานี ส่

