"วันนอร์" ชี้สภาฯล่ม ช่วงถก พรบ.อากาศสะอาด เป็นสถานการณ์เฉพาะ อยู่ระหว่างปรับตัว คงต้องใช้เวลาสักพัก เชื่อแถลงนโยบายรัฐบาลไร้ปัญหา เหตุปชช.ทั่วประเทศจับตาดูอยู่ ชิ่งตอบตั้ง "ผู้กองแคท" ช่วยงาน
26 กันยายน 2568 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ จนสภาล่มเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ในช่วงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หรือกฎหมายอากาศสะอาด ว่า เป็นความรับผิดชอบของสส. ที่จะต้องมาประชุมให้ครบองค์ประชุม หากไม่ครบสภาฯต้องปิดประชุม ส่วนตัวยังเชื่อว่าต่อไปไม่น่าจะมีปัญหา ต้องใช้เวลาสักพัก ทุกอย่างก็มักเป็นเช่นนี้
“เรื่องนี้ถือเป็นสถานการณ์เฉพาะ ฝ่ายหนึ่งอยากเสนอญัตติที่เกี่ยวกับปัญหาถนนทรุดที่หน้าโรงพยาบาลวชิระขึ้นมาอภิปรายก่อน แต่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดก็สำคัญ ดังนั้นเมื่อมีการพูดคุยแล้วก็มีการแสดงความเห็นไม่พอใจออกมา แต่ผลเสียคือสภาฯต้องปิดก่อน ก็มองเห็นว่า ภาพของสภาฯเสีย แต่ถือว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะ คงไม่เกิดขึ้นทุกวัน”นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทุกสมัยประชุม ก็อาจมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะปรับได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านแตกออกเป็น2ฝั่ง จะทำให้งานสภาฯเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ระหว่างการปรับตัว เชื่อว่าคงปรับตัวได้ เพราะเคยทำงานร่วมกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เรื่องความเห็นต่างจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ในที่สุดสภาฯเป็นของสมาชิกทุกคน ไม่น่าจะต้องมีปัญหา สักพักคงปรับตัวกันได้
เมื่อถามย้ำว่าจาการประชุมเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ต่างฝ่ายต่างโทษกันเอง ใครต้องรับผิดชอบ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากดำเนินการประชุมไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบ
ต่อข้อถามว่าในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 29-30 ก.ย.นี้ หากองค์ประชุมไม่ครบจะทำอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า แล้วแต่ที่ประชุม และขึ้นอยู่กับกติกา แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาในวันดังกล่าว เพราะประชาชนติดตามฟังกันอยู่ทั่วประเทศ คงไม่น่ามีปัญหาในเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ เพราะนโยบายเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแถลง ประชาชนทั่วประเทศรอฟังอยู่
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพรรคประชาชนไปสนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นความเห็นที่แตกต่าง เป็นเรื่องธรรมดา เราจะไปบังคับใครไม่ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่เลขานุการประธานรัฐสภา ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ขอตัว ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก(ผู้กองแคท)นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ กรมการปกครอง มาช่วยราชการที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรณีพิเศษ นายวันมูหะมัดนอร์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมเดินเข้าลิฟต์ไปทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' อ้อนคนอำนาจเจริญเลือกเพื่อไทย 2 ใบ ชาวบ้านแห่เรียก นายกฯเชน
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมาลงพื้นที่ปราศรัยช่วย น.ส.พิมพ์วิภา บัวบุตร ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต1 เบอร์ 3 และน.ส.วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 เบอร์ 3 โดยมีประชาชนมารับฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ โดยประชาชนได้มอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง ข้าวตอกแตก อโวคาโด และสายสะพายตำแหน่งนายกฯ คนที่ 33
'ยศชนัน' ปราศรัยมุกดาหาร ดันเมืองการค้า-ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย และคณะ เดินทางมายัง จ.มุกดาหาร เพื่อปราศรัยช่วยนายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร สส.มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร สส.มุกดาหาร เขต 2 หาเสียง
เพื่อไทย เปิด 5 ข้อสังเกต ปัญหาเลือกตั้งล่วงหน้า
นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการสังเกตการณ์ออกเสียงลงคะแนนที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งเป็นการลงคะแนนล่วงหน้า
‘น้องโย๋ วรัดดา’ เบอร์ 3 ชูการเมืองปากท้อง ฟังเสียงชาวบ้านอำนาจเจริญ
“วรัดดา ประเสริฐศรี” ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย หมายเลข 3 เขต 2 อำนาจเจริญ เดินหน้าการเมืองจากพื้นที่จริง เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากจากเสียงเกษตรกร แรงงาน และผู้ค้ารายย่อย หวังให้การเมืองตอบโจทย์ชีวิตประชาชน
โค้งสุดท้ายหาเสียง 'เพื่อไทย' ปราศรัยเดือด ซัดกลับภูมิใจไทย ท้า 'อนุทิน' ดีเบต
"ยศชนัน" แอ่วเชียงรายช่วย "ยิ้ม วิสาระดี-วิสาร-ต้นน้ำ ธนรัช" หาเสียง "หนิม" ซัด "หนู‘ ยกคลั่งชาติ ทำคนแตกแยก เหน็บ ฟังแต่ ’เนวิน‘ ใช้เหตุชายแดนหวังผลเลือกตั้งเหมือน ’อังเคิล‘ ท้าดีเบตสักครั้งก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ ‘ณัฐวุฒิ’ ยั้ว ‘อนุทิน’ ถามสู้คดีสว.หรือไม่
'อนุทิน' ฉะ 'เต้น ณัฐวุฒิ' ตลกหน้าม่านชอบสร้างวาทกรรม ไม่รู้เอาใจใครหวังได้ตำแหน่ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี ซึ่งมองกันว่าเป็นการปราศรัยที่ดุเดือด ว่า ก็เป็นการปราศรัยปกติ ในจุดที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยที่จะปักธงให้ได้

