
การเลือกประธานกรรมาธิการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ น่าจะใช้วิธีหารือกันนอกรอบเพื่อให้ได้ข้อสรุปเสียก่อน จะดีกว่าการใช้วิธีลงคะแนนในที่ประชุม
19 ต.ค.2568-นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่พรรคประชาชนเตรียมจะเสนอนายณัฐวุฒิ บัวประทุมเป็นประธานกรรมาธิการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วต่อมานายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แสดงความเห็นไม่ติดใจที่จะต้องให้ประธาน กรรมาธิการมาจากพรรคประชาชนนั้น ผมมีความเห็นว่าคุณณัฐวุฒิก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในทางกฎหมาย รวมทั้งมีประสบการณ์มากในการทำหน้าที่กรรมาธิการ เคยเป็นกรรมาธิการในคณะเดียวกันกับผมก็เห็นฝีมืออยู่
แต่หากจะพิจารณาจากการที่เรากำลังจะใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นหลัก ก็มีเรื่องน่าคิดอยู่เหมือนกัน คือต้องยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนี้ มีประเด็นสำคัญ ๆ ที่เห็นต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะในเรื่อง
1. ที่มาของสสร.และคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ต้องพยายามให้ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด และไม่ถูกกำหนดโดยฝ่ายที่มีเสียงข้างมากในรัฐสภาไปเสียหมด ในประเด็นนี้ยังมีข้อกังวลว่าแบบใดจึงจะไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย
2.เมื่อสสร.พิจารณามาแล้วจะให้รัฐสภาพิจารณามากน้อยเพียงใด ซึ่งก็มีต่างกันเป็นสามแบบคือแบบที่หนึ่งให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เท่านั้น แบบที่สองคือให้รัฐสภาให้ความเห็นแล้วให้สสร.ไปแก้ไขปรับปรุงหรือยืนยันกลับมา และแบบที่สามคือให้รัฐสภาพิจารณา ร่างของสสร.เป็นรายมาตราทุกมาตราอีกรอบหนึ่ง
เมื่อยังประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันมาก ๆ อยู่อย่างนี้การให้ประธานมาจากพรรคที่เป็นเจ้าของร่างหลักก็อาจจะทำงานด้วยความไม่สบายใจ โดยเฉพาะเมื่อมีความเห็นต่างจากร่างหลักแล้วประธานจะต้องสรุป ก็อาจจะวางตัวลำบาก เมื่อเป็นอย่างนี้การให้ผู้ที่ไม่ได้มาจากพรรคที่เป็นเจ้าของร่างหลักน่าจะดีกว่า
ในความเห็นของผมถ้ามาจากพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยก็มีข้อดีคนละอย่าง พรรคภูมิใจไทยน่าจะหารือกับพรรคประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเอ็มโอเอได้ดี และพรรคภูมิใจไทยก็ยังเข้าใจข้อห่วงใยของสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนได้ดีกว่าพรรคอื่นด้วย
ส่วนพรรคเพื่อไทยมีข้อดีตรงที่อยู่ตรงกลางๆ ร่างของพรรคก็ตกไปแล้ว เวลาประธานจะสรุปเรื่องยาก ๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกมองว่าไม่เป็นกลาง นอกจากนั้นในแง่ตัวบุคคลเราก็มีความพร้อม เช่นอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งนอกจากเป็นนักกฎหมาย แล้วยังทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมายาวนานอีกด้วย
ในความเห็นของผมการเลือกประธานกรรมาธิการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ น่าจะใช้วิธีหารือกันนอกรอบเพื่อให้ได้ข้อสรุปเสียก่อน จะดีกว่าการใช้วิธีลงคะแนนในที่ประชุม แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้เป็นประธานกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าประธานจะมาจากพรรคใด และหวังว่าจะได้พิจารณาโดยคำนึงถึงข้อห่วงใยที่ผมได้กล่าวมาแล้วด้วยครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พท.' เฉ่งรัฐบาล! ดูแลปชช.ให้ดีกว่านี้ เยียวยาน้ำมันแพง-ต้นทุนเกษตร
'วิสุทธิ์' ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน เรียกร้องรัฐบาลดูแลให้ดีกว่านี้ เร่งออกมาตรการดูแลราคาพลังงาน ช่วยเหลือต้นทุนด้านเกษตร
วืดรายแรก! 'สุดาวรรณ' คุณสมบัติ รมต. ไม่ผ่าน ส่ง 'นิกร' เสียบแทน
ภายหลังการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฎว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
'จาตุรนต์' ชง 4 ทางออกวิกฤตพลังงาน!
'จาตุรนต์' เสนอ 4 ทางออกวิกฤตพลังงาน หวั่นวิกฤตลามทั้งเศรษฐกิจ แนะรัฐแก้ทั้งเฉพาะหน้า-วางแผนระยะยาว ลั่นอย่าปล่อยปชช.แบกภาระลำพัง
กลัวตกขบวน! 6 พรรคแห่ชงญัตติวิกฤติพลังงาน
'6 พรรค' ชงญัตติกู้วิกฤติพลังงาน 'โรม-มาร์ค' บี้นายกฯมาชี้แจง 'เอกนัฏ' จี้เปิดข้อมูลการส่งน้ำมัน เตือนสติ รมว.พลังงานคนใหม่กล้าแก้ปัญหา
'ยศชนัน' มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ
'ยศชนัน' มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบหลังเกิดวิกฤติน้ำมัน ชี้ทุกกระทรวงต้องบูรณาการทำงานกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เผยส่งชื่อว่าที่ ’รมต.เพื่อไทย’ ตรวจคุณสมบัติครบแล้ว
กลุ่ม สว. จี้รัฐบาลเร่งแก้ รธน. แม้อยู่ในช่วงวิกฤตสงคราม-น้ำมัน แต่ทำควบคู่กันได้
"สว.นรเศรษฐ์-พรชัย" จี้รัฐบาลชี้แจงกรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจนในการนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประเทศเผชิญวิกฤตสงครามและราคาพลังงาน แต่ประชาชนจำนวนมากยังรอคอย รธน.ใหม่ รัฐบาลสามารถทำควบคู่ไปกับการแก้วิกฤตดังกล่าวได้

