
โฆษกรัฐบาลเผยภารกิจ ‘นายกฯอนุทิน’ วันที่สาม ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 32 ตอกย้ำบทบาทเชิงรุกของไทยในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จับตาถกทวิภาคีปธน. ‘สี จิ้นผิง’
31 ต.ค. 2568 – เมื่อเวลา 08.52 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจวันที่สามของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 32 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี
ในช่วงเช้า เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 32 รอบที่ 1 (The 32nd APEC Economic Leaders’ Meeting Session 1) ภายใต้หัวข้อ “Towards a More Connected, Resilient Region and Beyond” ณ ศูนย์ประชุม Hwabaek International Convention (HICO) โดยไทยจะแสดงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ครอบคลุม สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม และดำเนินไปอย่างยั่งยืน พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ควบคู่กับการพัฒนาที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ช่วงบ่าย เวลา 12.40 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการหารือระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก (ABAC Dialogue with APEC Economic Leaders) ซึ่งเป็นการหารือในช่วงอาหารกลางวัน ณ ศูนย์ประชุม HICO โดยจะผลักดันความร่วมมือเพื่อความมั่งคั่งร่วมกันของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยต่อระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง พร้อมแสดงบทบาทเชิงรุกของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือครอบคลุมการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงในภูมิภาค และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสและขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกให้มีความมั่นคงและยั่งยืน
ต่อมาในเวลา 16.20 น. นายกรัฐมนตรีจะพบหารือทวิภาคีแบบเต็มรูปแบบกับนายสี จิ้นผิง (H.E. Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรม Kolon Gyeongju เพื่อกระชับความสัมพันธ์และหารือถึงความร่วมมือในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน
จากนั้นในช่วงเย็น เวลา 18.00 น. นายกรัฐมนตรีมีกำหนดร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกและรับชมการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ณ โรงแรม Lahan Select Gyeongju
“ภารกิจการเข้าร่วมประชุมฯ ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์เชิงรุกของไทยในการผลักดันความร่วมมือกับหุ้นส่วนภายนอก ซึ่งไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมแห่งการเติบโตที่ทั่วถึง มีนวัตกรรม และยั่งยืน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจผ่านกลไก ABAC เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายสิริพงศ์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569
'สิริพงศ์' ชี้เหตุสงครามตะวันออกกลาง ทำรัฐบาลต้องผลักดัน 'แลนด์บริดจ์'
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองรัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
โฆษกรัฐบาล สรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศเพื่อคนไทยในรอบสัปดาห์
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้มีการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการลงทุน การค้า การจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”

