นายกฯ “อนุทิน” เตรียมขึ้นเหนือลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นประธานส่งมอบโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง ป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่
19 พฤศจิกายน 2568 - นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เพื่อตรวจติดตามงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาลทั้งเรื่องการป้องกันอุทกภัยระยะเร่งด่วน ตลอดจนด้านความมั่นคงของชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยมีภารกิจและกำหนดการ ดังนี้
เวลาประมาณ 08.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ไปยัง จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิงเพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ ระยะเร่งด่วน ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ รวมทั้งจะเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสผู้บัญชาการทหารสูงสุดส่งมอบโครงการฯ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพบปะหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนที่มาร่วมพิธี
จากนั้น เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เพื่อแถลงผลการดำเนินการกรณีการดำเนินคดีกับขบวนการนำคนต่างด้าวมาสวมตัว และทำหลักฐานเท็จในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในเวลา 14.10 น. โดยประมาณ ในวันเดียวกัน ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
“การเดินทางไปตรวจราชการครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานด้านความมั่นคงของชาติ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการป้องกันอุทกภัย และการดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งล่าสุด 18 พฤศจิกายน 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้มีการศึกษา หารือ แนวทางการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
สำหรับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมคณะในการตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ อาทิ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอธิบดีกรมการปกครอง ฯลฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯซัด‘AI’คลิปเปิดด่าน เขมรโวยทะเบียนปราสาท
“อนุทิน” โวยคลิปเสียงเปิดด่านเป็น AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี
'อนุทิน' เดือดหนัก! ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐ 'น่าทุเรศ' ปล่อยนายทุนมาเฟียฮุบหาดฟรีด้อม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่เดินตรวจหาดฟรีดอมว่า มีคนมีความพยายามยึดพื้นที่ทั้งหมดที่ชาวบ้านอยู่และขับไล่ออกจากพื้นที่ ถ้ารัฐบาลไม่รีบเข้ามาก่อน ก็จะกลายเป็นรีสอร์ทโรงแรม เอาสค.มาขายให้ชาวบ้าน
นายกฯอนุทิน ขอโทษมาช้า ลงพื้นที่หาดฟรีด้อม จัดการปัญหาผู้มีอิทธิพลบุกรุกข่มขู่ทำร้ายชาวบ้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางต่อไปยังหาดฟรีด้อม ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ
'อนุทิน' พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางต่อมาที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยนายกฯกล่าวว่า เดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน
นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า
นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%
นายกฯ เสียงเข้ม! ช่วยไม่ได้ ทำผิดกฎหมายเอง หลังเกาหลีใต้สั่งแบนแรงงานไทย 4 จังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล

