'ณัฐพงษ์' ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ห่วงรัฐไร้หัวโต๊ะ-ศูนย์กลางข้อมูลที่ชัดเจน สร้างความสับสนหน้างาน-ช่วยเหลือได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
26 พ.ย.2568 - ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน ร่วมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยพบปะประชาชนที่ศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ค่ายเสนาณรงค์
โดยนายณัฐพงษ์ ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุดยังมีความน่ากังวล เนื่องจากยังคงมีประชาชนติดค้างอยู่ในพื้นที่อุทกภัยเป็นจำนวนมาก ตลอดสองวันที่ผ่านมานี้มีประชาชนจำนวนมากสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ โพสต์และคอมเมนต์ขอความช่วยเหลือ ซึ่งปัจจุบันหลายคนไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้แล้วเนื่องจากแบตเตอรี่โทรศัพท์หมดหรือสัญญาณอินเตอร์เน็ตมีปัญหา ด้วยความที่ประชาชนจำนวนมากยังคงรอความช่วยเหลืออยู่ในที่ประสบเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมาทีมอาสาสมัครและนักพัฒนาจำนวนหนึ่งจึงได้ช่วยกันทำงานตลอดคืนเพื่อกวาดข้อมูลจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยใช้ AI เพื่อการคัดแยก ผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และพิกัดผู้ขอความช่วยเหลือ โดยมีอาสาสมัครช่วยตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลก่อนส่งต่อเข้าสู่ jitasa.care เพื่อให้ทีมภาคสนามเข้าช่วยเหลือต่อได้ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการคัดแยกและส่งต่อข้อมูลเข้าระบบแล้วกว่า 20,000 ข้อความจากหลายแพลตฟอร์ม
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งจำเป็นที่สุดตอนนี้ คือการรวมศูนย์ข้อมูลการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ อาสาสมัคร และภาคประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้างานเห็นข้อมูลที่ตรงกัน ไม่ทำงานซ้ำซ้อน มีการจัดลำดับความสำคัญ และเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุด อย่างไรก็ตาม การทำงานของอาสาสมัครในเวลานี้ ยังไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของข้อมูลหลายด้าน แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะมีการตั้งศูนย์รับมือสถานการณ์ของรัฐแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าใครคือผู้บัญชาการสถานการณ์กันแน่ มีความสับสนว่าศูนย์การสั่งการอยู่ที่ใคร ระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ทั้งภาครัฐและอาสาสมัครภาคประชาชนที่ต้องเข้าพื้นที่ต้องฟังคำสั่งการ หรือคำขอความร่วมมือจากใครเป็นที่สุด
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลจากทั้งประชาชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนว่าการบริหารจัดการภัยพิบัติในเวลานี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ไม่มีคำสั่งการหรือคำชี้แนะที่ชัดเจนและเป็นระบบ การกระจายกำลังให้ความช่วยเหลือประชาชนยังเต็มไปด้วยความสับสน ต่างคนต่างทำ
“ศูนย์บริหารสถานการณ์ที่ตั้งขึ้นมาควรต้องมีการรวมศูนย์ข้อมูลที่เป็นไปในทิศทางเดียว คำสั่งต้องแน่ชัดเป็นทิศทางเดียวกัน กระจายกำลังทุกส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลต่อมาคือมุมมองต่อการจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์ล่าสุดที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาชี้แจงว่ารัฐมีการแจ้งเตือนประชาชนแล้ว แต่ประชาชนไม่ยอมย้ายออกเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ดังจะเห็นได้ว่าก่อนเกิดเหตุอุทกภัย หน่วยงานรัฐหลายส่วนสื่อสารไปคนละทิศคนละทาง ส่วนที่แจ้งเตือนก็แจ้งเตือนแบบคลุมเครือไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าต้องอพยพหรือไม่ กว่าจะมีคำสั่งชัดเจนให้อพยพก็เกิดอุทกภัยในพื้นที่จนประชาชนออกมาไม่ได้แล้ว หนำซ้ำก่อนน้ำท่วมบางหน่วยงานยังบอกว่าเอาอยู่ ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล
“ที่สำคัญไปกว่านั้น นอกจากรัฐบาลไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองที่มีการแจ้งเตือนไม่ชัดเจนและไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว รัฐบาลยังชี้แจงราวกับเป็นการกล่าวโทษประชาชน ปัดภาระให้พ้นตัว หรือหากจะไม่ยอมรับความผิด อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะเน้นสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มากกว่าที่จะปัดภาระและโทษประชาชนเช่นนี้”
นายณัฐพงษ์ย้ำว่า สิ่งที่รัฐต้องเร่งบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนตอนนี้คือ ต้องมีแผนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก เร่งตรวจสอบว่ามีบ้านไหนที่ยังตกค้างจากการอพยพออกมาจากบ้านที่พักอาศัย ให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และอาหาร รวมทั้งสำรวจพื้นที่พักพิงแต่ละแห่งว่าเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ รวมทั้งให้สำรองกรณีที่มีความเสี่ยงอาจเป็นพื้นที่ประสบภัยเพิ่ม ทุกวินาทีที่ผ่านไป คือความเสี่ยงภัยของชีวิตประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและกำลังเดินหน้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกแป้น โวยถูกกลั่นแกล้ง ผู้ว่าฯสงขลา ตั้งกก.สอบส่งเอกสารเยียวยาน้ำท่วมช้า
ผวจ.สงขลา สั่งตั้งกรรมสอบ นายกแป้น ข้อหาส่งเอกสาร 49,500 ล่าช้า ไม่มีเอกสาร สภ.1 สภ.2 เจ้าตัวโวยถูกการเมืองกลั่นแกล้ง
'ปชน.' ดาหน้าถล่ม กกต. บัตรเลือกตั้งไม่มีเลขต้นขั้ว สะท้อนชัดยอมรับเลือกตั้ง 8 ก.พ.มีปัญหา
ปชน. ด่าหน้าซัดกกต. ยอมรับโดยพฤตินัยแล้วว่า การใช้บัตรเลือกตั้งที่มี Barcode ที่สอบกลับได้ถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง นั้นอาจไม่ถือว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ
ชาวหาดใหญ่ไม่ต้องรออีกแล้ว! 'ภราดร' ขอบคุณ กกต. อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มอีก 2.2 พันล้าน
"รมต.แบด" ขอบคุณ กกต. อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือประชาชนในสัปดาห์นี้
'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน
'จูรี' ยันต้องการ 'ไล่ลม' จุดติดขัดจ่ายงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วม ไม่มุ่งหวังความนิยมทางการเมือง
กรณีนายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดงบเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่
'ภราดร' แจงปม 'จูรี' ทวงงบซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ติดขั้นตอนใด แขวะอย่าทำเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง
รมต.แบด ชี้แจงงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ครม.อนุมัติงบแล้ว แต่ติดขั้นตอนที่กกต. ชี้การทวงถามเป็นสิทธิ สส. แต่ต้องไม่ใช่คำกล่าวหา ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน เป้าหมายคือประชาชน ไม่ใช่คะแนนนิยม

