'หัวหน้าเท้ง' ลุยหน้างานฟื้นฟูหาดใหญ่หลังน้ำท่วมหนัก จี้รัฐบาลเร่งเยียวยาประชาชนหลังเบิกจ่ายล่าช้า ย้ำเรื่อง"อยู่-ยา-ใจ" สำคัญต้องเร่งแก้ปัญหาระยะสั้น ส่วนระยะยาวฟื้นความเชื่อมั่นท่องเที่ยว-ธุรกิจ ปัดตอบปมถูกวิจารณ์พรรคส้มโหวต 'อนุทิน' มาเอง ยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเต็มที่
2 ธันวาคม 2568 - ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ ช่วยน้ำท่วมชุมชนแก้วสมิทธ์ ริมคลองหวะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า พื้นที่นี้เป็นบริเวณที่น้ำประปายังไม่ไหล ประชาชนในพื้นที่จึงยังไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเรือนได้ หลายหลังเป็นผู้สูงอายุ เราจึงเลือกโซนกลุ่มเปราะบางเพื่อช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดก่อน ซึ่งตนมาพร้อมกับมูลนิธิกระจกเงา พร้อมทั้งประสานงานกับนายช่างไทยใจอาสา ซึ่งตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.เป็นต้นไปจะเข้ามาดูแลเรื่องไฟให้กับประชาชน รวมทั้งจะมีจิตอาสาที่พรรคประชาชนช่วยกันประสานเข้ามาเติม ประมาณ 10-20 คน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของบ้านชั้นเดียวแน่นอนว่าความเสียหายอยู่ที่ 100 % เงินเยียวที่มีความล่าช้าในการเบิกจ่ายในพื้นที่ก็พยายามปรับแล้ว เมื่อเช้าตนได้ประสานกับปลัดและนายกฯ ท้องถิ่นบางแห่ง ก็ได้รับทราบระเบียบปฏิบัติตรงกัน ทุกคนยืนยันว่าไม่ต้องใช้เอกสาร แต่ระบบในการลงทะเบียนออนไลน์ยังติดๆ ดับๆ อยู่เนื่องจากคนใช้เยอะ ซึ่งรัฐบาลควรแก้ไข เรื่องการเยียวยาประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ หากการเยียวยายังล่าช้า ประชาชนอาจมองว่ายังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่าที่ควร
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนภารกิจในวันนี้เราดูทั้งภาพใหญ่และภาพเล็ก ภาพเล็กที่มาช่วยคือการดูในสิ่งที่หน้างานขาด เช่น เรื่องการเคลียร์ขยะ ซึ่งตนได้ประสานกับรถแบ็กโฮเล็ก รถ 6 ล้อ รวมถึงรถน้ำ ซึ่งเป็นการขนส่งแหล่งน้ำดิบในการล้างบ้าน น้ำไม่มา ขยะไม่ออก บ้านไม่สะอาดแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดในระยะสั้นเรื่องอยู่ เรื่องยา และเรื่องใจ โดยเรื่องอยู่ คือสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ประปา ไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญ ในเรื่องยา ขณะนี้ในพื้นที่มีโรคฉี่หนู ก็ต้องเร่งจัดหาให้ระบบสาธารณสุขกลับมาเต็มที่ และเรื่องของสุขภาพจิต หลายคนกำลังประสบความเครียดอยู่
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาประชาชนเป็นรายบุคคล ตอนนี้เริ่มแก้ไขในเรื่องของความล่าช้าแล้ว ซึ่งตนจะติดตามหน้างานอีกครั้งหนึ่ง แต่เรื่องของการเยียวยาผู้ประกอบการณ์ เมื่อวานตนได้เข้าไปพูดคุยกับสมาคมเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการณ์โรงแรมและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในหาดใหญ่ พบว่ามาตรการบางอย่างที่รัฐบาลประกาศ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ เรื่องของการพักชำระหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ได้รับการสะท้อนว่าเอาเงินกู้มาซ่อมแซมธุรกิจ แต่ถ้าไม่มีรายได้กลับเข้ามาก็ไม่สามารถชำระหนี้ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่ผู้ประกอบการอยากได้มากกว่าเงินกู้ คือการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อีกอย่างที่รัฐบาลควรออกมาสื่อสารให้ชัดเจน นอกจากมาตรการระยะสั้น มาตรการระยะกลางที่เกี่ยวกับการเยียวยาแล้ว ในมาตรการระยะยาวคือการปรับปรุงสภาพเมืองหาดใหญ่ ให้สามารถรองรับกับภัยพิบัติได้ หากจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่คิดว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไรในการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า น่าจะไม่ทันตามไทม์ไลน์ที่รัฐบาลวางไว้ ในถนนเส้นใหญ่อาจจะมีการจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ในชุมชนเองยังมีกองขยะจำนวนมาก เครื่องจักรในการขยะออกหากได้รับการประสานจากพื้นที่ที่ไม่ประสบภัยน่าจะช่วยงานดีกว่านี้อีกมาก
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนมีแผนในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่อยากใช้คำว่าถอดบทเรียนเพราะประเทศไทย พบกับภัยพิบัติ อุทกภัย ซ้ำซากทุกปี เช่น พระนครศรีอยุธยา หน้าน้ำมาเมื่อไรก็ท่วมทุกครั้ง และเราก็เห็นปัญหาแบบนี้ทุกปี สิ่งที่สำคัญคือรัฐบาลต้องชัดเจนว่าภัยมาแผนรับมือเป็นอย่างไร ต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
เช่น กรณีที่หาดใหญ่เราได้รับการแจ้งเตือนมาหลายวันแล้ว เรารู้ว่าฝนตกเยอะกว่าปีก่อนๆ แต่การดำเนินการล่วงหน้ากลับไม่ดีเท่าที่ควร ช่วงที่น้ำท่วมหากเรามีการเตรียมเครื่องจักร เรือเครื่อง หรือรถใหญ่เข้ามาในพื้นที่ ประชาชนกลุ่มเปราะบางคงไม่เสียชีวิตและทรัพย์สินขนาดนี้ รวมถึงการเตรียมศูนย์อพยพของเราเองยังบริหารไม่ดีเท่าประเทศเพื่อนบ้าน เข้าไปมีมุ้งมีคอกให้ประชาชนอยู่เป็นสัดส่วน เป็นตัวอย่างที่ดีว่าหากเราจัดการดี จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ดีกว่านี้
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนที่ยกมือโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีเอง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตรงนั้นคือการตัดสินใจทางการเมือง หน้าที่ของฝ่ายค้านคือการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้รัฐบาลบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติล้มเหลวอย่างไร เราวิพากษ์วิจารณ์เต็มที่
นอกจากการวิพากษ์วิจารณ์ เรายังทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ด้วย จะเห็นได้ว่า น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด ไม่เคยออกจากพื้นที่ ส่วนตนได้ตั้งศูนย์ประสานงานส่วนหน้า การทำงานในพื้นที่เราก็ทำ การทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การวิพากษ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเราก็ทำเช่นเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โบว์ ณัฏฐา’ ชี้ฝ่ายประชาธิปไตย ‘ยิ่งสู้ยิ่งแคบ’ ผลักมิตรเป็นศัตรู!
“โบว์ ณัฏฐา” มองความต่างของสองขั้วการเมือง ระบุฝ่ายอนุรักษนิยมรู้จักเปิดพื้นที่และดึงแนวร่วม แม้
'ศิริกัญญา' ชี้เครื่องมือสุดท้าย ตั้ง กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ยัดไส้โครงการไม่เร่งด่วน ปกปิดรายละเอียด
“ศิริกัญญา” จี้ตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ซัดรัฐบาลถังแตก ลักไก่ตีเช็กเปล่า แถมยัดไส้งบฉกงบจ่ายบัตรคนจน ข้ามหัวประชาชน-สภา ท้าทายเดินหน้ากู้ก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยกช่วงโควิดเสี่ยงทุจริตยังตั้ง กมธ.รื้อตรวจสอบทุกบาท ทุกสตางค์
‘ปิยบุตร’ วอนแยกความเห็นของตนออกจากพรรคส้ม
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีผู้วิจารณ์ และก่นด่าการแสดงความเห็นของผมกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี
ผู้นำฝ่ายค้าน ฉะรัฐบาลฉวยวิกฤต กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงิน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยา วงเงิน 1.8หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ
'ดร.กิตติธัช' บอกพรรคส้มยามนี้ระเบิดเป็นโกโก้ครั้นเลย!
ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ
'พริษฐ์' ไล่บี้ปมไลน์หลุดช่วยสีน้ำเงิน 'เจเศรษฐ์' โต้ มท.มีสีเดียวคือสีกากี
'พริษฐ์' บี้ปมช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้งด้วย บอก ป็นใบเสร็จแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครอง 'เจเศรษฐ์' แจงมหาดไทยเป็นสีกากีเดียวกัน สอบเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ไม่มีมือที่มองไม่เห็นทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

