'ธนาธร' บุกปัตตานี ปลุกอย่ากลัวอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลง จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต

"ธนาธร" บุกปัตตานี ชูอัดฉีดผู้ประกอบการ 2.5 แสนล้าน ดันเมกะโปรเจกต์ 6.27 แสนล้าน ซัดระบบอุปถัมภ์ทำใต้ไร้อนาคต ย้ำเลือกพรรคประชาชนถล่มทลายพาประเทศหลุดการเมืองแบบเดิม

24 มกราคม 2569 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน และนายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคประชาชนในจังหวัดปัตตานี

โดยในช่วงเช้า นายธนาธรได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยมีกลุ่มตัวแทนจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม และสมาคมประมงในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนถึงสภาพปัญหาและภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยนายธนาธรได้นำเสนอนโยบายที่จะช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 250,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งบสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย 50,000 ล้านบาท เพื่อช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียน 100,000 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาศักยภาพทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง และอีก 100,000 ล้านบาท เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอนโยบาย “หวยใบเสร็จ” ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ SMEs และช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น พร้อมกับเพิ่มความคล่องตัวด้านภาษีไปพร้อมกัน

นายธนาธรยังได้กล่าวถึงเมกะโปรเจกต์ของพรรคประชาชน โดยจะลงทุน 627,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 8 ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยแนวคิดเปลี่ยนปัญหาเป็นอุตสาหกรรม สร้างงาน สร้างเทคโนโลยีในพื้นที่ และได้เชิญชวนภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดปัตตานี มาร่วมทำงานหลังการเลือกตั้ง เพื่อพัฒนาจังหวัดปัตตานีต่อไป

ในช่วงบ่าย ธนาธรได้เดินทางไปปราศรัยในชุมชนบือติงกำปงกู จังหวัดปัตตานี ซึ่งได้รับการต้อนรับและกำลังใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม

ระหว่างการปราศรัย นายธนาธรกล่าวถึงกรณีที่มีบางคนปล่อยข่าวว่า หากเลือกพรรคประชาชนแล้วได้เป็นอันดับ 1 จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยธนาธรระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีสมาชิกวุฒิสภามาร่วมโหวตอีกแล้ว พร้อมทั้งกล่าวว่า การที่มีฝ่ายต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและพรรคการเมือง รุมล้อมพรรคประชาชน เป็นเพราะกลุ่มเหล่านี้กลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวการเรียกร้องในสิ่งที่ควรเป็นเรื่องปกติ ภายใต้สังคมที่ผิดปกติ เช่น การซื้อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายและผิดหลักศาสนา แต่กลับกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไปแล้ว

นายธนาธร กล่าวต่อว่า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เผชิญปัญหาด้านความมั่นคงมานานกว่า 22 ปี ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหากว่า 600,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดงบประมาณในการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทยและประชาชนใจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ระบบการเมืองในปัจจุบันกลับก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ หากใครไม่ยอมรับระบบนี้ก็จะไม่ได้รับเม็ดเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ส่งผลให้ไม่มีใครกล้าแสดงตัวทางการเมือง และไม่กล้ามีปากมีเสียงในการเรียกร้องสิทธิของตนเอง

ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนอนาคตไม่ให้ประเทศอยู่ในระบบเช่นนี้ต่อไป จำเป็นต้องเลือกพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียวให้ชนะอย่างถล่มทลาย เพื่อพาประเทศไทยออกจากโครงสร้างทางการเมืองแบบเดิม และนี่คือสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามหวาดกลัว จึงพยายามใส่ร้ายและกล่าวร้ายต่อพรรคประชาชน

นายธนาธร กล่าวปิดท้ายว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันบอกต่อไปยังคนรอบตัว อย่ากลัวอนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต เพราะอนาคตอยู่ในมือของประชาชนทุกคนที่จะร่วมกันสร้างสังคมที่ดีกว่า เพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน และขอให้ความผิดปกติเหล่านี้จบลงที่รุ่นของเรา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วีระยุทธ' ซัดรัฐบาลจัดงบ 70 เหมือนคนเป็นโรคกลัวตกกระแส หน้าใหญ่ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยว่า ควรจะเป็นฐานสําคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กลับถูกทิ้งขว้างจากเพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลเคยประกาศว่า จะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล

วิโรจน์หยุดเสี้ยม! 'แกนนำภูมิใจไทย' ยัน 'นายกฯหนู-เนวิน' ไม่ขัดแย้งกัน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศึกในกระทรวงมหาดไทยที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 น. คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล

ความพ่ายแพ้แพ็กคู่ในสนาม 'กรุงเทพ-พัทยา' จุดอิ่มตัวของกระแสพรรคส้ม

ภาพลวงตาจากยอดไลก์ ยอดแชร์ และกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย กำลังถูกปอกเปลือกออกให้เห็นเนื้อแท้ทางการเมืองผ่านผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา

ปชน. ซัดงบ 70 ฝีแตก แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ไม่หวั่นองครักษ์พิทักษ์ลูกนาย

ปชน. จัดทัพชำแหละงบ 70 ซัดผิวเผินเหมือนจัดมาดี กลายเป็นแก้ปมอดีต แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ลั่นปัญหาใหญ่เงินนอกงบประมาณ 'ศิริกัญญา' เมินองครักษ์พิทักษ์นาย-ลูกนาย

เช็กเลย! ผลเลือกตั้ง สก. 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ

ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จำนวน 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ 94.99 % หรือผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,165,627 เสียง มีดังนี้