
เสธ.หิ ร่วมส่องกองทุนประกันสังคม แนะสังคม ให้ความสนใจตรวจสอบทุกกองทุน โดยเฉพาะกองทุนบำเหน็จขรก.
25 ม.ค.2569-ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ สมาชิกพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ประกันสังคม” เนื้อหาระบุว่า ประเด็นร้อนเกี่ยวกับประกันสังคมที่ถูกพูดถึงในช่วงนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นเรื่องที่ดำเนินมานาน เพียงในอดีต เสียงของผู้ประกันตนอาจยังไม่ดังพอ ส่วนหนึ่งเพราะช่องทางการสื่อสารยังไม่หลากหลายเหมือนในปัจจุบัน ประกอบกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง จึงเป็นธรรมดาที่บางพรรคการเมืองจะหยิบยกประเด็นการปรับปรุงการทำงานของประกันสังคมขึ้นมานำเสนอต่อประชาชน
สำหรับการชี้แจงจากคณะกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้อง ที่ระบุว่าการบริหารกองทุนประกันสังคมสามารถทำกำไรได้ถึง 7–8 หมื่นล้านบาทนั้น ส่วนตัวผมมองว่าเป็นคนละประเด็นกับคำถามหลักที่สังคมกำลังตั้งอยู่ การมีกำไรถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับ “ต้นทุนที่ลงทุนไป” ว่าผลตอบแทนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และอัตราผลตอบแทนนั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมและน่าพอใจหรือไม่
ที่สำคัญ เงินที่นำไปลงทุนเป็นเงินของผู้ประกันตน ซึ่งก็คือประชาชนวัยทำงาน ที่มอบเงินออมในอนาคตของตนเองให้รัฐบริหาร เพื่อใช้หลังเกษียณอายุ ดังนั้น เงินก้อนนี้จึงไม่ใช่เงินส่วนตัวของผู้บริหาร การใช้เงินจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ เหมาะสม และโปร่งใส แม้ภาพรวมจะมีกำไร แต่หากมีโครงการใดที่ขาดทุน ไม่เหมาะสม หรือมีข้อสงสัยด้านความโปร่งใส ก็สมควรได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
การแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ไม่ได้มีเจตนาโหนกระแสหรือโจมตีบุคคลใด แต่เป็นความเห็นที่มีมาโดยตลอดว่า ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำเงินของส่วนรวมไปบริหาร หากเกิดความเสียหาย ควรต้องอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบ และหากพบพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริต ก็ควรต้องได้รับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เพราะเงินที่ดูแลอยู่นั้นคือเงินของประชาชน
หลักการนี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงกองทุนประกันสังคมเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงกองทุนของรัฐทุกประเภท การอ้างเพียงว่า “ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ” ไม่ควรเป็นข้ออ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบอีกต่อไป สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กันคือเจตนา ความเหมาะสม และพื้นฐานทางธุรกิจของการลงทุน ไม่ใช่การนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลงหรือมองไม่เห็นอนาคตอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการก็ควรได้รับการตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีระเบียบวินัยสูง และมักไม่มีพื้นที่ในการส่งเสียง จึงอยากฝากประเด็นนี้ไว้ให้สังคมช่วยกันติดตามตรวจสอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลปกครองนัดชี้ขาด 11 ส.ค. ปมเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ศาลปกครองกลางเรียกไต่สวนคู่กรณีอีกครั้ง 7 ส.ค. ก่อนนัดฟังความเห็นตุลาการผู้แถลงคดีและอ่านคำพิพากษา 11 ส.ค. คดีทีมประกันสังคมก้าวหน้าฟ้องเพิกถอนประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยื
รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง
จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน
ราชกิจจาฯ ประกาศวันเลือกตั้งซ่อม-รับสมัคร สส.อุดรธานี เขต 3
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กกต. กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แท
กมธ.งบฯ 70 สอบความโปร่งใสกองทุนประกันสังคม 'คริส' ปูดใส่ซองก่อนพบผู้บริหาร เลขาฯสปส. แจงไม่จริง
ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้พิจารณาภาพรวมของการของบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน
ครม.เคาะสูตรใหม่บำนาญประกันสังคม ยุติคิดเงิน 60 เดือนสุดท้าย
ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพประกันสังคม ใช้สูตร CARE คำนวณจากฐานเงินสมทบตลอดอายุการทำงาน แทนการคิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ย้ำผู้รับบำนาญเดิมไม่ถูกลดสิทธิ และผู้ได้
'เสธ.หิ' สะกิดตำรวจใช้ดุลพินิจ คดีจับทหารพรานกลับจาก 3 จว.ชายแดนใต้ พกพาอาวุธปืน
การจับกุมทหารพรานในข้อหาพกพาอาวุธที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยหนึ่งซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัย

