"เอกนิติ" รองนายกฯ และรมว.คลัง เผยผลประชุม WEF ที่ดาวอส ดึงดูดลงทุน 5 แสนล้าน ดันไทยอยู่ในเรดาร์ของเวทีโลก
27 มกราคม 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้นำทีมไทยแลนด์ เข้าร่วมเวที WEF ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหัวใจสำคัญคือการเป็นเวทีแห่งการพูดคุยของผู้นำเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการลงทุนของโลก โดยเรื่องแรกประเทศไทยได้แสดงบทบาทอยู่ในเรดาร์ของเวทีโลกอย่างชัดเจน ภายใต้บริบทที่เศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และโลกแตกขั้ว
"อาเซียนโดยเฉพาะเมืองไทยที่เป็นศูนย์กลางในอาเซียน เราได้แสดงบทบาทว่าความเป็นกลางของเราเป็นที่ที่ทุกคนพยายามบริหารความเสี่ยงจากโลกแตกขั้วแล้วมาลงทุนค้าขายกับพวกเรามากขึ้น เห้นได้จากตัวเลขคำขอลงทุนในปีที่แล้วอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 60% โดยนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลากหลาย เช่น เกษตรสมัยใหม่ แปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า Smart Electronics และ Data Center” " นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า จากรายงานของสหประชาชาติที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ระบุว่าประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 6 ของโลกที่ดึงดูดการลงทุนของ Data Center โดยอันดับ 1 คือฝรั่งเศส อันดับ 2 อเมริกา อันดับ 3 เกาหลี อันดับ 4 บราซิล อันดับ 5 สเปน อันดับ 6 ไทย อันดับ 7 อินเดีย อันดับ 8 อิตาลี อันดับ 9 มาเลเซีย และอันดับ 10 นอร์เวย์
ต่อมาในเรื่องที่สองคือการสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ ในการเดินทางครั้งนี้ ได้มีโอกาสพบกับประธานธนาคารโลก กรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF เลขาธิการ OECD และผู้นำของหน่วยงานและรัฐบาลหลายประเทศ โดยไทยได้นำข้อมูลเรื่องการเข้าเป็นสมาชิก OECD ไปหารือพบกับเลขาธิการ OECD และได้รับการยืนยันว่าจะพยายามขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นสมาชิก OECD ภายใน 5 ปี
ขณะเดียวกันประเทศไทยยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีผู้นำประเทศด้านเศรษฐกิจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยประเทศไทยไม่ได้เป็นเจ้าภาพงานนี้มา 35 ปีแล้ว
ส่วนเรื่องที่สามคือการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ นายเอกนิติระบุว่า ได้พบกับผู้บริหารของบริษัทชั้นนำประมาณ 30 บริษัทที่สนใจมาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องดิจิทัลและ AI ซึ่งทุกบริษัทยืนยันที่จะลงทุนและจะลงทุนเพิ่มในประเทศไทย รวมมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท ทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่
“รัฐบาลไม่ได้ขอให้นักลงทุนมาลงทุนเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ต้องการให้มาเพิ่มศักยภาพของคนไทยด้วย โดยขอให้มาส่งเสริมการเพิ่มทักษะคนไทยและส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำในโลกยุคใหม่ ผ่านโครงการ Skill Bridge ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทุกรายที่พร้อมมาร่วมงาน โดยเฉพาะการสร้างวิศวกรด้าน Data เพื่อให้คนไทยมีงานทำและมีรายได้ที่สูงขึ้นในยุคเศรษฐกิจสีเขียว ดิจิทัล และ Data” นายเอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ตามจากการเข้าร่วม WEF ครั้งนี้นักลงทุนพร้อมมาลงทุนมากกว่านี้ถ้าประเทศไทยมีพลังงานสะอาดเพียงพอ ซึ่งเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้หารือในคณะรัฐมนตรีว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม เพื่อเป็นจุดดึงดูดให้ประเทศไทยน่าสนใจยิ่งขึ้น
รองนายกฯ กล่าวว่า ความสำเร็จทั้ง 3 เรื่องที่เกิดขึ้น นั่นคือสามารถสร้างเวทีทีมไทยแลน์ในเวที WEF และเศรษฐกิจโลก การสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรระหว่างประเทศและการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในเดือนตุลาคมนี้ และการโชว์ศักยภาพการลงทุนของไทยในเรื่องเกษตรสมัยใหม่ ดิจิทัล Data และ Wellness ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย พร้อมทั้งขอให้นักลงทุนมาร่วมพัฒนาทักษะให้กับคนไทยในเรื่อง AI ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียวด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภจี' กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ไทยเป็นมิตรทุกขั้วอำนาจ เน้นผลประโยชน์ร่วมมากกว่าเลือกข้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลสำเร็จการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19 - 23 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าปัจจุบันบริบทของการค้าโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคพหุอำนาจ
นายกฯ แถลงผลประชุม WEF ที่ดาวอส ยกทีมไทยแลนด์แข็งแกร่ง สร้างคุณประโยชน์ให้ประเทศทุกนาที
นายกฯ เผยผลประชุม World Economic Forum เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้ความมั่นใจ ปชช.ไทยสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ท่ามกลางความขัดแย้งโลก ยัน ทีมไทยแลนด์ยังแข็งแกร่ง พร้อมสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศทุกนาที
จับตาศึกเวเนฯกระทบศก. หวังดึงราคานํ้ามันลดลง
"เอกนิติ" สั่งเฝ้าระวังราคาน้ำมันกระทบเศรษฐกิจ หลังสหรัฐอเมริกาจะเข้าบริหารจัดการน้ำมันในเวเนซุเอลา

