
‘กล้าธรรม’ รอ ‘ภูมิใจไทย’ เทียบเชิญร่วมรัฐบาล ไร้เงื่อนไข ลั่น กธ. สีเขียวขจี ไม่ใช่เทา พอใจได้เกือบ 60 เก้าอี้ เหตุรู้เขารู้เรา ไม่ใช่ส้มหล่น
9 ก.พ. 2569 – เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม แถลงถึงตัวเลขคะแนนเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรมว่า วิ่งอยู่ที่ 57-59 เสียง ซึ่งต้องรอผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคเหนือที่ตั้งเป้าถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ประสบความสำเร็จมาก ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าจะได้ 10 ที่นั่ง ในพื้นที่ภาคเหนือกระจายทุกจังหวัด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวเลข 57 ที่นั่ง ถือว่าเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ ประธานยุทธศาสตร์ กธ. กล่าวว่า จากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เคยให้สัมภาษณ์ ตัวเลขของเราก็อยู่ที่ประมาณนี้
ส่วนที่ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีกระแส แต่รอบนี้ได้ตามเป้านั้น น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเพิ่งจะส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งครั้งแรก เราไม่เหมือนพรรคเก่าที่เขาทำงานมานาน ที่มีความนิยมของประชาชนในระดับสูง เราเป็นพรรคน้องใหม่ต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง จึงเป็นข้อดีของเราที่ตัวผู้สมัคร สส. และผู้บริหารพรรค ให้ความสำคัญกับการลงไปสัมผัสกับประชาชน เป็นการสื่อสารตรงไปยังประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าสิ่งที่พรรคกล้าธรรมเสนอนโยบายจะตรงใจประชาชน ซึ่งการทำโพลของสถาบันต่างๆ อาจจะไม่ได้เห็นความนิยมในจุดนี้ จึงประเมินให้พรรคกล้าธรรมต่ำกว่าความเป็นจริงไปเยอะ
เมื่อถามว่า มีสัญญาณติดต่อเชิญร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการสื่อสารมายังผู้บริหารของพรรคกล้าธรรม ส่วนสัญญาณคงต้องรอให้ผู้บริหารพรรคมาประชุมกัน แต่เชื่อว่าการร่วมรัฐบาลตรงไปตรงมา พรรคภูมิใจไทยคงประชุมพิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคใดร่วมรัฐบาล ซึ่งหากมีการเชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลก็จะแจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้ง
เมื่อถามย้ำว่า พรรคกล้าธรรมยังยืนยันว่าจะขอดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช่หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราประกาศไปตอนหาเสียงแล้วว่า ความวุ่นวายของประเทศ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น หากมีพรรคใดที่พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชนเราก็ไม่ปฏิเสธ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม คงจะไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมคืออะไรนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราไม่เคยมีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าทำประโยชน์ให้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องนี้ก็พร้อมจะสนับสนุนใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สนับสนุน เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนสะท้อนมา
ส่วนกรณีที่หลายจังหวัด ประชาชนให้ความไว้วางใจและเลือกผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญยังคงเป็นคำตอบเดิม คือกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยผู้สมัครทุกคนต้องรับนโยบายของพรรค และลงพื้นที่หาเสียง พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตนเองเชื่อว่าผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมก่อนจะได้รับเลือกตั้ง ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับประชาชนจำนวนมาก อย่างน้อยประมาณ 50,000 – 60,000 คน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวนโยบายที่ชัดเจน ครบถ้วน ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐาน
น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะที่พรรคการเมืองอื่นนั้น อาจจะมีแนวทางการสื่อสารนโยบายที่แตกต่างกัน โดยพรรคกล้าธรรมเน้นการลงพื้นที่จริง พบประชาชนตัวเป็นๆ และมีคำตอบที่ชัดเจนในแนวนโยบาย ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขณะที่นโยบายของพรรคการเมืองอื่นก็ถือว่าดีเช่นกัน เพียงแต่พรรคกล้าธรรมเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากการทำงานอย่างหนักของผู้สมัครทุกคน ทั้งนี้ ผู้บริหารและแกนนำพรรคมีแนวคิดตรงกันว่า การทำงานในพื้นที่เป็นหัวใจสำคัญ จึงอาจไม่เห็นพรรคกล้าธรรมปรากฏบนเวทีปราศรัยหรือเวทีดีเบตมากนัก แต่จะเห็นการลงพื้นที่ สัมผัสและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง ซึ่งเชื่อว่านี่คือเบื้องหลังของความไว้วางใจที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครของพรรค
เมื่อถามถึงการประเมินความนิยมของประชาชน น.อ อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางในการเสริมจุดแข็งปิดจุดอ่อน โดย ร.อ.ธรรมนัส ย้ำเสมอว่า หากรู้เขา รู้เรา โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้น กว่าที่เราไม่รู้อะไรเลย ยืนยันว่าไม่มีส้มหล่นอย่างแน่นอน เพราะทุกพื้นที่เราทำงานหนักจริงๆ หากดูผลคะแนนอย่างอย่างไม่เป็นทางการ จะเห็นว่ามีหลายเขตที่พรรคกล้าธรรมได้อันดับสอง และมีคะแนนตามหลังผู้ชนะเพียงหลักร้อยในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในระดับประเทศเป็นครั้งแรก
น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวว่า ยังมีภารกิจและงานอีกจำนวนมากที่ต้องนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อศึกษา ปรับปรุง และเดินหน้าให้สู่การเป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันต่อไป
เมื่อถามว่า เมื่อชนะมาแล้วจะรักษาพื้นที่อย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นพรรคกล้าธรรม ที่มีผู้สมัครจากพรรคอื่นมารวมกัน ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของพรรค โดยมีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ส่วนใหญ่ยังคงรักษาที่นั่งไว้ได้ มีเพียงไม่กี่รายที่พลาดการเลือกตั้ง
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคกล้าธรรม และให้โอกาสผู้แทนของพรรคได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา ยืนยันว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อประชาชน และยึดถือเป็นสัญญาประชาคม
เมื่อถามว่า พรรคถูกครหาว่าเป็นพรรคการเมืองสีเทา ไม่ได้เป็นสีเขียวอย่างโลโก้พรรค น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้พิสูจน์ได้ว่าสีเทาที่พูดไม่มี แต่เป็นสีเขียวและเขียวขจี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘น้ำเงิน-แดง-ฟ้า’ ความน่าจะเป็นของรัฐบาลผสม?
หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคสีน้ำเงิน ได้ที่นั่งมากที่สุด 195 ที่นั่ง และขึ้นมาเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล สูตรที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงแรกคือการรวมตัวของพ
'ธนาธร' ปลุกขวัญด้อมส้ม อย่าหมดหวัง ลั่นประชาชนแพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว
ธนาธร ปลุกกำลังใจผู้สนับสนุน สมาชิกพรรค ปชน.เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที
มาร์ค พิตบูล ขออภัยผู้ลงคะแนนให้พรรคเศรษฐกิจ เลือก 'รังษี' ได้ 'เส้นด้าย'
มาร์ค พิตบูล ยอมรับคนลงคะแนนให้พรรคเศรษฐกิจเป็นล้าน เพราะพลเอกรังษีล้วนๆ ท้ายที่สุดต้องกราบขออภัยที่เลือกรังษีได้เส้นด้ายจริงๆ
'สาทิตย์' ชี้ผลคะแนนภาคใต้ จุดเริ่มต้นการเมืองสุจริตเป็นจริงได้
สาทิตย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองผลคะแนนที่ภาคใต้ยืนยันการเมืองสุจริตเป็นจริงได้
ปิดตำนาน '2 บ้านใหญ่' พท. สูญพันธุ์ 'ปชน.-กธ.' ยึดลำปาง
ปิดตำนาน 2 ตระกูลใหญ่ลำปาง กอดคอสูญพันธุ์ 'ส้ม-เขียว' แบ่งกันคนละครึ่ง ขณะที่ส้มคาใจเปิดประเด็นรณรงค์ขอนับคะแนนเขต2ใหม่หลังพบบัตรเสียกว่า7พันใบและส้มทิ้งห่างกล้าธรรมเพียงสองพันกว่าคะแนน
'อนุทิน' ปัดตอบยกหู ทาบทามพรรคการเมืองตั้งรัฐบาล ย้ำทุกอย่างมีขั้นตอน กกต.ยังไม่ประกาศผลทางการ
‘อนุทิน’ ย้ำชนะเลือกตั้งจาก ‘ปชช.’ ให้ความมั่นใจ ‘ภูมิใจไทย’ ชี้จัดตั้งรัฐบาลยังมีขั้นตอน ย้ำ ไทยมีรัฐบาลทำงานเต็มรูปแบบ ปัดตอบยกหูทาบทามพรรคการเมือง

