นักวิชาการ สะท้อนวิกฤตพลังงานครั้งนี้คือ มะเร็งระยะสุดท้าย

นักวิชาการชี้ วิกฤตพลังงานไทยคือ “มะเร็งระยะสุดท้าย” แนะรัฐกล้าผ่าตัดโครงสร้าง ดัน ปตท. กลับเป็นของรัฐ-เลิกอ้างอิงราคาทิพย์

27 มีนาคม 2569 - วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ร่วมกับ สถาบันปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิต จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ “6 บาทที่ต้องตอบ... ผู้นำไทยจะพาประเทศออกจากวิกฤตพลังงานอย่างไร?” ระดมสมองนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ทางรอดประเทศ ชี้สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่แค่ปัญหาราคา แต่คือ “วิกฤตศรัทธา” ต่อโครงสร้างพลังงานที่ไม่เป็นธรรม

รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดประเด็นว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดวันนี้คือระบบการจัดการที่ไม่ตรงไปตรงมาและขาดความโปร่งใส ท่ามกลางภาวะ “Energy Shock” ที่ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่รัฐบาลกลับไม่มีสัญญาณการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างที่ชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าผู้นำในยามวิกฤตต้องกล้าคิดนอกกรอบและพิสูจน์ความซื่อสัตย์สุจริตโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมเสนอให้พิจารณานำ ปตท. กลับมาเป็นของรัฐ 100% หรือจัดตั้งบริษัทพลังงานแห่งชาติเพื่อดูแลระบบพลังงานทั้งหมด รวมถึงพลังงานหมุนเวียน เพื่อความมั่นคงในระยะยาว

รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ฉายภาพประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์การเมืองโลก ระบุว่าสงครามและการควบคุมบ่อน้ำมันเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด และได้วิเคราะห์ว่าวิกฤตปัจจุบันอาจยืดเยื้อเป็นปีเพราะเป็นการ “Reset World Order” ระหว่างขั้วอำนาจ สำหรับประเทศไทยมองว่ารัฐบาลทำตัวเป็น “ลูกไล่” ต่างชาติ และเสนอให้ไทยต้อง “ปลดแอก” จากการครอบงำทางนโยบายของมหาอำนาจและกลุ่มทุนผูกขาด นอกจากนี้ ยังเสนอทางออกระยะยาวด้วยการส่งเสริมพลังงานทดแทนจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การสกัดน้ำมันจากยางพารา หรือขยะพลาสติก เพื่อพึ่งพาตนเอง

ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันไทยที่อ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ บวกด้วย “ค่าใช้จ่ายทิพย์” เช่น ค่าขนส่งทิพย์ และค่าประกันภัยทิพย์ ทั้งที่มีโรงกลั่นในประเทศ โดยระบุว่าหากถอดหน้ากากการอุดหนุนออก ราคาน้ำมันดีเซลจริงอาจสูงถึง 58 บาท นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงเงินสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคงกว่า 34,000 ล้านบาทที่เก็บจากประชาชนว่าหายไปไหนในยามวิกฤต โดยเสนอแนวทาง “Zero Import Energy” ส่งเสริมการใช้เอทานอลบริสุทธิ์ (E100) และก๊าซชีวภาพจากขยะ ซึ่งไทยมีศักยภาพทำได้ทันทีหากรัฐบาลกล้าขัดผลประโยชน์กลุ่มทุน

ด้าน รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปรียบเทียบกรณีไทยกับประเทศนอร์เวย์และเดนมาร์ก ซึ่งมีราคาน้ำมันสูงแต่ประชาชนยอมรับได้เพราะระบบมีความโปร่งใสและมีการคอร์รัปชันต่ำ โดยได้คัดค้านการที่รัฐบาลจะออก พรก. เงินกู้เพิ่มเติมเพื่อมาอุดหนุนราคาพลังงาน เพราะจะสร้างภาระทางการคลังอย่างหนัก แต่เสนอให้ตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและงบที่ซ้ำซ้อนเพื่อนำเงินมาช่วยพยุงค่าไฟฟ้าแทน ในส่วนของ ปตท. นั้นเห็นด้วยว่าควรทำให้กลับไปเป็นของรัฐ 100% เพื่อบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

บทสรุปและข้อเสนอต่อรัฐบาล ที่ประชุมเสวนามีความเห็นร่วมกันว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้คือ “มะเร็งระยะสุดท้าย” ที่ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือโครงสร้างนโยบาย รัฐบาลต้องมีความโปร่งใส เปิดเผยความจริงต่อประชาชน และกล้าตัดสินใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่ากลุ่มทุน โดยสถาบันการศึกษาพร้อมเป็นที่พึ่งในการให้ความรู้และข้อเสนอแนะเชิงวิชาการเพื่อพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตศรัทธาและวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บกำไรลาภลอยโรงกลั่น แทนกู้เงิน 4 แสนล้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ายังมีแนวทางอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่าและไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ

'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฝาก 'สีหศักดิ์' ตัดพ้อสหรัฐไม่แยแสไทยเจอวิกฤต ลั่นบทเรียนนี้เจ็บแล้วต้องจำ

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร การเมืองระหว่างประเทศ​ มีคำกล่าวว่า

ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ