ภูมิใจไทยเปิดเกมเร็วเพียง 5 วัน 'อนุทิน' ลุยยกเลิกMOU44

แม้นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะมีไม่มาก ไม่เหมือนบางพรรคการเมืองที่มีนโยบายหลายร้อยข้อ แต่คำถามสำคัญคือ จะทำได้จริงตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามในสายตาประชาชน

อย่างไรก็ตาม ภาพที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน คือการขยับตัวของพรรคภูมิใจไทย นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ที่หลังได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์อย่างท่วมท้น ก็เดินหน้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนทันที

โดยเฉพาะนโยบายสำคัญที่ถูกจับตามอง คือการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU44 ตามที่ “อนุทิน” เคยประกาศชัดเจนเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ในการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมประกาศเสียงดังว่า หากได้เป็นรัฐบาลอีกครั้งจะยกเลิก ยกเลิก MOU44 และไม่มีคำว่า 50-50 ในเรื่องผลประโยชน์ทางทะเล

คล้อยหลังเพียงไม่5วัน ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ “นายกฯอนุทิน”ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเตรียมความพร้อม และวางแผนด้านข้อกฎหมายและการบริหาร เพื่อเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกข้อตกลงดังกล่าว  โดย “อนุทิน” อธิบายถึงเหตุผลว่า การยกเลิก MOU44 เป็นสิ่งจำเป็น เพราะที่ผ่านมาไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม 

ท่าทีดังกล่าวยังสอดคล้องกับ  คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ เอ็มโอย 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา วุฒิสภา ที่ นายนพดล  อินนา  สว. เป็นประธาน  เห็นควรให้ ยกเลิก MOU 2544  ในก่อนหน้านี้  เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาเขตแดนได้จริง และกัมพูชายังมีท่าทีละเมิดอธิปไตยไทยอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผล

1.เส้นเขตไหล่ทวีปปี 2515 ของกัมพูชา ละเมิดอธิปไตยไทยชัดเจนจึงไม่ควรนำเส้นดังกล่าวมาใช้เป็นกรอบเจรจาใดๆ 

2.กัมพูชามีพฤติกรรมชัดว่าไม่ยึดถือ MOU 2544 โดยเสนอให้แบ่งผลประโยชน์ปิโตรเลียมใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือ 50:50 และให้ “พัก” การเจรจาเขตแดนเหนือเส้นดังกล่าว สะท้อนว่าไม่จริงใจแก้ปัญหาอธิปไตย และไม่ยอมปรับเส้นไหล่ทวีปให้ออกห่างเกาะกูด

3.การเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลไม่คืบหน้าเป็นเวลานานมาก ทำให้ MOU ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ  

4.กัมพูชายังมีเจตนาจะอ้างสิทธิเหนือเกาะกูดทั้งในลักษณะอ้างทั้งหมด หรืออย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเกาะ

5.กรอบการเจรจาตาม MOU 2544 ไม่สามารถนำไปสู่ผลสำเร็จได้จริงเพราะทิศทางการเจรจาไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการแก้ปัญหาเขตแดน

6.MOU 2544 พ้นระยะเวลาและสภาพ “ชั่วคราว” และกลายเป็นทางตันใช้มานานจนไม่อาจถือว่าเป็นมาตรการชั่วคราวอีกต่อไป

7.สภาวะแวดล้อมทางการเมืองและสังคมเปลี่ยนไป รวมถึงความไม่จริงใจจากกัมพูชา เป็นปัจจัยทำให้การเดินหน้าตาม MOU ไม่เหมาะสมและไม่เกิดประโยชน์

อย่างไรก็ตาม เมื่อว่าที่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ได้รับคะแนนเสียงอย่างถล่มทลายจากนโยบายดังกล่าว ประกอบกับกระแสชาตินิยมที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ทำให้เชื่อว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แต่งตั้งเรียบร้อยในช่วงปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม ทันทีที่แถลงนโยบายแล้วเสร็จ และมีการประชุม ครม. นัดแรก นายกฯจากพรรคสีน้ำเงินจะผลักดันให้มีมติ ครม. ยกเลิก MOU44 ทันที โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เพราะมิใช่สนธิสัญญาที่มีผลผูกพันระหว่างประเทศ ซึ่งต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

หาก “อนุทิน” สามารถทำได้จริงตามที่พูดไว้ ก็ถือเป็นการรักษาสัญญา และเป็นบทพิสูจน์ของสโลแกนพรรค “พูดแล้วทำ พลัส” อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนถึงการทำงานที่รวดเร็วและมีความชัดเจน ไม่ปล่อยให้คำพูดกลายเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง

ขณะเดียวกัน หลังจากนโยบาย MOU44 ประชาชนยังต้องจับตานโยบายอื่นๆ ที่พรรคภูมิใจไทยประกาศไว้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย “ทหารอาสา 100,000 คน”, นโยบาย “สร้างกำแพงชายแดน” เพื่อป้องกันภัยรุกรานและเสริมความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา 

นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” เรือธงที่ประชาชนเฝ้ารอ   เช่นเดียวกับอีกนโยบายที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและถูกพูดถึงอย่างมาก คือ “โครงการดิสนีย์แลนด์”  สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ แทนแนวคิด “กาสิโน”

ดังนั้น เมื่อประชาชนได้มอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยอย่างท่วมท้นแล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือการทำงานที่ต้องรวดเร็วและเป็นรูปธรรม เพื่อพิสูจน์ว่าคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน จะไม่ถูกปล่อยให้เลือนหายไปตามกระแสการเมือง

เพราะหากไม่สามารถทำได้ตามที่ประกาศไว้ ก็อาจถูกมองว่าไม่ต่างจากพรรคการเมืองที่ดีแต่พูด หรือกลายเป็นพรรคตระบัดสัตย์ จนประชาชนหมดความเชื่อถือ ซึ่งบทเรียนเช่นนี้เคยปรากฏให้เห็นมาแล้วจากหลายพรรคการเมืองที่เคยรุ่งเรือง แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ย่อยยับ เหลือเพียงซากทางการเมือง

นี่คือสิ่งที่สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง ที่ประชาชนได้มอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยอย่างเด็ดขาด พร้อมรอดูว่า พรรคสีน้ำเงินจะรักษาสัญญาได้จริงหรือไม่ ตามคำประกาศ “พูดแล้วทำ” ที่ใช้เป็นหัวใจในการหาเสียงครั้งนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘หนูไม่ใช่หมู’ ชัยชนะถล่มทลายและทิศทางอำนาจใหม่ของนายกฯ อนุทิน

การเปิดใจสัมภาษณ์สด ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ในรายการกรรมกรข่าว ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 69 หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

เพื่อไทยไม่เป็นฝ่ายค้าน! 'จุลพันธ์' เผยพรรคอันดับ 1 ยังไม่ประสานมา

ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีมีการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคอันดับ 1 มาแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่มีการประสานมา เป็นเรื่องของพรรคอันดับหนึ่งที่จะดำเนินการในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เข้าใจว่าต้องรอ

'อนุทิน' ลั่น! ตั้งรัฐบาลฟังเสียงประชาชน เป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธ

'อนุทิน' สั่งครม. เตรียมพร้อมยกเลิก 'MOU 44'

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า วันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิ

'พิพัฒน์' เผยตัวเลขจัดตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพใกล้เคียง 300 ที่นั่ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รับผิดชอบพื้นที่