"สุชาติ" เซ็นเอกสารต่อหน้าสื่อ ยื่น ประธานกกต. ยินดีนับคะแนนใหม่ ลั่นไม่หนักใจ ตรวจสอบม็อบกดดัน กกต. แล้วไม่ใช่คนในพื้นที่ เมินคำท้า "ไอซ์ รักชนก"บอกไม่ให้ราคา ขอมองข้าม อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ ยันไม่มีการใช้อำนาจบ้านใหญ่
11 กุมภาพันธ์ 2569 - เมื่อเวลา 13.25 น. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย แถลงยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องขอแสดงความจำนงให้นับคะแนนใหม่ เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ขอชี้แจงและแสดงจุดยืนต่อกระแสข่าวที่ปรากฎเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งและการนับคะแนน ซึ่งมีข้อกล่าวอ้างที่อาจทำให้เกิดความสับสนและเคลือบแคลงสงสัยต่อกระบวนการการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนตระหนักดีว่ากระแสข่าวดังกล่าวอาจสร้างความกังวลและสับสนแก่ประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใน 8 ตำบลของ อ.เมือง จ.ชลบุรี รวมทั้งรวมอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยของประเทศชาติ เพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
นายสุชาติ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนจงได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้งที่ 1 ขอแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า ตนยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่และเต็มใจในทุกขั้นตอนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งเพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากข้อสงสัยเคลือบแคลงต่างๆ และสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคน ตนยินดีและเต็มใจให้นับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พร้อมที่จะให้ กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์สูงสุดและความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย
จากนั้นนายสุชาติได้เซ็นหนังสือเพื่อให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นต่อ กกต. เพื่อแสดงความจำนงให้นับคะแนนใหม่ โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า เนื่องด้วยปรากฏกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งและการนับคะแนนที่อ้างว่า มีความไม่โปร่งใส ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวนอกจากจะสร้างความสับสนแก่สาธารณชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวข้าพเจ้าและกระบวนการเลือกตั้งภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. เพื่อให้การดำเนินการนับผลคะแนนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชน ตนในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต 1 หมายเลข 1 ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ขอแสดงความจำนงว่า ยินดีให้ความร่วมมือในทุกขั้นตอนภายใต้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ในการดำเนินการเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจผลการเลือกตั้งในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจใช่หรือไม่ว่า หากนับใหม่แล้วคะแนนจะออกมาเท่าเดิม นายสุชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกคนเห็นอยู่แล้วว่าตนก็ไม่รู้ข้อกฎหมายในการนับคะแนน หรือกฎหมายของ กกต.มากมาย ซึ่งตนพูดไปในสิ่งที่ไม่ได้มีความประสงค์อะไรทั้งสิ้น แล้วแต่กฎหมายเลือกตั้ง วันนี้ถ้าทุกคนมีความประสงค์อย่างไร เรายินดีสนับสนุนตามความประสงค์นั้น เมื่อถามย้ำว่า ยังคงมั่นใจว่า หลังจากนับใหม่คะแนนจะออกมาเท่าเดิม นายสุชาติ กล่าวว่า ตนต้องเชื่อมั่นองค์กรที่เขาจัดการเลือกตั้ง เพราะเรามีหน้าที่แค่ไปกาแล้วหย่อนบัตร 1 ใบเหมือนกัน สื่อมวลชนก็ไปถ่ายรูปตอนตนหย่อนบัตรอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ท้ากลับว่า ถ้านับคะแนนใหม่แล้ว ผลคะแนนเปลี่ยนไปมากกว่า 1 คะแนน จะยอมลาออกหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่อยากพูดถึงคนอื่นแล้ว คิดว่าหากลองไปศึกษาข้อกฎหมายว่าผู้ที่คัดค้านการเลือกตั้งควรจะต้องเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใน 8 ตำบลนั้น คนที่กล่าวอ้างทั้งหมดมีสิทธิ์หรือมีเสียงในเขตนั้นหรือไม่ และมาในฐานะอะไร สมมุติถ้าตนอยู่ชลบุรีแล้วไม่พอใจจังหวัดอื่นแล้วเอาชาวชลบุรีไปร้องจังหวัดอื่น ไม่สามารถทำได้ ตามกฎหมาย กกต.ที่ศึกษามา คนที่จะคัดค้านได้คือ จะต้องเป็นผู้สมัคร และประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นถึงจะมีสิทธิ์มีเสียง แต่คนที่มากล่าวหาคน มาพูดปลุกระดมต่างๆ เป็นประชาชนในเขตนั้นหรือไม่ ซึ่งเขาเช็กมาหมดแล้วเป็นคนจังหวัดอื่นทั้งนั้นเลยและจังหวัดอื่นด้วย แล้วทำเพื่ออะไร
ถามว่า คิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่คิดหรอก คิดว่าเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ได้มีอะไรที่หนักใจเลย แต่แค่ว่าทำแล้วถูกต้องหรือไม่ ถ้าเราเป็นคนเซ็นเอกสารไปถึง กกต. แล้วไปเซ็นเอกสารที่มันผิดตนก็ยุ่งเหมือนกัน ก็ต้องศึกษาว่าทำได้หรือไม่ ถ้าตนเซ็นแล้วแค่เสนอและยินดีเต็มใจให้ กกต.ปฏิบัติอะไรก็ได้ จะนับคะแนนใหม่หรืออะไรก็ยินดีทุกอย่าง สื่อมวลชนเอากล้องไปจับกันดู
ถามอีกว่า คิดว่า หากนับคะแนนใหม่แล้วจะจบหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จะจบหรือไม่ ต้องไปถามคนที่เขาพูดอยู่ ตนไม่เกี่ยว ตนแค่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะเป็นผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด แต่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียคือ ประชาชนในพื้นที่ 8 ตำบล ไม่ใช่คนนอกพื้นที่ ซึ่งประชาชนใน 8 ตำบลมีสิทธิคัดค้านขอใช้สิทธิตัวเองได้ แต่ถ้าใครไม่ได้อยู่ใน 8 ตำบล จะไปใช้สิทธินี้ในฐานะอะไร เราต้องอยู่ในประเทศไทยในยุคสมัยใหม่แล้ว ไม่ได้ย้อนหลังไปยุคเก่าแล้ว อยากจะบอกว่าที่ออกแถลงการณ์ขอร้องสื่อทุกคนว่า เราต้องมีจรรยาบรรณ สื่อบางช่องเสนอไฟดับชลบุรี ซึ่งเจ้าของเพจบอกแล้วว่า เหตุเกิดที่นนทบุรี แล้วนนทบุรีพรรคสีส้มได้ทั้งจังหวัด แล้วเกี่ยวอะไรกับชลบุรี สื่อต้องเสนอเป็นกลางทั้งสองข้าง ตนไม่ได้อยากมีปัญหากับสื่อมวลชน ตนแค่น้อยใจ ไม่เคยปฏิเสธสื่อสักช่องเดียว โทรมารับสายตลอด แต่ทำไมไม่ให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง สื่อบางช่องจะเอนเอียงอย่างไรก็ไม่ว่า แต่ไม่ควรที่จะต้องใส่ร้ายป้ายสี หรือขึ้นหัวข่าวที่ประชาชนดูแล้วไม่ให้ความเป็นธรรม
นายสุชาติ กล่าวว่า สื่อมวลชนมีพ่อแม่ มีลูก ถ้าเสนอข่าวแบบนี้ เด็กหลายคน อายุ 18 ปี ที่เลือกตั้งตนได้ วันนี้เข้าโรงเรียนไมได้ เพราะการเสนอข่าว และที่เข้าโรงเรียนไม่ได้เพราะแบ่งฝักแบ่งฝ่าย วันนี้ไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ พูดในฐานะคนไทย อยากให้คนไทยรักกัน ยืนอยู่บนหลักประชาธิปไตย ตนเป็นนักการเมืองต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีหลายคนไปกดดัน กกต.กันมาก นายสุชาติ กล่าวว่า กกต.ต้องชี้แจง เพราะเป็นหน้าที่ เมื่อผลคะแนนออกมาอย่างไรต้องยอมรับต่อความเป็นจริง ตอนปี 66 เราพ่ายแพ้ เราตั้งคำถามว่าทำไมถึงแพ้ การเลือกตั้งครั้งนี้ทีมตนได้มา 5 คน ต้องมานั่งทำการบ้านเหมือนกันว่า อีก 5 คนพ่ายแพ้เพราะอะไร ต้องทำให้ดีกว่าเดิม มัวรอกระแสไม่ได้ เพราะไม่รู้กระแสจะมาเมื่อไหร่ ตนหาเสียงรอบนี้หนักมาก ไม่ได้นอนอยู่บ้านแล้วคะแนนลอยมา คะแนนที่ได้ไปขอเขามา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสทวงถามถึงคดีเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช. เป็นผู้สอบ ให้ไปถาม ป.ป.ช. ทำไมถึงไม่ทำหนังสือไปถาม ตนเป็นรัฐมนตรี ผ่านการตรวจสอบกว่า 16 หน่วยงาน ดังนั้น คนที่โพสต์มีจุดประสงค์ และความต้องการอะไร ให้ถาม ป.ป.ช. ว่าแจ้งข้อหาถึงคนที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ และแจ้งข้อหาตนเองหรือไม่ เพราะถ้าหากมีการแจ้งข้อกล่าวหา ตนก็ไม่สามารถรับตำแหน่งรัฐมนตรีได้
ซักว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่า ทำไมเขาถึงมาโจมตีนายสุชาติ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนก็รับกระสุนแทนนายกฯไปก่อน ไม่เป็นไร ชลบุรีและภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ การเมืองแพ้ชนะอยู่ที่ประชาชนเลือก ต้องยอมรับว่าพื้นที่เขตอำเภอเมืองมีความยากมาก
ถามอีกว่า ตอนนี้มีม็อบเกิดขึ้นหลายจุด คิดว่าจะมีผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลช้าไปหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนต้องย้อนกลับว่าถ้า 33 เขต ใน กทม. คนที่แพ้ให้นับใหม่จะทำอย่างไร หรือถ้าใครแพ้ก็ต้องทำแบบนี้ เราจะอยู่ในระบบประชาธิปไตยอย่างไร เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา นายสุชาติอาจใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ชลบุรี นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มี โลกนี้ไปถึงไหนแล้ว กล้องวงจรปิดมีทุกถนนเส้นทาง ทุกวันนี้ใครทำอะไรมีใครรอดหรือไม่ ก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้แล้ว เป็นโลกสมัยใหม่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า คะแนนที่ได้มาไม่มีการใช้อิทธิพลใดๆ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเองก็กาบัตร 1 ใบเหมือนกัน เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้เมินคำท้าของ น.ส.รักชนก แล้วใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่เคยให้ราคา มองข้ามไปถึงนู่นแล้ว ไม่เคยมองเขา เมื่อถามว่า มองเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่สนใจหรอก เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องมันก็จบ อยากให้สื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว มองข้ามไปเถอะ อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ คนพวกนี้เลือกตั้งเขตตนได้หรือไม่ เป็นผู้สมัคร สส.เขตตนหรือ หรือตนไปเลือกเขตบางบอนของเขาได้หรือไม่
ถามต่อว่า ล่าสุดมีการเทียบคะแนนผู้ใช้สิทธิแบบเบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อที่ไม่ตรงกัน จนเกิดการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ นายสุชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 66 คะแนนของพรรคก้าวไกลแบบบัญชีรายชื่อได้เกือบ 50,000 คะแนน แต่ตัวผู้สมัครแบบแบ่งเขตได้ 36,000 คะแนน แต่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติก็พ่ายแพ้ ทำไมเขาไม่ร้องบ้าง โลกเดี๋ยวนี้มันไปถึงไหนแล้ว เขาเข้าใช้สิทธิ เขากาถูก หรือหนูกาไม่เป็น ก็ต้องคิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯหนู กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อม ดูแลม็อบ 'นับใหม่' มองเป็นสิทธิแต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ว่า ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
'อนุทิน' การันตีหน้าตา 'ครม.ใหม่' ดีกว่าเดิม
"อนุทิน" การันตีหน้าตาครม.ใหม่ดีกว่าเดิม เพราะคะแนนที่เมตตาให้ภท.กดหัวกดบ่าอยู่ ยังอุบสูตรจัดตั้งรัฐบาลบอกรอให้ กกต.รับรองผล 100% ก่อน ไม่ตอบควบกลาโหม บอกยังเร็วไป ส่วนประชุมพรรคสีน้ำเงินพรุ่งนี้ เชิญว่าที่สส. หารือหลังชนะเลือกตั้ง
‘สุชาติ’ เขต 1 ชลบุรี โชว์สปิริตยินดีและเต็มใจให้นับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชลบุรี พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียน พี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่าน
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
'แก้วสรร' เขียนบทความ 'สิทธิตรวจสอบการเลือกตั้งของพรรคส้ม'
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปถาม-ตอบ
'เทพไท' เตือน กกต.บอกอย่าให้ซ้ำรอยเลือกตั้งสกปรกปี 2500
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก

