"โสภณ" ยันไม่ตลก ปมแนวคิดยกเลิกงบอาหารกลางวัน สส. แจงที่บอกตลก เหตุผู้อภิปรายพูดผิดเวลา-ไม่มีกาลเทศะ ลั่น สมัยตนนั่งประธาน สิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ วอน อย่าวิจารณ์นักการเมืองเหมาเข่ง เชื่อ โหวตนายกฯ 19 มี.ค. ไม่วุ่นวายซ้ำรอยเลือกประธานสภา
17 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ตนรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว วันนี้ถือเป็นวันแรกของการทำงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพราะตนเชื่อว่าหากเริ่มต้นดีทุกอย่างจะราบรื่น อีกทั้งตนใช้หลักธรรมนำชีวิตทั้งชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้ ตนยังได้คุยกับข้าราชการรัฐสภาและทานข้าวร่วมกัน ซึ่งเป็นงบประมาณของตน และมองว่าถ้าอยากให้หน่วยงานดี หัวหน้าหน่วยงานต้องดี และต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ
นายโสภณ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมาที่ตนให้สัมภาษณ์ และสื่อเขียนข่าวโดยเอาคำพูดของตนไปไม่จบ ซึ่งที่ตนบอกว่า ตลกและอมยิ้ม ไม่ได้ตลกในเรื่องเสนอให้ตัดงบอาหารกลางวัน สส. แต่ตลกคนที่อภิปราย เพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ ตนทำงานเอาผลไม่ใช่เอาภาพ แต่ในสังคมเมื่อมีเรื่องเอาแต่ภาพมีข้อมูลจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เอาไปลงเพื่อให้สะใจทำให้สังคมเกิดความแตกแยก การพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้มีการพูดกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่แล้ว มีหลายพรรคพูด แต่ไม่ได้รับการแก้ไข
นายโสภณ กล่าวต่อว่า เมื่อตนมาทำงานก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ ซึ่งสุดแล้วแต่สมาชิก ถ้าสมาชิกเอาอย่างไร ตนก็เอาเช่นนั้น วันนี้ไม่ใช่มาแก้ข่าวแต่มาขยายความตามข้อเท็จจริง เพราะประชาชนอาจจะมองไม่เห็น 2 มุมในเรื่องนี้ คือ 1.สภามีสวัสดิการให้สมาชิกหรือไม่ ถ้ามีเหมาะสมหรือไม่ 2.ไม่มีสวัสดิการ เมื่ออาสาเข้ามาแล้วก็ไม่ต้องเอาสวัสดิการ ดังนั้น จึงต้องชั่งน้ำหนักว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ในยุคสมัยของตนต้องได้รับการแก้ไขด้วยเหตุผลและความเหมาะสม
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากสิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบ ประชาชนเบื่อ ก็อย่าทำ ไม่เช่นนั้นเราจะสร้างศรัทธาไม่ได้ และการทำงานต้องสามัคคี พวกตนทั้งสามคนจะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี เพียงแต่ตนไม่ได้พูดว่าประเทศไทยในยุคนี้ไม่มีฮีโร่ไหนจะเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศได้ นอกจากความร่วมมือของคนในชาติ ฉะนั้น ตนพูดชัดเจนว่าต้องการจะสื่อความหมายถึงประชาชนว่า เรื่องใดที่เป็นอุปสรรค เรื่องใดที่ทำให้สภาไม่สง่างาม ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาประเทศไม่ใช่วาทกรรม แต่อยู่ที่การกระทำ
”ขอใช้เวลาหน่อย เพราะเพิ่งทำงาน ผมจะไม่ใช่คนทำงานหิวแสง ไมค์จ่อปากไม่ได้เพ้อไปเรื่อย ช่วงนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเข้ามาทำงานก็ต้องอธิบาย และใช้เวทีของสื่ออธิบายให้ประชาชนรู้ว่าเราจะทำอะไร อย่างไร เพื่อความเข้าใจ ถ้าประชาชนขาดศรัทธาตั้งแต่แรก ก็ยากที่เขาจะให้ความร่วมมือ เพราะตอนนี้คนเข้าใจผิดว่า โสภณ ล้านปี ไม่ยอมแก้ไข ซึ่ง 100 ปีก็แก้ไขได้ เรื่องจริงตอนสภาอู่ทองเขาก็เลี้ยงเช่นนี้ แต่ไม่ใช่ว่าสภาอู่ทองเลี้ยงแล้ว วันนี้จะเลิกไม่ได้ ถ้าเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสม แต่ต้องขอเวลา ดราม่าคำว่าตลกพอแล้ว ไม่ต้องมาถามผมอีก ต่อไปประเด็นเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ต้องมาถามผมอีก เพราะผมบอกแล้วว่าสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ ไม่ติด“ นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวอีกว่า โครงการอาหารกลางวันไม่ใช่นโยบายของประธาน เป็นงบประมาณที่ฝ่ายเลขาจัดเป็นสวัสดิการ ซึ่งเป็นการของบประมาณ ไว้ที่การจัดทำงบประมาณประจำปี ถ้าไม่อยากมีก็ตัดงบนี้ออก ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการพิจารณา เพราะเป็นการทำงานตามอำนาจหน้าที่ ถ้าเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายเลขาเสนอ อำนาจไหนที่ตนตัดสินใจได้ ตนก็จะตัดสินใจ แต่อย่าลืมว่าการทำงานร่วมกันต้องฟังความเห็นของคนทำงานร่วมกัน และผู้ปฏิบัติด้วย ฉะนั้น ต้องอยู่ด้วยความสมเหตุสมผล
นายโสภณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บ่ายนี้ตนจะประชุมมาตรการการประหยัดพลังงาน ซึ่งยุคนี้ควรจะเตรียมการ สวัสดิการไหนควรลด สวัสดิการไหนที่ยังคงอยู่ก็แก้ไข ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน
“ประเด็นเช่นนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองแล้วทำให้บางคนเบื่อการเมือง ทำให้คนที่ตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจ ไม่อยากเข้ามา นิ้วไหนมันไม่ดี ก็ตัดทิ้งแค่นั้น ไม่ใช่ฆ่าหนูก็เผาบ้านตัวเอง ก็ทำแค่จับหนู ซึ่งไม่มีเรื่องที่ผมไม่สบายใจ เพียงแต่อยากเห็นสังคมมีเหตุผลในการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่วิจารณ์ทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้น เราจะถูกปลูกฝัง เมื่อเห็นข้อมูลที่ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง จริงๆ ประชาชนส่วนหนึ่งก็เชื่อความคิด การร่วมไม้ร่วมมือก็ขาดหาย ผมอยากเห็นภาพสังคมวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันบนเหตุผลบนข้อเท็จจริง วิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่แต่ต้องอยู่บนข้อมูล” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่า มองว่าที่ผ่านมาคนไม่เชื่อมั่นในสภา จนทำให้เกิดเป็นวิกฤตศรัทธาหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ใช่ ในสถานการณ์ที่ผ่านมาทำให้คนเชื่อและเกิดวิกฤตศรัทธาไปแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาพูดซะมากกว่า ซึ่งเป็นการพูดโดยนำความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบของคนมาพูด แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ เป็นการพูดเพื่อได้ความนิยม ซึ่งการปฏิบัติจริงๆ กลับเดินไปไม่ได้
เมื่อถามว่า มองเป็นความท้าทายหรือไม่ที่จะเป็นคนมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับสภาชุดนี้ นายโสภณ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองเป็นความท้าทาย แต่มองเป็นเรื่องที่จะต้องทุ่มด้วยใจและทำจริงๆ ส่วนจะชนะหรือไม่ชนะ หรือทำได้ตามที่อุดมการณ์วางไว้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนต้องดูทั้งหมด
เมื่อถามถึง กรณีที่พูดไว้ว่าจะเน้นการกระทำมากกว่าคำพูดนั้น นายโสภณ กล่าวว่า ใช่
ต่อถามว่า จะมีการวาง KPI หรือการประเมินผลอย่างไรนั้น นายโสภณ กล่าวว่า หากเรื่องนี้ถูกต้อง แล้วจะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งตนอยากเห็นสภานี้เป็นสภาที่ดี ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้พูดหรือแสดงความคิดเห็น สามารถให้แสดงความคิดเห็นได้ แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ก็ไม่สมควรแสดงความคิดเห็น
“ผมเป็นคนดูโซเชียล เพราะจะได้รู้ว่าสังคมคิดอย่างไร ซึ่งในโลกโซเชียลใช้คำว่าด่าก็ไม่ถูก แต่มีการปรามาสแค่เขียนชื่อกับตัวเลข ก็ใช้เวลากันนานในสภา เรื่องไม่เป็นเรื่อง ภาพเหล่านี้ทำให้ฉุดสภา เคยทำให้คนไม่เชื่อมั่น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่มี” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่า วันที่ 19 มี.ค. นี้ จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี มองว่าจะเกิดความวุ่นวายซ้ำรอย เหมือนวันเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่วุ่นวาย
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ มองว่าจะวุ่นวายหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่วุ่นวาย แต่ภาพที่เกิดขึ้นในสภาจะสะท้อนการทำงานของเรา บางครั้งอาจจะไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านด่า แต่สาวกสะใจ ดังนั้น หากอยากเห็นประชาธิปไตยเดินได้อย่างสง่างาม สัปปายะสภาสถานจะเป็นตัวอย่าง ซึ่ง 1 ใน 5 ข้อของสัปปายะสภาสถานคือเป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ขอให้ที่อยู่ตรงนี้เป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่หนักใจใดๆ ในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ และจะทำอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกอย่างจำเป็นต้องไปตามข้อบังคับ ปฏิบัติตัวอย่างเที่ยงธรรม ทุกอย่างก็จะไปได้
เมื่อถามว่า กังวลจะมีการเล่นเกมนับองค์ประชุมให้สภาล่มหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่กังวล พอแล้ว เพราะบอกให้คนอื่นไม่ต้องพูดมาก แต่ตัวเองกลับพูดมาก ซึ่งตนไม่อยากให้ใครเครียด อยากทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว.เปรมศักดิ์ จี้ 'โสภณ ซารัมย์' แสดงจุดยืนให้ชัดไม่ถูกครอบงำจาก 'บ้านใหญ่สีน้ำเงิน'
“สว.เปรมศักดิ์” ส่ง 5 ข้อเสนอถึงประธานรัฐสภาคนใหม่ กำหนดกรอบแก้ รธน.ให้หลุดพ้นคำติฉินสภาฯ สีน้ำเงิน มองข้อเสนอ ”หมอวรงค์“ ทบทวนค่าข้าวน่ารับฟัง บอกผมเป็น สส.มา 12 ปี ไม่คิดว่าฟุ่มเฟือย รับผู้แทนรายจ่ายเยอะต้องใส่ซองชาวบ้าน-ช่วยงานการกุศล
'โสภณ' ประชุมข้าราชการสภาฯ ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 30%
“โสภณ” ประชุมข้าราชการสภาฯ ตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้าลง 30% พร้อมขอให้เข้มงวดความร่วมมือประหยัดไฟฟ้า-น้ำ อย่างเป็นรูปธรรม ขอทุกคนช่วยกันทำงาน ไม่ใช่ได้ตำแหน่งแล้วแปลงร่างเป็นผู้วิเศษรู้หมดทุกเรื่อง บอกไม่ต้องมาแสดงความยินดี เป็นคนง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีการ
ปชน. ค้านยกเลิกอาหาร สส. ชี้ยังจำเป็นต้องมี แต่ต้องประหยัดงบ ไม่ให้กินเหลือทิ้ง
"ภัณฑิล" ชี้ อาหาร สส. ยังจำเป็น แต่ควรปรับให้เหมาะสม เหตุเหลือเยอะเป็นขยะ แนะ ใช้การ์ด จำกัดวงเงินแทน ขณะที่ ผู้ช่วย สส. ควรมีตัวชี้วัดการทำงาน กันข้อครหาใส่ชื่อญาติพี่น้องเอาเงินเข้ากระเป๋า ส่วน กองทุนบำนาญ ควรปรับสัดส่วนใหม่ไม่ให้เป็นภาระงบหลวง
'เจี๊ยบ' เชิดชู 'น้องน้ำแข็ง' อัดคำท้า 'มือปราบจำนำข้าวแสนล้าน' ไร้สาระ
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความยกย่อง ไอซ์ รักชนก เหนือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้
'หริรักษ์' เรียกหา 'แก๊งภาษีกู' จะเอาแบบ 'หมอวรงค์' หรือไม่
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความว่าแรกทีเดียวที่ได้ฟัง ยังคิดว่าคุณหมอวรงค์ไ
ค้านไว้ก่อน! 'เจี๊ยบ' โต้ 'หมอวรงค์' ตัดงบอาหาร สวัสดิการ ลดผู้ช่วยส.ส. เท่ากับขวางส.ส.น้ำดีเข้าสภาฯ
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อคามว่าการเสนอตัดงบอาหาร สวัสดิการบำนาญสส

