สว.เปรมศักดิ์ จี้ 'โสภณ ซารัมย์' แสดงจุดยืนให้ชัดไม่ถูกครอบงำจาก 'บ้านใหญ่สีน้ำเงิน'

"สว.เปรมศักดิ์" ส่ง 5 ข้อเสนอถึงประธานรัฐสภาคนใหม่ กำหนดกรอบแก้ รธน.ให้หลุดพ้นคำติฉินสภาฯ สีน้ำเงิน มองข้อเสนอ "หมอวรงค์" ทบทวนค่าข้าวน่ารับฟัง บอกผมเป็น สส.มา 12 ปี ไม่คิดว่าฟุ่มเฟือย รับผู้แทนรายจ่ายเยอะต้องใส่ซองชาวบ้าน-ช่วยงานการกุศล

17 มีนาคม 2569 - ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. แถลงประเด็นข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาคนใหม่ในการขับเคลื่อนงานสภาให้มีประสิทธิภาพ โดยเสนอแนวทางการดำเนินงาน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้ 1.ด้านนิติบัญญัติ ประธานรัฐสภาคนใหม่ต้องยกระดับคุณภาพกฎหมายให้ตอบโจทย์ประเทศและประชาชน โดยจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายเร่งด่วน เช่น กฎหมายเศรษฐกิจและการลงทุน กฎหมายส่งเสริม SMEs และเทคโนโลยีใหม่ กฎหมายลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกธุรกิจ ปรับปรุงกระบวนการพิจารณากฎหมายให้รวดเร็วแต่รอบคอบ เพิ่มการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ รวมถึงการใช้ระบบ e-Parliament ในการติดตามพิจารณาร่างกฎหมาย จัดตั้งหน่วยวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และงบประมาณ ก่อนออกกฎหมาย ทั้งยังต้องผลักดันให้มีการทบทวนกฎหมายล้าสมัย เพื่อลดภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

2.ด้านการให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการแต่งตั้งองค์การอิสระ โดยเสนอให้ขจัดข้อสงสัยว่าฝ่ายรัฐสภา กับองค์กรอิสระผลัดกันเกาหลังให้กัน ต้องอย่าลืมว่าพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังของการเลือกวุฒิสภา ฉะนั้นจะเห็นกลุ่มทั้งสภาบนและสภาล่าง แต่ก็ยังเห็นชอบองค์กรอิสระเรียกว่า คุมทั้งประเทศเลยก็ว่าได้

“นายโสภณ ต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนโดยไม่ถูกครอบงำจากสีน้ำเงินให้การเลือกองค์กรอิสระอิสระอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นคนของบ้านใหญ่ ใครก็ตามที่เป็นองค์กรอิสระต้องเที่ยวเมืองรองไปดู Moto GP หรือไปดูฟุตบอลในจังหวัดที่มีชื่อเสียง” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะต้องเปิดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต่อรัฐสภา เผยแพร่ข้อมูลประวัติและสาธารณะให้รับทราบ รวมถึงกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาเพื่อไม่ให้ตำแหน่งว่างนานเกินไปจนเกิดสุญญากาศ ส่งเสริมให้มีการมีส่วนร่วมของภาควิชาการและภาคประชาชนในการให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา เราจำเป็นจะต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในประชาชนโดยเร็วที่สุด เพราะถูกมองว่าวภาล่างก็สีน้ำเงิน สภาบนก็สีน้ำเงิน องค์กรอิสระก็สีน้ำเงิน บ้านเมืองจะไปได้อย่างไร

3.ด่านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายให้รัฐสภาทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มแข็งและสร้างสรรค์ ส่งเสริมการใช้กลไกกระทู้ถามและการอภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งญัตติที่ร้ายแรงที่สุดคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจควรจะเปิดโอกาสให้ตรวจสอบตามวาระอันสมควร บทบาทของคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญในการติดตามนโยบายรัฐ จัดระบบติดตามผลการอภิปรายและข้อเสนอแนะของรัฐสภา เปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณของรัฐต่อรัฐสภาและสาธารณะให้มากขึ้น ส่งเสริมการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของรัฐอย่างเป็นระบบ ไม่ลำเอียง

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 4.ด้านการประสานงานระหว่าง สส.และ สว. เพื่อลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน จัดให้มีกลไกประสานงานระหว่างสองสภาอย่างเป็นระบบ จัดประชุมร่วมระหว่างผู้นำฝ่ายค้าน ผู้นำรัฐบาล และ สว. อย่างสม่ำเสมอ และควรจะมีกลุ่มเสียงข้างน้อยเข้าไปร่วมปรึกษาหารือด้วย จัดระบบพัฒนาระบบข้อมูลกฎหมายและญัตติร่วมกัน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันของคณะกรรมาธิการสองสภา บางญัตติที่ซ้อนกันควรจะเป็นสภาใดสภาหนึ่งที่จะพิจารณา และ

5.แก้ไขรัฐธรรมนูญตามประชามติ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ดังนั้นนายโสภณ ควรจะต้องเร่งกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนโดยประกาศต่อสาธารณะ ไม่ใช่แล้วแต่รัฐบาลจะเสนอหรือไม่ หากเป็นอย่างนั้นคงชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ก็ไม่ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามประชาชนเสียงส่วนใหญ่ สนับสนุนการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้การแก้ไขเป็นไปอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส มีส่วนร่วม ลดความขัดแย้งทางการเมืองให้รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น อยากให้ประธานรัฐสภาคนใหม่ก้าวออกมาอย่างสง่างามเป็นผู้นำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่าการดำเนินงานของประธานรัฐสภาคนใหม่ต้อง ยกระดับคุณภาพกฎหมาย สร้างความโปร่งใสในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ เสริมบทบาทการตรวจสอบฝ่ายบริหาร สร้างความร่วมมือระหว่างสองสภาเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งโปร่งใสและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ปลอดจากคำติฉินนินทาว่าเป็นสภาสีน้ำเงิน ซึ่งกาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ส่วนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ขอทบทวนสวัสดิการของ สส.และ สว. นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า เป็นข้อเสนอที่น่ารับฟังแต่มีคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ของ สส.และ สว. ที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นควรให้คณะกรรมาธิการสองสภาพิจารณาร่วมกันเป็นเรื่องแรก ๆ ส่วนตัวมองว่าความเห็นของ นพ.วรงค์ บางส่วนก็ถูกและบางส่วนคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็นบำเหน็จบำนาญ ตนเองเป็นผู้แทนมา 12 ปี เคยได้รับเงินบำเหน็จบำนาญเพียง 14,000 บาท และได้รับเพียง 10 ปีก็หมดไป ไม่ได้รับจนสิ้นชีวิตเหมือนราชการ

“ขออย่ามองว่าสมาชิกรัฐสภาต้องเป็นเศรษฐี มีเงินเป็นพันล้านหมื่นล้าน เพราะเป็นกรณีของสมาชิกรุ่นหลังที่มีกระแสการเมือง เราไม่ต้องการสมาชิกรัฐสภาที่มาจากมหาเศรษฐีเพียงอย่างเดียว ควรจะมาจากคนระดับธรรมดาก็เป็นได้ ต้องมองให้รอบด้าน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ตนเองเป็น สส.มา 12 สมัย ก็เห็นว่ามีการเลี้ยงอาหาร สส.ไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไร แต่จะต้องเจาะลึกข้อมูลว่ารายจ่ายต่อหัวคือเท่าไร ทำอย่างไรถึงจะดูพอเหมาะพอสมมากยิ่งขึ้น คนธรรมดาสามัญไม่ต้องใส่ซองให้ชาวบ้าน ไม่ต้องช่วยงานการกุศลเหมือนสมาชิกรัฐสภา รายจ่ายของสมาชิกมีจำนวนมากไม่สามารถปฏิเสธได้ ตนเองแม้จะเป็น สว.ชาวบ้านก็เชิญไปร่วมงานซึ่งเป็นธรรมเนียมว่าต้องช่วยชาวบ้านเป็นรายจ่ายที่ไม่มีใครพูดถึง รายรับของ สส. สว. 100,000 บาทกับนิดหนึ่ง ไม่ได้เยอะไม่พอค่าใส่ซองด้วย โดยเฉพาะฤดูกระถิน ผ้าป่า บุญบั้งไฟ

“บางครั้งผมก็ไปกินข้าวแกงข้างถนนก็ได้ แต่ถ้ามีประชุมต่อเนื่องออกไปแล้วเข้ามาอีกจะเสียเวลาในการประชุมก็จะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้องพิจารณา แต่ผมไม่ขัดข้องว่าเสียงส่วนใหญ่จะว่าอย่างไร ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ติดตัวชั่วฟ้าดินสลายเป็นตำแหน่งชั่วอายุที่ได้เข้ามาทำงาน ผมเคยสอบตกก็กลับไปเป็นชาวบ้านธรรมดา ทุกคนไม่ได้สบายเหนือประชาชน ภายใต้ส่วนที่เสียเปรียบก็มีส่วนที่ได้เปรียบ ภายใต้ส่วนที่ได้เปรียบก็มีส่วนเสียเปรียบ ผมกล้าที่จะบอกได้ว่านักการเมืองเป็นอาชีพที่ต้องเสียภาษีสังคมโดยปฏิเสธไม่ได้” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' ประชุมข้าราชการสภาฯ ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 30%

“โสภณ” ประชุมข้าราชการสภาฯ ตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้าลง 30% พร้อมขอให้เข้มงวดความร่วมมือประหยัดไฟฟ้า-น้ำ อย่างเป็นรูปธรรม ขอทุกคนช่วยกันทำงาน ไม่ใช่ได้ตำแหน่งแล้วแปลงร่างเป็นผู้วิเศษรู้หมดทุกเรื่อง บอกไม่ต้องมาแสดงความยินดี เป็นคนง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีการ

'โสภณ' แจงบอก 'หมอวรงค์' ตลก เพราะใช้เวลาอภิปรายไม่ถูกกาลเทศะ เสนอตัดงบอาหาร สส.

"โสภณ" ยันไม่ตลก ปมแนวคิดยกเลิกงบอาหารกลางวัน สส. แจงที่บอกตลก เหตุผู้อภิปรายพูดผิดเวลา-ไม่มีกาลเทศะ ลั่น สมัยตนนั่งประธาน สิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ วอน อย่าวิจารณ์นักการเมืองเหมาเข่ง เชื่อ โหวตนายกฯ 19 มี.ค. ไม่วุ่นวายซ้ำรอยเลือกประธานสภา

ประธานสภาฯ นัดโหวตนายกฯ 19 มี.ค. หวังได้รัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ตนเตรียมออกระเบียบวาระประชุมสภาฯ เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค. เพราะอยากเห็นรัฐบาลได้มีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ เพราะตอนนี้มีวิกฤติต่างๆ รุมเร้า หากมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

'โสภณ' มอง 'หมอวรงค์' ตลก เสนอยกเลิกอาหาร สส. ชี้ไม่ควรแอคชั่นแบบนี้

"โสภณ" ชี้ประธานสภาฯ-รองประสภาฯ คนละพรรค แต่สามัคคีกัน สร้างศรัทธาเป็นที่พึ่ง พร้อมเปิดเวทีให้สมาชิกถกอยากได้สภาฯเป็นแบบไหน หัวเราะก่อนบอก “ตลก” หลัง “หมอวรงค์” เสนอยกเลิกอาหารกลางวัน สส.

'โสภณ-มัลลิกา-เลิศศักดิ์' รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ห้องประชุมสัมมนา B1 อาคารรัฐสภา