'อภิสิทธิ์' แจงเหตุ 'ปชป.' งดออกเสียงเพราะ 2 แคนดิเดตมีมลทิน!

'อภิสิทธิ์' แจงเหตุ 'ปชป.' งดออกเสียง โหวตให้ 'อนุทิน' นั่งนายกฯไม่ได้ หวั่นปมจริยธรรมคดีฮั้ว สว.ยังไม่จบ ลั่น ไม่มีประวัติรอร่วมรัฐบาล

19 มี.ค.2569 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายก่อนการลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ต้องอ้างอิงข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 16 ที่ระบุว่า สมาชิก และกรรมาธิการ (กมธ.) ต้องให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย ดังนั้น ถ้าจะให้พูดเฉพาะเรื่องความรู้ความสามารถไม่ใช่ข้อบังคับ เพราะเราต้องสามารถพูดถึงเรื่องพฤติกรรมทางจริยธรรม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย ว่า นายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า กรณีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นที่น่าเสียดายว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ตนไม่ได้มีโอกาสได้ฟังวิสัยทัศน์จากท่านเลย แต่ได้ฟังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน มากพอสมควร และวันนั้นค่อนข้างจะเคลิ้มตามหนิมที่พูดถึงหนูมากกว่าที่พูดเมื่อสักครู่

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องบอกว่าทำไมวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่สามารถให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อนายอนุทินได้ ตนจะหยิบยกเครื่องของคดีความ เพราะเวลาเราพูดถึงเรื่องจริยธรรมมันไม่ใช่เรื่องของการตัดสินเชิงกฎหมาย และสิ่งที่ตนพูดจะไม่ได้บอกว่าการกล่าวหาหรือถูกกล่าวหาเป็นจริงหรือเป็นเท็จ แต่จะพูดว่าสถานะของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อนั้น สมควรที่จะได้รับการเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่าต้องการสร้างการเมืองสุจริต รวมถึงหัวหน้าพรรคประชาชนที่แสดงวิสัยทัศน์ในวิธีต่างๆ เราพูดตรงกันว่าความรับผิดชอบทางการเมืองหรือมาตรฐานในเรื่องของการเมืองต้องต่าง และสูงกว่า เรื่องของความรับผิดชอบของมาตรฐานทางกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นหลักที่ไม่สามารถเห็นชอบนายอนุทินได้คือประเด็นเรื่องคดีฮั้วสว. เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงที่สามารถทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าสว.ไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลอาณัติของพรรคการเมืองนักการเมืองแล้ว สว.ซึ่งมีหน้าที่ในการสรรหาองค์กรอิสระจะทำให้องค์กรอิสระนั้นขาดความเป็นกลาง ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารหรือพรรคการเมืองได้ ซึ่งบังเอิญนายอนุทิน ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเมื่อมีการกล่าวหาไปแล้วได้มีการส่งเรื่องให้อนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 มีการบรรยายข้อกล่าวหา และมีการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบข้อกล่าวหา รวมทั้งนายอนุทินด้วย ซึ่งในส่วนของข้อหาตนจะไม่ลงรายละเอียด แต่จะบรรยายอย่างชัดเจนถึงกระบวนการการทำงานของพรรคการเมือง ที่วางแผนในเรื่องของกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภาที่ขัดกับกฎหมายหลายมาตรา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้นี้ มีความเห็นว่าบุคคลผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงนายอนุทิน เป็นผู้ที่ได้ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาของวุฒิสภา ยิ่งไปกว่านั้นความคลางแคลงใจของสังคมยิ่งทวีคูณมากยิ่งขึ้น เพราะโดยปกติแล้วเมื่อคณะอนุกรรมการสืบสวนเสร็จสิ้น จะมีการจำหน่ายเรื่องนี้ไปให้อนุกรรมการวินิจฉัย ซึ่งปกติมี 35 คณะ แต่ปรากฏว่ากกต. ได้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาใหม่เป็นชุดที่ 36 เจาะจงมาพิจารณาเรื่องนี้ ที่สำคัญเมื่อมีการไปดำเนินการเช่นนั้น ก็มีผู้ไปฟ้องร้องกกต. ว่าการตั้งอนุกรรมการดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ และได้ฟ้องไปที่ศาลอาญาทุจริตซึ่งจะได้มีคำสั่งเรื่องนี้ในเดือนหน้า

“แน่นอนว่าความหมายของเรื่องนี้ คือนายอนุทินยังอยู่ในสถานะนี้ แม้จะมีข่าวว่าอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้ประชุมกันแล้วบอกว่าจะยกเรื่องนี้ แต่อำนาจสุดท้ายอยู่ที่กกต. และเรื่องนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจในการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายอนุทินด้วย เพราะบุคคลผู้ถูกกล่าวหามีเป็นจำนวนมาก สถานะตรงนี้ท่านไม่ต้องชี้แจงผมเรื่องสาระ แต่นี่คือสถานะของนายอนุทินในกรณีของ กกต.” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อีกหน่วยงานคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เบื้องต้นท่านอาจจะเข้าใจว่ามีการยุติเรื่องโดยการส่งให้อัยการมีการฟ้องร้องบุคคล 8 คน แต่เมื่อต้นปีอัยการที่รับสำนวนบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนประมาณ 1,200 คน วงเงิน 300 ล้านบาท ข้อหาที่เกี่ยวกับอั้งยี่ และการฟอกเงิน ในที่สุดอัยการส่งเรื่องคืนกลับมาที่ดีเอสไอ ว่าผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคณะบุคคลดังกล่าว การดำเนินคดีจึงจำต้องมีการสอบสวนครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จะตัดทอนแบ่งแยกดำเนินคดีเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้

”ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงไม่สามารถเห็นชอบให้บุคคลที่มีสถานะในปัจจุบันมีคดีค้างอยู่เช่นนี้ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เพราะเป็นการบั่นทอนศรัทธาของประชาชน และเป็นการรบกวนประเด็นในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นการทำให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าทำไมเราไม่สามารถหาบุคคลอื่น“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้คงมีคำถามต่อว่าทำไมตนจึงไม่สนับสนุนนายณัฐพงษ์ ต้องชี้แจงว่าด้วยหลักเกณฑ์ และมาตรฐานเดียวกัน เมื่อท่านได้ตกเป็นผู้ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล เรื่องส่งเข้าสู่ศาลและอาจต้องทำให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เราก็มีความเห็นว่าไม่สามารถสนับสนุนท่านได้เช่นกัน ไม่ต้องกังวลว่าการงดออกเสียงจะเป็นเรื่องการรอร่วมรัฐบาล ตนทำงานเป็นฝ่ายค้านแทบจะนานที่สุดในสภาแห่งนี้ไม่มีประวัติรอร่วมรัฐบาล ตรวจสอบจริงไม่ตรวจสอบเอาคอนเทนท์เดินหน้าด้วยความตั้งใจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเสียดายที่สุด คือถ้าบอกว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหรืออย่างไร นอกเหนือจากประเด็นที่ได้มีการชี้ไปแล้ว ว่าได้มีการกระทำในการการเลือกตั้งที่ไม่เรียบร้อย และเรื่องยังค้างอยู่ในศาล และมีข้อโต้แย้งมากมายนั้น น่าเสียดายสองพรรคการเมืองที่เสนอชื่อบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวั นนี้ความจริงท่านมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีปัญหา คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เราจึงจำเป็นต้องงดออกเสียง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' โปรยยาหอมบอกดีใจได้ทำงานร่วมกับทุกพรรค!

'อนุทิน' บอกดีใจได้ทำงานร่วมกับทุกพรรค พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แม้ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ทราบ ปชน.จะเสนอชื่อแข่งนายกฯ ปัดตอบ 'กล้าธรรม' ร่วมโหวตหนุนหรือไม่

'อนุทิน' นำแถลงตั้งรัฐบาล 16 พรรคร่วม!

'อนุทิน' นำแถลงตั้งรัฐบาล ขอบคุณ 16 พรรคร่วมโหวตหนุนนั่งนายกฯ ประกาศไม่มีพรรคเล็ก - พรรคใหญ่ มีแต่พรรคร่วม ให้คำมั่นนำพาประเทศไปสู่ความเจริญ 'จุลพันธ์' คอนเฟิร์ม 'เพื่อไทย' มาเต็ม 100 ยกมือสนับสนุน

มติ 'ประชาธิปัตย์' งดออกเสียงโหวตเลือกนายกฯ หวังสภาฯให้อภิปรายคุณสมบัติ

พรรคประชาธิปัตย์ ประชุม สส. เพื่อพิจารณาการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ และประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน โดยมีสส. 20 คนเข้าร่วมประชุม

ปชป. เสนอทางออก ฝ่าวิกฤตพลังงาน ชี้เหตุโกลาหล 'น้ำมันหมดปั๊ม' รัฐบาลส่งสัญญาณผิดพลาด

"อภิสิทธิ์" จี้รัฐบาลเปิดโครงสร้างราคาน้ำมัน เสนอสูตร "รัฐ-เอกชน" แบ่งเบาภาระ งดเก็บภาษีสรรพสามิต คุยโรงกลั่นส่งภาษีลาภลอย 3 บาทต่อลิตร เข้ากองทุน ตั้งคำถามในอดีตเคยทำได้ ครั้งนี้ทำไมไม่ทำ พร้อมชี้บทเรียนโกลาหลเพราะประกาศตรึงราคาน้ำมันโดยกำหนดห้วงเวลา

'จตุพร' ข้องใจ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงความจริง ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน

'จตุพร' ข้องใจ เอาไงกันแน่ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงด้วยความจริง อย่าซื้อเวลาเอาตัวรอดไปวันๆ ชี้ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน ชม 'ศุภจี-สีหศักดิ์' ถึงแถลงอึกอักยังโชว์ความคิดแก้ปัญหา ลั่นเรือโนอาห์ช่วยได้ ขอไทยตัดสินให้ดี