ศบก. แถลงย้ำให้คนไทยออกจากตะวันออกกลางโดยเร็ว เผยแรงงานเกษตรไทย ในอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 1 คน ด้าน ‘กรมธุรกิจพลังงาน’ อัพเดตน้ำมันสำรอง ยันไม่มีส่งออกไปกัมพูชา ขณะ “พาณิชย์” เผย 18-19 มี.ค.พบป้้มน้ำมันทำผิด 1 แห่ง บอกเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวราคาสินค้าบางรายการ แต่ยังไม่ผิดปกติกว่าโครงสร้างของต้นทุน
19 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังคงมีความรุนแรงและขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งอิหร่าน กาตาร์ ยูเออี และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งอาจยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ ขณะที่เลบานอน ยังคงถูกโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และกลุ่มประเทศอาหรับยังคงถูกโจมตีจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งยังคงมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน โดยสหรัฐฯและอิสราเอล ซึ่งอิหร่านก็ได้ประกาศตอบโต้ขยายไปยังโครงสร้างพลังงานในอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลก และล่าสุดทางการอิหร่านได้ยืนยันการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกิจการข่าวกรองของอิหร่าน จากการโจมตีของอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงย้ำให้คนไทยออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด
นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศได้รับการแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ว่าได้รับการแจ้งจากทางการอิสราเอล ยืนยันการเสียชีวิตของบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเป็นแรงงานภาคการเกษตร 1 ราย เมื่อช่วงดึกวันที่ 18 มี.ค. ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับกระทรวงแรงงาน และประเทศอิสราเอล เพื่อติดตามสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ สำหรับอิหร่าน คนไทย 2 คนล่าสุดที่เดินทางออกมาได้ถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และ กรุงอังการา กำลังประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน ออกจากเมืองบันดาร์ อับบาส ประเทศอิหร่าน ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยมีกำหนดเดินทางออกจากอิหร่านในวันที่ 23 มี.ค. เพื่อกลับประเทศไทยต่อไป
สำหรับคนที่อยู่ในตะวันออกกลางขอย้ำให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกุงศลใหญ่ในตะวันออกกลางทุกแห่งพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มาประเทศไทยหรือไปประเทศที่สามแล้ว รวมทั้งทั้งสิ้น 1,173 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ให้เดินทางออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกเพื่อความปลอดภัย
ด้านนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ขออัพเดตสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ กรมธุรกิจพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด น้ำมันสำรองในประเทศ วันที่ 19 มีนาคม ปัจจุบันอยู่ที่ 5,060 ล้านลิตรหรือประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างทางรวมกับน้ำมันที่จะนำเข้า ซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว 7,396 ล้านลิตร หรือประมาณ 59 วัน ทำให้ประเทศไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 100 วัน
สำหรับผลการดำเนินงานแก้ไขสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานทางการจังหวัด 76 จังหวัด ลงพื้นที่สำรวจปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ณ สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15 - 17 มีนาคม โดยมีการสำรวจสถานีบริการน้ำมัน 2,649 แห่ง ผลการสำรวจพบว่า สถานีบริการน้ำมันที่ปิดชั่วคราว 241 แห่ง มีการเปิดให้บริการ แต่น้ำมันบางชนิดหมดหรือใกล้หมด 1,912 แห่ง มีสถานีบริการที่เปิดให้บริการปกติ 496 แห่ง ทั้งนี้สาเหตุจากการรอรอบการขนส่งที่ล่าช้า สรุปยอดการจำหน่ายน้ำมันในช่วง 1-2 สัปดาห์อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติมาก กรมธุรกิจพลังงานขอยืนยันการจัดหาน้ำมันดิบต่างๆยังเป็นไปตามปกติและจะติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวออกมา กรมธุรกิจพลังงานขอยืนยันว่าไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา และไม่ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบในการขนส่งน้ำมันไปยังกัมพูชาอย่างแน่นอน
ขณะนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพว่า ในช่วงตั้งแต่วันที่ 18-19 มี.ค. สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ 403 แห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 302 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 53 แห่ง ตลาดค้าปลีกค้าส่ง 48 แห่ง เราได้พบการกระทำความผิดตามมาตรา 28 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำนวน 1 ราย ในสถานีบริการน้ำมันท้องถิ่นขนาดเล็กที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหาและได้เปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวหรือข้อกังวลของประชาชน เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคในหลายจังหวัดนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวของราคาสินค้าบางรายการ เช่น ไข่ไก่ อาหารสด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคขนส่ง ซึ่งบางรายการปรับตัวตามฤดูกาล แต่จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการปรับตัวที่ผิดปกติกว่าโครงสร้างของต้นทุนสินค้า สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าเนื้อสุกร อาหารทะเล ถุงพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ มีการปรับตัวสูงขึ้น แต่ผู้ค้ายังคงตรึงราคาไว้ในระดับเดิม
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และได้ให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานพลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นการดำเนินงานตรวจสอบ 3 ประเด็นคือ 1. การตรวจสอบ การจำหน่ายสินค้าและบริการให้เป็นไปตามราคาที่แสดงตามป้ายและต้นทุนจริง 2. ป้องกันการปฏิเสธและการจำหน่าย และ3. ติดตามสถานการณ์ปริมาณสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสต๊อกสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ภาครัฐยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคาสินค้าสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และไม่ให้มีการเอาเปรียบประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
เดือด! 'โจ มณฑานี' ซัด 'รสนา' แก๊งทวงคืนพลังงานโจมตีรัฐบาล พูดไม่หมดปมราคาน้ำมัน
"โจ มณฑานี" โต้เดือด "รสนา" แก๊งทวงคืนพลังงาน โจมตีรัฐบาลไม่ลดราคาน้ำมัน แต่ให้ข้อมูลไม่ครบ ลาวไม่มีกองทุนน้ำมันเหมือนไทยที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนเพื่อพยุงราคาค่ะแก๊งทวงคืนพลังงาน
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านถูกเลื่อนออกไป 'เจ.ดี. แวนซ์' เลื่อนการเดินทาง
สวิตเซอร์แลนด์ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า การเจรจาที่วางแผนไว้เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อตกลงยุติสงครามในตะวันออกกลางถูกเลื่อนออกไป เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่การเดินทางของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ ไปยังประเทศในเทือกเขาแอลป์ถูกยกเลิก

