“วุฒิสภา” ผ่านพิจารณา รายงานกมธ.การเมืองฯ เสนอสูตรที่มา สสร. 200 คนร่างรัฐธรรมนูญใหม่
23 มีนาคม 2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษา เรื่อง รายงานศึกษาทบทวนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และการศึกษารูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในรายงานของกมธ.ที่เสนอต่อที่ประชุม ระบุโมเดลของที่มา สสร. จำนวน 200 คน โดยกระบวนการได้มา จะเป็นสูตร ก้าวเดิน 2 ขา บันได 2 ขั้น ได้แก่ บันได 2 ขั้น คือ ขั้นแรก แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 100 คน โดยมีรายละเอียดให้ประชาชน ใน 77 จังหวัด เลือกตั้ง มาจังหวัดละ 2 คน รวมเป็น 154 คน ส่วนผู้ที่รับเลือกซึ่งได้รับคะแนนอันดับ 3-5 ให้นำคะแนนเรียงลำดับกันเพื่อหาลำดับสูงสุด จำนวน 46 คน ถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลาก รวมเป็น 200 คน จากนั้นส่งชื่อให้สมาชิกรัฐสภาลงคะแนนเลือกให้เหลือ 100 คน ซึ่งสมาชิกรัฐสภาเลือกได้คนละ 5 คะแนน โดยให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดของแต่ละจังหวัดได้รับเลือก 77 คน ส่วนอีก 23 คนให้มาจากการเรียงลำดับคะแนน 2-5 เพื่อหาคนที่ได้คะแนนสูงสุด ถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลาก
รายงานของกมธ.ระบุด้วยว่า นอกจากนั้นกำหนดให้ สสร. มีที่มาจากการเลือกแบบบัญชีรายชื่อ ทีมละไม่เกิน 200 คน ให้ประชาชนเลือกตั้ง ทั้งนี้การคำนวณเพื่อหา สสร. ให้ใช้คะแนนพึงมีตามสัดส่วนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้ได้ผู้รับเลือก 200 คนตามลำดับ ถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลาก จากนั้นส่งให้สมาชิกรัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารายงานของกมธ. ยังมีข้อเสนอแนะว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นควรทำเนื้อหาที่เป็นฉันทามติขอสังคม ที่ทุกกลุ่มยอมรับการอยู่ร่วมกันได้ โดยการแก้ไขต้องไม่ใช่เรื่องเชิงเทคนิคเท่านั้นแต่ต้องวางรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน
“รัฐธรรมนูญควรเป็นสัญญาทางการเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนกับสถาบันการเมือง และสร้างกติกาที่ทุกฝ่ายเป็นเจ้าของ หากกระบวนการออกแบบที่มาและอำนาจของ สสร. โปร่งใส ครอบคลุมและตรวจสอบได้ จะช่วยลดแรงปะทะทางการเมือง สร้างทุนทางสังคม ได้รับความไว้วางใจและ เลี่ยงวงจรซ้ำซากของการเขียนและล้มกติกา” รายงานของกมธ.ระบุ
อย่างไรก็ดีในการอภิปรายรายงานดังกล่าวนั้นพบว่ามี ทั้งที่สนับสนุนกมธ. และคัดค้าน พร้อมกับให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ อภิปรายไม่เห็นด้วยกับรายงานของกมธ. ทั้งนี้สนับสนุนให้สมาชิกรัฐสภา หารือต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่ามีความชอบธรรมเพราะเป็นตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง นอกจากนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ
“ขอให้เอาความจริงมาพูดเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการเมืองอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินหมื่นล้านบาทละลายทิ้งเพื่อประทับคำว่าประชาชน ขอถามว่าสส. และสว. ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนตรงไหน ทำไมต้องเอาสิ่งที่ซับซ้อน วันก่อนมี 20 หยิบ 1 วันนี้ 2 ขาบันได 2 ขั้น แม้ว่าอาจจะมีถ้อยคำที่ทำให้ประชาชน งง หรือ หลงลืมอะไรบางอย่าง หรือประดิษฐ์คำอะไรขึ้นมา แต่สาระสำคัญคือแก้รัฐธรรมนูญเพื่ออะไร แก้ให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจให้ดีขึ้น คนที่ใช้คือ นักการเมือง ดังนั้นไม่ต้องทำอะไรให้ซับซ้อนนักการเมืองผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว จะไปหา สสร. อีก แม้ร่างจนเสร็จ แต่ปลายทางถูกโต้แย้งคัดค้านเรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามต้องกลับไปร่างใหม่” น.ส.รัชนีกร อภิปราย
ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ฐานะกมธ. ชี้แจงว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างในรัฐสภา ไม่ถือว่าตกไป เพราะจากนี้ยังมีเวลาถึงกลางเดือน พ.ค. ที่รอให้รัฐบาลใหม่ยืนยัน ซึ่งตนหวังว่า ครมงใหม่จะเห็นตรงกับคำวินิจฉัยของประชาชน ที่ผ่านกระบวนการและผลการทำประชามติ
ทางด้านนายนรเศรษฐ์ ชี้แจงว่า กรณีที่ให้นักการเมือง มาทำกติการ่างรัฐธรรมนูญจะทำให้ความน่าเชื่อถือของการจัดทำรัฐธรรมนูญลดน้อยลง ดังนั้นผู้ร่างต้องไม่เกี่ยวข้องกับกติกา ในข้อกำหนดสสร. ที่ทำรัฐธรรมนูญต้องเว้นวรรคทางการเมือง ขณะที่ประเด็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสิ้นเปลือง เพราะใช้งบประมาณหลักพันล้านบาท แต่การทำประชามติ 3 ครั้งนั้นถูกกำหนดมาโดยศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มีสว.อภิปรายและกมธ.ชี้แจงแล้วเสร็จ ทางสว. จะรวบรวมความเห็นและรายงานของกมธ.เสนอต่อ ครม. ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ดร.ณัฏฐ์ ชี้คำพิพากษาใบส้ม ไม่ขัดคดีแพ่ง คดีถึงที่สุดแล้ว
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปมแจกใบส้ม "หลักสุจริต" คุ้มครอง กกต. คำพิพากษาคดีเลือกตั้ง แพ่ง ไม่ขัดกัน คดีถึงที่สุดแล้ว
แกนนำ คปท. เตรียมสวมร้องเท้าผ้าใบ ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ฟังความเห็น 'ร่างรัฐธรรมนูญ'
แกนนำ คปท.ลั่นคงต้องใส่รองเท้าผ้าใบ ลงไปร่วมกับพี่น้องตามต่างจังหวัด สร้างเวทีวิชาการประชาชนระดมความเห็นกันให้มากที่สุด เพื่อกำหนดกติกาประเทศไทย
ดร.ณัฏฐ์ ซัดเวทีจำลองเลือกตั้ง ไร้อำนาจตาม รธน. ไร้ผลกฎหมาย
สืบเนื่องจากนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ปธ.กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จัดให้มีการจำลองการเลือกตั้ง โดยให้นายสม
จัดโผ ครม.อนุทิน 2 โควตาบ้านใหญ่ไม่ควรเยอะ กับพลังจารีตการเมืองไทย
หลังผ่านการเลือกตั้งมาแล้วสามสัปดาห์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรอง สส.เขต จำนวน 396 คนไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าสัปดาห์หน้านี้
'เจ๊นันทนา' ยกธงขาว! บอกไม่มีอำนาจร้องเอาผิด กกต.
'สว.นันทนา' ประกาศยุติยื่นร้องเอาผิด กกต.ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด เหตุกฎหมายไม่เปิดช่อง พร้อมส่งเรื่องคืน 'ทนายอั๋น' รวบรวมชื่อ ปชช.ร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ-ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอโทษ ปชช.ทำได้แค่ส่งเสียง

