ซาอุดีอาระเบียประกาศตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อการโจมตีของกลุ่มฮูตี

ซาอุดีอาระเบียประกาศตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมน หลังจากกลุ่มติดอาวุธใช้ขีปนาวุธและโดรน ยิงเข้าใส่จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คนในราชอาณาจักร

ภาพของสถานีสูบน้ำตามเส้นทางท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย (ปิโตรเลียม) ในอัล-เมซาบาห์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนครเมดีนา เมื่อวันที่ 13 กันยายน หลังจากการโจมตีและเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากต่อพื้นที่ตามแนวท่อส่งน้ำมัน (Photo by Satellite image ©2026 Vantor / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ระบุว่า กลุ่มฮูตีได้ปะทะรอบใหม่กับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองเยเมนปะทุขึ้นในเดือนกรกฎาคมและกลุ่มดังกล่าวประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อราชอาณาจักรและเริ่มโจมตีเรือของซาอุฯในทะเลแดง

พวกเขายึดครองชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนและช่องแคบบับอัลมันดับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นไปแล้วก่อนหน้า

กลุ่มฮูตียังได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์

แหล่งข่าวทางทหารสองแหล่งระบุว่า การโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมนตะวันตกเมื่อวันจันทร์ ทำให้ทหารรัฐบาลเสียชีวิต 8 นาย

กลุ่มดังกล่าวยังอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีใหญ่ครั้งใหม่โดยใช้ขีปนาวุธและโดรนหลายสิบลูกต่อฐานทัพอากาศคิงคาลิดในเมืองคามิส มูชายต์ ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย

ในช่วงเช้ามืดวันอังคาร หน่วยป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียได้ออกประกาศเตือนภัยทางอากาศใน 6 ภูมิภาค ก่อนยกเลิกไปในภายหลัง

กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยรัฐบาลริยาดได้ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อวันก่อนหน้าในคามิส มูชายต์, อับฮา และไทฟ์ โดยมีรายงานพลเรือนบาดเจ็บ 13 คน, บ้านเรือนเสียหาย 7 หลัง และรถยนต์เสียหาย 2 คัน

ตามรายงานของกลุ่มฮูตี ซาอุดีอาระเบียเองก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีมากกว่า 50 ครั้ง เช่นเดียวกับที่ทำในวันก่อนหน้า

กลุ่มพันธมิตรของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าจะจัดการกับการโจมตีอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องอธิปไตยของราชอาณาจักร และจะใช้ปฏิบัติการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อยับยั้งแนวทางที่เป็นปรปักษ์และสุดโต่งนี้

แม้ว่าซาอุดีอาระเบียทำการโจมตีทางอากาศหลายสิบครั้งในพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมอยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งการโจมตีอย่างรวดเร็วของกลุ่มนักรบเหล่านี้ได้

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ผู้ปกครองโดยพฤตินัยของซาอุดีอาระเบีย คาดว่าจะเจรจากับประธานาธิบดีของอียิปต์ในวันอังคาร โดยก่อนหน้านี้สื่อสหรัฐฯรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธคำขอส่วนตัวจากมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียให้สหรัฐฯเข้าแทรกแซงสงคราม

คณะกรรมการบริหารของกลุ่มฮูตีระบุว่า "การตอบโต้จากเยเมนจะดำเนินต่อไปและทวีความรุนแรงขึ้นตราบใดที่พวกเขา (ซาอุดีอาระเบีย) ยังคงรุกรานประชาชนของเรา"

การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในเยเมนเกิดขึ้นในขณะที่สงครามระดับภูมิภาคโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน แต่ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาพร้อมที่จะเจรจากับอิหร่าน

"อิหร่านที่กำลังล่มสลายต้องการทำข้อตกลงอย่างรวดเร็ว และผมเป็นผู้ตัดสินใจว่าสหรัฐฯ จะเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งเราเปิดรับแนวคิดนี้" ทรัมป์กล่าวบนเครือข่าย Truth Social

แต่โมห์เซน เรซาอี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านตอบโต้กลับว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ จนกว่าอิหร่านจะบรรลุเงื่อนไข

รัฐบาลเตหะรานได้ระบุข้อเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงการชดเชยค่าเสียหายจากสงครามและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการยุติสงครามและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

การประชุมที่เสนอระหว่างกลุ่มประเทศอ่าวและอิหร่านเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซถูกเลื่อนออกไปในวันจันทร์ โดยรัฐบาลเตหะรานกล่าวหาว่ารัฐบาลริยาดใช้เยเมนเป็นข้ออ้างเพื่อชะลอการเจรจา

รัฐบาลเตหะรานให้การสนับสนุนกลุ่มฮูตีซึ่งดำเนินการต่อต้านอิสราเอลมานานแล้ว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธและเทคโนโลยี แต่ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามในปัจจุบัน

"อิหร่านไม่แทรกแซงกิจการของเยเมน" เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่ากลุ่มฮูตีเป็นกลุ่มอิสระที่ตัดสินใจโดยยึดผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก

กลุ่มฮูตีเข้ายึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนในปี 2014 ในช่วงเริ่มต้นของสงครามกลางเมือง จากนั้นขับไล่รัฐบาลไปยังเมืองเอเดนทางตอนใต้

ปีต่อมา ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรเข้าแทรกแซงโดยอยู่ฝ่ายรัฐบาล และเปิดฉากโจมตีทางอากาศหลายระลอกขณะที่ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นภัยพิบัติทางมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หน่วยงานด้านการโยกย้ายถิ่นฐานของสหประชาชาติกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกอาหรับ ทำให้ประชาชน 93,864 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มฮูตีในเยเมนคือใคร?

ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กลุ่มฮูตีในเยเมนได้รุกคืบลงใต้และยึดครองช่องแคบบับอัลมันดับซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ทำให้พวกเขากลายเป็นกองกำลังที่ทรงอิทธิพลในกลุ่มกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านทั่วตะวันออกกลาง