
6 เม.ย.2569-นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุเรื่อง “ถอดบทเรียน 2551 ว่าด้วยการบริหารในช่วงวิกฤตน้ำมันแพง” ระบุว่า ในการถกเถียงกันเรื่อง ‘ค่าการกลั่น‘ ผมขอนำข้อมูลเสนอเผื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านเอกนิติและ คตร. เพราะเห็นสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดแล้วเป็นห่วงวิธีคิดของรัฐบาล คือการที่รัฐบาลกลัวถึงขั้นว่าเขาจะหยุดกลั่นนั้นผมว่าเกินเลยไปมาก
ผมพบรายงานของ ‘สถาบันบริหารกองทุนนํ้ามัน‘ ได้รายงานสถานการณ์วิกฤติพลังงานช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2551 น่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบกับสถานการณ์วันนี้อย่างมาก ช่วงนั้น (เดือน 7/2551) ราคานํ้ามันพุ่งสูงขึ้น นํ้ามันดิบดูไบราคา USD137/barrel (สูงกว่าวันนี้ ที่มีราคา USD128/barrel) สาเหตุเพราะช่วงนั้นจีนใช้นํ้ามันมากขึ้น และมีข่าวลือว่าอิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน แต่ราคาหน้าโรงกลั่นช่วงนั้นอยู่ที่เพียง 36.65 (เทียบกับวันนี้ 55.67) บาทต่อลิตร และราคาหน้าปั๊มอยู่ที่ 42.24 บาท (วันนี้ 50.54 บาท) – ทั้งๆที่ กองทุนนํ้ามันตอนนั้นแทบไม่ต้องทำงาน มีการชดเชยเพียง 1.57 ต่อลิตร ! (วันนี้ชดเชย 14.27 บาท)
ราคานํ้ามันดิบแพงกว่าวันนี้ประมาณ 7% แต่ราคาหน้าโรงกลั่นกลับถูกกว่าวันนี้ถึง 19 บาทต่อลิตร! หรือถูกกว่า 34%
เพราะอะไรที่นํ้ามันดิบวันนั้นแพงกว่าวันนี้ แต่ราคาทั้งหน้าโรงกลั่น และหน้าปั๊มกลับถูกกว่าวันนี้มาก – โดยไม่ต้องชดเชย?!
คำตอบคือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาษีสรรพสามิตปี 2551 อยู่ที่เพียง 2.40 บาทต่อลิตร (วันนี้ 6.92 บาท)
และที่สำคัญคือ ’ค่าการกลั่น‘ เมื่อปี 2551 อยู่ที่เพียง 2.27 บาทต่อลิตร ในขณะที่ตอนนี้อยู่ที่ 15.99 บาทต่อลิตร!
วันนี้จะอ้างว่าค่าการกลั่นแพงเพราะต้นทุนนํ้ามันดิบสูงขึ้น มันคนละเรื่องกัน และหลักฐานก็ชัดเจนว่าเมื่อปี 2551 นํ้ามันดิบแพงกว่าวันนี้ แต่ค่าการกลั่นตํ่ากว่ากันมากมาย
ส่วนต้นทุนการกลั่นที่แท้จริง ระหว่างวันนั้นถึงวันนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้เพิ่มขึ้น
ทั้งหมดนี้ คตร. ควรเอาไปพิจารณาครับ ด้วยสถานการณ์โลก ที่ราคานํ้ามันต้องแพงขึ้นไม่มีใครเถียง แต่ชัดเจนว่าไม่ควรจะแพงขึ้นถึงขนาดนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะภาษี หรือเพราะค่าการกลั่น อย่าไปยอมให้เขาขู่ว่าจะปิดโรงกลั่นนะครับ!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดสูตร 'ทุจริตเชิงนโยบาย' ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นักวิชาการอิสระ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเขียนเมื่อสามปีก่อน ดูเหมือนยังใช้ได้ ทุกยุคทุกสมัย"
'ดิเรกฤทธิ์' ชี้ 4 ปมใหญ่วัดความสุจริตรัฐบาล 'น้ำมันขาด-แพง' ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจ
ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้ปัญหาน้ำมันขาดและแพง ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจ แต่เป็นบททดสอบความสุจริตของรัฐบาล
'อดีตสว.สมชาย' ชงรื้อโครงสร้างพลังงาน 4 เรื่อง แก้วิกฤตน้ำมัน
นายสมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อเสนอเพื่อให้เกิดการปรับโครงสร้างพลังงานเชื้อเพลิง
เอ็ดดี้ วิเคราะห์ละเอียดยิบ สามทหารเสือเสื้อน้ำเงิน มือไม้ถึงเท่าราคาคุย จริงหรือไม่?
คุณศุภจี เหมือนคนขับรถแข่งที่มาขับบนถนนลูกรังของระบบราชการ เครื่องยนต์แรงแต่วิ่งไม่ออก คุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ เหมือนคนขับที่รู้ทุกหลุมบ่อบนถนนเส้นนี้เป็นอย่างดี
"ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่" ยุทธศาสตร์ประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตโลก
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและผันผวนอย่างรุนแรง นานาประเทศทั่วโลกไม่ได้เพียงแค่บริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังยกระดับ “มาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น” ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประเทศอยู่รอด
น้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตร เมื่อความจริงกำลังถูกท้าทาย อันตรายกว่าวิกฤตพลังงาน
ดร.นพดล ชี้หากประชาชนส่วนใหญ่ไม่แยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความ ไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล และเชื่อกรอบการเล่าเรื่องที่ถูกปั่นกระแรงโซเชียลแรงที่สุด ประเทศจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ‘ความเชื่อเข้าแทนที่ความจริง’ ซึ่งอันตรายกว่าวิกฤตพลังงานเสียอีก

