
6 เม.ย. 2569 – นายสมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อเสนอเพื่อให้เกิดการปรับโครงสร้างพลังงานเชื้อเพลิง ที่จะลดราคาลงเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤติสงคราม วิกฤติพลังงาน และเป็นการแก้ไขโครงสร้างที่เป็นธรรมอย่างแท้จริงและยั่งยืน ผมจึงมีข้อเสนอแนะแผนปรับปรุง ผ่านสื่อสาธารณะไปยัง นายกรัฐมนตรี ครม. รัฐมนตรีพลังงาน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ดังนี้ ครับ
1.ปรับสูตร “ราคาหน้าโรงกลั่น” (หัวใจหลักของต้นทุน) ยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์: ปัจจุบันเราบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยเสมือนนำเข้ามาจากสิงคโปร์ ทั้งที่กลั่นในโรงกลั่นในประเทศไทยทั้งหมด
แผนใหม่คือการใช้ “ต้นทุนจริง” ของโรงกลั่นในไทยมาคำนวณแทน เพื่อตัดค่าใช้จ่ายสมมติออกไป โดยต้องคุมค่าการกลั่น (Refinery Margin): กำหนดเพดานค่าการกลั่นให้เหมาะสม ไม่ให้สูงเกินไปในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน
2.รื้อโครงสร้าง “ภาษีสรรพสามิต”
ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน: เป็นตัวการหลักที่ทำให้ราคาต่างกัน (ดีเซลภาษีต่ำ เบนซินภาษีสูง) แผนปรับปรุงคือการทำให้ อัตราภาษีใกล้เคียงกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้ใช้เบนซินแบกรับภาระแทนดีเซลมากเกินไป ลดเรื่องการเก็บภาษีซ้ำซ้อน: ปรับลดการเก็บภาษีซ้อนภาษี เช่นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บทับบนภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมัน และภาษีท้องถิ่น เป็นต้น
3.ปฏิรูป “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง”
หยุดการอุดหนุนข้ามประเภท ควรเลิกนำเงินจากคนใช้เบนซินไปจ่ายชดเชยให้คนใช้ดีเซลหรือก๊าซหุงต้ม (LPG) แบบถาวร แต่เปลี่ยนเป็นการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม
โดยเลิกราคาให้ทุกคน เป็นการอุดหนุนเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Subsidy) ผ่านบัตรสวัสดิการรัฐหรือมาตรการอุดหนุนช่วยเหลือแทน เพื่อลดภาระหนี้กองทุนฯลฯ
4.กำหนดเพดาน “ค่าการตลาด” (Marketing Margin) ต้องควบคุมค่าการตลาด: ปัจจุบันรัฐพยายามขอความร่วมมือให้ผู้ค้ามาตรา 7 (เช่น ปตท., บางจาก) คุมค่าการตลาดให้อยู่ที่ประมาณ 1.50 – 2.00 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้ค่าบริหารจัดการและกำไรของปั๊มน้ำมันสูงจนเบียดเบียนประชาชน ซึ่งการขอร้องไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้นโยบายที่มีกฎหมายควบคุมแทน
หวังว่า ข้อเสนอนี้จะส่งผลให้ผู้มีอำนาจในรัฐบาล และรัฐสภานำไปศึกษาต่อยอด เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาโครงสร้างพลังงานเชื้อเพลิงให้เกิดความเป็นธรรมโดยเร็วต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผศ.ดร.เชษฐา ชี้ รัฐบาลยังมั่นคง ไร้จุดแตกร้าว นายกฯ ไม่สะเทือน แม้ข่าวลือโหมรายวัน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องสมการ “2 น. 1 พ.” รวมถึงข่าวการผลักดัน “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” ว่า กระแสดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหรือใกล้แตกหั
ผศ.ดร.วันวิชิต ชี้ข่าวลือนายกฯ อยู่ไม่ยืดเป็นกระแสที่ถูกปั่น ไร้น้ำหนัก มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นต่อกระแสข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจอยู่ได้ไม่นาน
'ขุนคลัง' ไม่หวั่นคำตัดสิน ศาลรธน. คดี 'พร.ก.เงินกู้' เล็งแผนสำรองพร้อม
‘เอกนิติ’ เผยแล้วแต่ศาลรธน.ชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำ รัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน รับ หากผลเป็นลบ เร่งจับมือเอกชนแก้ปัญหา
สนค.เผยเงินเฟ้อ มิ.ย.69 เพิ่ม 2.42% สูงขึ้น 3 เดือนติด
สนค.เผยเงินเฟ้อ มิ.ย.69 เพิ่ม 2.42% สูงขึ้น 3 เดือนติด มีสาเหตุหลักจากน้ำมันทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ค่าโดยสารสาธารณะขยับ และอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดแนวโน้มไตรมาส 3 ยังขยับอีก ส่วนทั้งปีประเมิน 1.5-2.5% ต้องจับตาราคาน้ำมัน หากลดลง มีลุ้นปรับประมาณการใหม่

