'ปชป.' จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง 1 ล้านล้าน ถามเอกชนลงทุนจริงหรือรัฐแบกความเสี่ยง

รองโฆษกปชป. จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลโครงการ Land Bridge ให้ครบ ทั้งรูปแบบ PPP เอกชนที่ยืนยันลงทุน สมมติฐานปริมาณตู้สินค้า ภาระเวนคืน และแผนรองรับหากเอกชนถอนตัว ชี้โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาทต้องตอบให้ชัดว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย

10 พ.ค.2569-นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาทว่า โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่อาจผูกพันงบประมาณและอนาคตภาคใต้ไปอีกหลายสิบปี รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบก่อนเดินหน้า โดยเฉพาะประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องเอกชนร่วมลงทุน รูปแบบ PPP และสมมติฐานด้านปริมาณสินค้า

นายจิรวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า มีเอกชนรายใดที่ยืนยันจะเข้ามาลงทุนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการแสดงความสนใจหรือเข้าร่วมโรดโชว์ ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สรุปรูปแบบการลงทุนเพื่อเปิดประมูลอย่างชัดเจน จึงไม่ควรสื่อสารกับประชาชนเหมือนว่าโครงการนี้มีเอกชนพร้อมรับภาระแล้วทั้งหมด

“รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่า วันนี้มีเอกชนรายใดยืนยันลงทุนจริงหรือไม่ รูปแบบ PPP เป็นอย่างไร เอกชนรับความเสี่ยงด้านปริมาณสินค้าเองหรือไม่ หรือสุดท้ายรัฐต้องรับภาระเวนคืน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และอาจต้องรับช่วงต่อหากเอกชนถอนตัวกลางทาง”

รองโฆษกปชป.ระบุว่า หากรัฐบาลจะให้เอกชนร่วมลงทุนจริง ควรกำหนดหลักประกันสัญญาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการวางเงินค้ำประกันในสัดส่วนที่สูงเพียงพอ เช่น อย่างน้อย 50% ของมูลค่าส่วนที่เอกชนรับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาโครงการล่าช้า ล้มเหลว หรือทิ้งงานกลางทาง เพราะโครงการระดับ 1 ล้านล้านบาท หากเริ่มแล้วล้ม รัฐจะถอยก็ยาก เดินต่อก็แพง และสุดท้ายประชาชนอาจต้องเป็นคนจ่าย

นอกจากนี้ อีกประเด็นสำคัญคือ สมมติฐานด้านปริมาณตู้สินค้าและความต้องการของสายเรือ รัฐบาลต้องเปิดเผยว่า ตัวเลขที่ใช้คำนวณความคุ้มค่าเกิดจากข้อมูลจริงหรือการคาดการณ์ในแง่ดีเกินไป เพราะหัวใจของ Land Bridge คือการดึงเรือและตู้สินค้าระหว่างประเทศให้เปลี่ยนจากเส้นทางเดิมมาใช้ระบบขนถ่ายผ่านไทย ซึ่งมีต้นทุนยกตู้ขึ้น–ลง ต้นทุนเวลา และความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น

“รัฐบาลต้องบอกประชาชนว่า สายเรือรายใดต้องการใช้เส้นทางนี้จริง มีหนังสือแสดงความต้องการใช้บริการหรือไม่ และตัวเลขปริมาณตู้สินค้าที่นำมาใช้คำนวณความคุ้มค่านั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานใด ถ้า demand ถูกประเมินสูงเกินจริง โครงการก็จะดูคุ้มเฉพาะบนกระดาษ”

นายจิรวัฒน์เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างน้อย 8 เรื่อง ได้แก่ 1. รายชื่อหรือสถานะของเอกชนที่แสดงความสนใจลงทุนอย่างเป็นทางการ 2. ระดับความผูกพันของเอกชนดังกล่าว เป็นเพียงความสนใจหรือมีข้อผูกพันจริง 3. รูปแบบ PPP ที่จะใช้ และการแบ่งความเสี่ยงระหว่างรัฐกับเอกชน 4. เงื่อนไขหลักประกันสัญญา รวมถึงการวางเงินค้ำประกันของเอกชน 5. สมมติฐานปริมาณตู้สินค้าและสัดส่วนเรือที่จะเปลี่ยนมาใช้ แลนด์บริดจ์ 6. การเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา 7. ภาระเวนคืน ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณที่รัฐต้องลงทุน 8. แผนรองรับกรณีเอกชนไม่ลงทุน ล่าช้า หรือถอนตัวกลางทาง

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาภาคใต้ แต่โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาทต้องตอบคำถามให้ครบก่อนเดินหน้า โดยเฉพาะคำถามพื้นฐานว่า ใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากโครงการไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย เงิน 1 ล้านล้านบาทไม่ควรถูกใช้บนสมมติฐานที่ยังตอบไม่ครบ รัฐบาลต้องเปิดข้อมูลก่อนว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และถ้าโครงการไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย หากผลการศึกษาผิดตั้งแต่ต้น และประเมินแล้วไม่มีคนมาใช้จริง ประเทศไทยก็ไม่ควรเริ่มโครงการตั้งแต่แรก”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ปลัดคลัง’แจงยังไม่มีนัดประชุมกลั่นกรองใช้เงินกู้

‘ปลัดคลัง’ แจงยังไม่มีนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ ระบุทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ ชี้โครงการหนุนใช้รถ EV ของสรรพสามิตได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเก็บตกรายละเอียดก่อนชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา พร้อมยืนยันภายใน ก.ย. 69 ต้องได้ข้อสรุปทุกโครงการ

นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง

นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด

ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน