โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ พอใจ GDP ไทยไตรมาส 1/69 โตต่อเนื่อง

19 พ.ค.2569-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พอใจเศรษฐกิจไทยมีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 2.8 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 4 ของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลตั้งแต่สมัยแรกดำเนินมาถูกทิศทาง และมาตรการที่ทยอยออกมาเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ ได้แก่ การเร่งรัดรายจ่ายภาครัฐ การกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน การปรับปรุงกลไกภาครัฐและกฎระเบียบเพื่อลดอุปสรรคด้านการลงทุน รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น และแนวโน้มเชิงบวกด้านอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจากสถาบันจัดอันดับระดับโลก อย่างเช่น Moody’s ที่ปรับความน่าเชื่อถือของไทย จากเชิงลบ (Negative Outlook) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) และวิเคราะห์ว่า ไทยเป็น 1 ในประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่สามารถรับมือแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลกตลอดช่วงปีที่ผ่านมาได้ดีขึ้น

นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า การลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 9.9 สูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 10.1 จากการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยี ภาคการส่งออกยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี รัฐบาลเตรียมเดินหน้าขยายตลาดใหม่เพิ่มเติมในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า มากไปกว่านั้น การดูแลเศรษฐกิจฐานรากทำควบคู่กัน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก รัฐบาลจะเร่งดูแลเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มผู้มีอาชีพอิสระ ผ่านมาตรการลดต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการน้ำ การดูแลราคาสินค้า และการขยายตลาด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์พลังงาน ราคาสินค้า และต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมกำชับการดูแลเศรษฐกิจระยะต่อไป ต้องให้ความสำคัญกับดูแลประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ค่าครองชีพอันเป็นผลกระทบจากราคาพลังงาน ผ่านมาตรการต่างๆ รวมถึงมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่ได้ปรับรูปแบบเป็น รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40 เพื่อกระจายเม็ดเงินลงสู่ร้านค้ารายเล็กและเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ

“ช่วงเวลาที่นายกฯอนุทิน ได้เข้ามาบริหารประเทศ สมัยแรกช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ไทยต้องเผชิญกับวิกฤตภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาภาษีศุลกากรของสหรัฐ ฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ จนกลายเป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน รัฐบาลได้นำความต้องการและความเดือดร้อนของประเทศ ผู้ประกอบการ ประชาชน มาโจทย์จากนี้ โครงการต่างๆ ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงงาน รวมทั้งมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่จะทยอยมาออก จะเป็นมาตรการหลักในการดูแลประชาชนและประคองการเติบโตเศรษฐกิจถึงปลายปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป้าหมายเศรษฐกิจเติบโตทั้งปีที่ร้อยละ 2“ นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลสั่งขรก.ไว้ทุกข์-ลดธงครึ่งเสา 15 วัน พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีพระศพ

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพ 13 มิ.ย. ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ ปชช.ดำเนินชีวิตปกติ

นายกฯ เชื่อมธุรกิจไทย-เวียดนาม ดันความร่วมมือ 5 อุตฯศักยภาพสูง

นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ เดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนไทย-เวียดนาม จัดประชุมใหญ่นักธุรกิจสองประเทศ จับมือสองฝ่ายเชื่อมโยง 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม

ไม่มีอะไรในกอไผ่! โฆษกรัฐบาล แจงภาพอนุทินจับมือฮุนมาเนต แค่ทักทายกันตามมารยาท

โฆษกรัฐบาล โพสต์ชี้แจงภาพนายกฯอนุทินจับมือฮุน มาเนต ว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม นายกฯอนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช”

‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก

รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน