
3 ส.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ” โดยระบุว่า
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่มีปัญหามากมาย เข้ามาถาโถมถึงรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องตั้งรับ และแก้ไขปัญหาอย่างทุลักทุเล ไม่ว่าปัญหาเหล่านั้นจะเกิดขึ้น และมีความสำคัญอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่อยากจะทวงถามซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบด้วยกัน เพราะเป็นเรื่องที่เกิดจากฉันทามติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ นั่นก็คือประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ผลการลงประชามติ มีสูงถึง 21.6 ล้านเสียง สนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นเรื่องทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกัน ผลักดันให้ประสบความสำเร็จตามผลของประชามติ ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องให้การเคารพ
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากจะเรียกร้องมายังรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้คุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ได้รีบเร่ง เร่งรัด ริเริ่มผลักดันให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาให้จงได้ และเรียกร้องไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านได้สนับสนุน เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาเช่นเดียวกัน รวมไปถึงสมาชิกวุฒิสภา ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภาวะที่ถูกตรวจสอบ กรณีได้มาซึ่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา โดยการฮั้ว การบล็อคโหวต หรือการโกงการเลือกตั้งส.ว.ก็ตาม แต่เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด ก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาต่อไป
เพราะฉะนั้น 3 ส่วนนี้ คือ พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา จะต้องผลักดัน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผลประชามติ ของประชาชน ที่ลงประชามติด้วยเสียงท่วมท้น ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แสดงให้เห็นว่า คนไทยทั้งประเทศปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเก่า และอยากให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาจากประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งประเทศ
ไม่ว่าปัญหาบ้านเมืองจะมีปัญหาอะไรมากมาย ที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไข แต่สิ่งที่ละเลยไม่ได้ คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ จึงขอใช้สิทธิ์ในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาเอาใจใส่ สนใจการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ขอให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยหลักการที่เชื่อว่า ถ้ารัฐธรรมนูญดี มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ทุกอย่าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นันทนา' ใส่หมวกกันน็อกประชด! สภา 2 หมื่นล้านฝ้าถล่ม
“นันทนา” นำ สว.พันธุ์ใหม่ แถลงปัญหาอาคารรัฐสภา สวมหมวกนิรภัยประชด หลังฝ้าโรงอาหาร B2 ถล่ม
'โบว์' ชี้ถ้ายึดแนวคำตัดสินศาลฎีกาฯ ผู้สมัคร สว. แลกคะแนนกัน เป็นความผิด ควรโมฆะทั้งหมด
ด้วยกติกาแบบนี้ ที่มา สว. จึงไม่มีความชอบธรรม ยังไม่ต้องนับเรื่องการใช้อำนาจ แต่ที่ สว. ยังทำงานกันได้อยู่ เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันมีความเห็นเรื่องการแลกคะแนน ต่างจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
'สว.นันทนา' จี้ กกต. เปิดคำวินิจฉัยคดีฮั้วสว. ให้สังคมคลายข้อสงสัย อย่าท้าทายศรัทธาปชช.
‘นันทนา’ กระทุ้ง กกต. ส่งศาลฎีกาเคลียร์คดี ‘ฮั้ว สว.’ ลั่น อย่าทำลายศรัทธาประชาชน มอง ควรเปิดคำวินิจฉัย ให้สังคมคลายข้อสงสัย
ระทึก! กกต. ประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คนก่อนแถลงบ่าย 3 โมง ระดมตร. 200 นายคุมเข้ม
กกต. เริ่มประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คน แล้ว ลุ้นชี้ขาด 7 ข้อกล่าวหา ตำรวจ 200 นายคุมเข้มรอบสำนักงาน ก่อนแถลงผล 15.00 น.
'เอกภพ' เมิน กกต. ตัดสิน 'คดีฮั้ว สว.' ย้ำรัฐบาลไม่เกี่ยว วันนี้โฟกัสเศรษฐกิจ
'โฆษก รบ.' ย้ำคดีฮั้ว สว. เป็นกระบวนการกฎหมาย กกต. รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชี้โฟกัสเรื่องเศรษฐกิจ เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก
มท.4 ลั่นรัฐบาลไร้แรงกดดัน กลุ่มเคลื่อนไหวบีบ กกต. คดีฮั้ว สว. บอกใครทำอะไรต้องรับผิดชอบ
‘วรศิษฎ์’ ยันรัฐบาลไม่มีแรงกดดัน กลุ่มเคลื่อนไหวกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว. ย้ำไม่ได้เข้าไปวุ่นวาย ไม่เกี่ยวข้อง ทุกอย่างยืนบนข้อเท็จจริง ระบุ ขอโฟกัสแก้ปัญหาประเทศ

