"ศุภจี" ไม่กังวล "ศาล รธน." รับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ รัฐบาลพยุงเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ชู ไตรมาส 4 GDP ขยับ 2.5.% ทั้งที่ประมาณการไว้แค่ 0.3 % ลั่น หากหยุดทำ ปัญหาหมุนกลับแน่ จึงต้องเดินหน้าเชิงรุกตัดตอนก่อนเกิดวิกฤต ด้าน "กระทรวงพาณิชย์" ลมใต้ปีกช่วยเต็มที่ เตรียมแจกคูปองลดค่าครองชีพ 100 บาท 4 มิ.ย. นี้
20 พฤษภาคม 2569 - เวลา 17.00น. ที่ทำเนียบนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของฝ่ายค้านที่ให้วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะทำให้งานรัฐบาลสะดุดหรือไม่ ว่า ไม่มีความกังวล เราตั้งใจทำอะไร เรารู้อยู่แล้ว เพราะรู้ว่าพายุเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้อาจจะเห็นว่า GDP ของประเทศดูดี แต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว GDP ถูกประมาณการไว้อยู่ที่ 0.3% รัฐบาลพยายามทำกิจกรรมทุกอย่าง อย่าง Quick big win ซึ่งกระทรวงพาณิชย์แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็ช่วยผลักดันเต็มที่ ทำให้ GDP ขยับตัวขึ้นมา 2.5 % ในไตรมาสที่ 4 เป็นเหมือนลมใต้ปีก พอมาที่เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ จะเห็นว่าการส่งออกดีมาก เป็นประวัติการณ์
ดังนั้น ไตรมาสที่ 1 ที่เกิดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน มาที่เดือนมีนาคม ซึ่งยังไม่เต็มรูปแบบ ทุกอย่าง ยังเหมือนลมส่งมา GDP ยังขึ้นอยู่ แต่ถ้าหยุดหรือไม่ได้ทำอะไรต่อ จะหมุนกลับมา ไม่สามารถพยุงกลับขึ้นมาได้เหมือนเดิม
นางศุภจี กล่าวต่อว่า วิธีการที่กระทรวงพาณิชย์ทำงานคือ ทำก่อนที่จะเกิด เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วของประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการ จึงพยายามต้องป้องกันตัดตอนไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น
นางศุภจี ยังกล่าวถึงกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทย ว่า ถือว่ากระแสตอบรับดี กระทรวงพาณิชย์ มีการสำรวจความพึงพอใจอยู่ตลอด ซึ่งการทำงานเป็นลักษณะบูรณาการร่วมกันทุกกรม ในกระทรวงพาณิชย์ เพราะความตั้งใจที่ทำโครงการนี้ มาจากวิกฤตน้ำมัน และกระทบค่าครองชีพของประชาชน จึงหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ราคาถูก เข้าถึงได้ เป็นทางเลือกให้กับประชาชน
ทั้งนี้ วันที่ 4 มิถุนายน จะมีคูปองให้กับคนซื้อของ สามารถนำไปลดราคาได้ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอี และสินค้าชุมชนให้สามารถเติบโตและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้าไม่มีถอย ไทยช่วยไทยพลัส “ปกรณ์”คุมเกมสู้คดีศาลรธน.
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กางแผนตั้งรับ-สู้คดี “พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท”ออกมาทันที หลังเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติรับคำร้องกรณีที่สส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อเสนอให้ศาลรธน.วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาล ออก”พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท”ไม่เข้าข่าย รัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1หรือไม่
นักวิชาการชี้ ‘แผนงานที่ 2’ เป็นจุดตายที่ทำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเสี่ยงไม่รอด
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน กับ “แผนงานที่ 2”: ศาลรัฐธรรมนูญจะตีตกได้อย่างไร ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
ไม่หวั่นศาลสั่งแจงพรก.กู้เงินใน7วัน
ศาลรัฐธรรมนูญรับตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สั่ง ครม.แจงใน 7 วัน
นายกฯหนู มั่นใจกู้เงิน 4 แสนล้านเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ลั่นตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน
'ภราดร' ยันรัฐบาลเดินหน้า พรก.กู้เงิน ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 25 พ.ค.นี้ ชี้ศาล รธน. ไม่มีคำสั่งให้ชะลอ
"ภราดร" ยันรัฐบาลเดินหน้ากู้เงินได้ เหตุศาลไม่ได้ให้ชะลอหรือหยุด คลังเตรียมชี้แจงภายใน 7 วัน บอกไม่กระทบลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย
'ศาลรัฐธรรมนูญ' รับวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สั่งครม.แจงใน 7 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ร้อง เพื่อขอให้ศาลศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรค 1 ว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1 โ

