(21-22 พฤษภาคม 2569) นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ มอบหมายให้นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ ใจดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ จำนวน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ 2 ตำบล (ตำบลตลิ่งชัน–ตำบลนาทับ) อ.จะนะ จ.สงขลา และโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า สำหรับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ 2 ตำบล (ตำบลตลิ่งชัน–ตำบลนาทับ) อ.จะนะ จ.สงขลา ดำเนินการเพื่อปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร รวมถึงช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ โดยการดำเนินงานช่วงที่ 1 มีความก้าวหน้าร้อยละ 55 และช่วงที่ 2 มีความก้าวหน้าร้อยละ 85 ภายในโครงการประกอบด้วยงานขุดลอกแหล่งน้ำ ก่อสร้างถนนคันคลอง อาคารระบายน้ำ และงานป้องกันการกัดเซาะ หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้มากกว่า 200,000 ลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 795 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์มากกว่า 600 ไร่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน และ ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และนอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยมีการขุดลอกแหล่งน้ำ ก่อสร้างอาคารระบายน้ำ ถนนคันคลอง และติดตั้งบานประตูระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบ รองรับการกักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยโครงการ ฯ นี้จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้อีกกว่า 129,000 ลูกบาศก์เมตร จะมีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนกว่า 476 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 550 ไร่ โครงการดังกล่าวสามารถยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยด้านกายภาพสามารถเพิ่มปริมาตรการเก็บกักน้ำในพื้นที่รับน้ำได้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 80 จากเดิม 25,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 129,000 ลูกบาศก์เมตร อีกทั้งยังเพิ่มอัตราการระบายน้ำได้ร้อยละ 35 จากเดิม 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่โครงการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คิดเป็นร้อยละ 100 ขณะเดียวกัน ยังช่วยส่งเสริมภาคการเกษตรให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 โดยสวนยางพารามีรายได้จากผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 12,000 บาทต่อไร่ต่อปี เป็น 14,400 บาทต่อไร่ต่อปี ปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นจากเดิม 10,000 บาทต่อไร่ต่อปี เป็น 12,000 บาทต่อไร่ต่อปี และสวนผลไม้เพิ่มขึ้นจากเดิม 15,000 บาทต่อไร่ต่อปี เป็น 18,000 บาทต่อไร่ต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงประโยชน์ที่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้รับทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำและการยกระดับคุณภาพชีวิต
ในการนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านวิศวกรรม ควบคู่กับการคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและการอนุรักษ์ระบบนิเวศ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่พื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมทรัพยากรน้ำขับเคลื่อนเข้มดูแลน้ำสะอาดพื้นที่สูง ให้เด็ก-เยาวชน-ชุมชน เข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัย
นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการดูแลระบบน้ำดื่มสะอาดและน้ำอุปโภคบริโภค ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญและห่วงใยคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดารเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง
กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกู้ระบบประปาเมืองหาดใหญ่
นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการตามนโยบาย รองนายกฯ สุชาติ ในการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหลังน้ำลด โดยเฉพาะด้านน้ำอุปโภคบริโภค และมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 ร่วมกู้ระบบประปา
รองนายกฯ สุชาติ สั่งด่วน! ให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งจัดหาแหล่งน้ำสะอาดช่วยประชาชนรอบแม่น้ำสาละวิน–กก หลังพบสารพิษปนเปื้อนเกินมาตรฐาน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งด่วนให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งจัดหาแหล่งน้ำสะอาดช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษข้ามแดน ซึ่งส่งผลให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำกกปนเปื้อนสารหนูในระดับที่เกินมาตรฐาน สร้างความกังวลต่อการใช้น้ำของประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือ
รองนายกฯ สุชาติ สั่ง ทส. ระดมกำลังช่วยประชาชนภาคใต้ เร่งสูบน้ำ-แจกน้ำดื่มตลอด 24 ชม.
สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้หลายจังหวัดเผชิญน้ำท่วมฉับพลันและน้ำระบายไม่ทัน ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่ทันที พร้อมขับเคลื่อนตามแนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” เพื่อบูรณาการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนที่สุด

