อนุทิน ลุยปารีส รุกกลับกัมพูชา พร้อม จับมือฝรั่งเศส Reposition ประเทศไทย ถ่วงดุลโลกใหม่ วางเกมไทยสู่ OECD

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์การเยือนฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ไม่ใช่เพียงภารกิจด้านเศรษฐกิจและการลงทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และการวาง Positioning ใหม่ของไทยในระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

อาจารย์เชษฐาระบุว่า การเดินทางเยือนกรุงปารีสครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกัมพูชามาอย่างยาวนาน ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางไปพบประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง จึงสะท้อนว่า ไทยกำลังใช้การทูตเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจและถ่วงดุลในประเด็นความมั่นคงภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

อีกจุดที่ถูกมองว่าเป็น หมากสำคัญ คือ การแต่งตั้งนายนิกรเดช พลางกูร ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารและชี้แจงสถานการณ์ไทยต่อประชาคมโลกในช่วงวิกฤตความขัดแย้งกับกัมพูชาเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ถูกมองว่าเป็นการส่งคนที่ใช่ ไปอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

ผศ.ดร.เชษฐา ยังชี้ว่า การที่นายกรัฐมนตรีประกาศจากฝรั่งเศสอย่างชัดเจนว่า ไทยจะไม่เปิดด่านให้กัมพูชาในเวลานี้ ถือเป็น สัญลักษณ์ทางการเมืองและความมั่นคง ที่ส่งสารไปยังนานาชาติว่า ไทยยืนยันจุดยืนเรื่องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศอย่างหนักแน่น

ขณะเดียวกัน ภารกิจหารือกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ก็ถูกมองว่าเชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปพลังงานของไทย โดยเฉพาะแนวคิดการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอนาคต ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับแผนการใช้เม็ดเงินขนาดใหญ่เพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

นักวิชาการผู้นี้ยังมองว่า การเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของรัฐบาลไทยในการผลักดันประเทศเข้าสู่ OECD ซึ่งฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในสมาชิกหลัก การสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับฝรั่งเศสจึงอาจเป็น กุญแจสำคัญ ในการสร้างพันธมิตรและแรงสนับสนุนต่อการยกระดับไทยสู่มาตรฐานประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ ผศ.ดร.เชษฐามองว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ประเทศขนาดกลางถูกกดดันให้เลือกข้างระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่ทั้งไทยและฝรั่งเศสต่างอยู่ในสถานะที่ไม่ต้องการผูกติดกับมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงมีแนวโน้มที่จะสร้าง เครือข่ายพันธมิตรของประเทศขนาดกลาง เพื่อรักษาสมดุลทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน

ด้านผลลัพธ์เชิงรูปธรรมจากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีทั้งการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการผลักดัน FTA ไทย–EU รวมถึงความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พลังงานสะอาด AI Data Center อวกาศ การบิน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง ยังเห็นพ้องร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส ไปสู่ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ผ่านกรอบความร่วมมือ Joint Action Plan 2026–2028 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเทคโนโลยีในระยะยาว

ทั้งหมดนี้จึงสะท้อนว่า การเยือนฝรั่งเศสของรัฐบาลไทยครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเดินทางทางการทูตทั่วไป แต่คือการวางหมากทางยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างพื้นที่ยืนใหม่ของไทยในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และบทบาทของไทยบนเวทีโลก 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯร่วมชมนิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์ ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นาย

'แก้วตา' ตอก 'เท้ง' หน้าแหก! มโนระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย แค่พาตัวเองหนีจากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองลงมือ

แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย

นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน

"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง

นายกฯ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล 'สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี' ก่อนพบชุมชนไทยในฝรั่งเศส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส