
บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 5,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.61% และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.36% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้รวม 5,160 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น
จากการที่เป็นผู้ผลิตแบบครบวงจร (Integrated Mill) ที่ผลิตเยื่อกระดาษ และนำเอา By-products มาผลิตพลังงานสะอาดไปใช้ในกระบวนการผลิตกระดาษ ทำให้บริษัทบริหารควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคู่แข่ง ภายใต้ภาวะวิกฤตพลังงานที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำพลังงานโซลาร์มาใช้ในกระบวนการผลิต และระบบโลจิสติกส์เช่น รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะยาวอีกด้วย
ด้านการตลาด บริษัทฯ ยังคงจำหน่ายสินค้าไปกว่า 130 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเร่งพัฒนาตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ อินเดีย สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของตลาด ด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายที่มีคุณภาพสูง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าสนับสนุนการแพทย์และสาธารณสุข มอบหน้ากากอนามัยฯ ให้รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการบริษัท และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนส่งมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ Double A Care รวมมูลค่า 351,000 บาท ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ
ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกับ GDH เปิดตัวสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์และเครื่องเขียน คอลเลกชันพิเศษ “GOHAN”
ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัวสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์และเครื่องเขียน คอลเลกชันใหม่ ‘Double A x GDH Collection GOHAN’
ดั๊บเบิ้ล เอ ส่งความห่วงใย มอบหน้ากากอนามัยแก่ รพ.ตำรวจ เพื่อสนับสนุนทางการแพทย์
ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าสนับสนุนการแพทย์และสาธารณสุขไทยอย่างต่อเนื่อง นำโดยนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการบริษัทและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ "Double A Care" รวมมูลค่าทั้งสิ้น
BEM เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 875 ล้านบาท
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ว่า “แม้ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวจะชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก แต่สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจยังคงมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มีการเดินทาง ประชาชนยังคงต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ

