Beyond Your Best: เมื่อ “ความหลากหลาย” ของคนทรู กลายเป็นพลังส่งต่อคุณค่าให้ผู้คนและสังคม 4 เรื่องจริงจากคนทรูที่ทำงานด้วยหัวใจ เพื่อสร้างความหมายที่มากกว่าหน้าที่

ยุคที่ทุกอย่างเน้นความรวดเร็วเป็นมาตรฐาน และดูเหมือนปัญญาประดิษฐ์จะสรรหาคำตอบให้ได้แทบทุกเรื่อง กลับมีสิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยีไม่มีวันทดแทนได้ นั่นคือ “ประสบการณ์และหัวใจของผู้คน” โดยเฉพาะผู้คนที่ได้รับโอกาสให้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ได้ใช้ความสามารถ ความเชื่อ ประสบการณ์ชีวิต และแสดงออกถึงตัวตนที่แตกต่าง เพื่อสร้างคุณค่าในแบบของตัวเอง  

เพราะเมื่อผู้คนที่มีความแตกต่างมาอยู่รวมกัน “ความหลากหลาย” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่คือจุดเริ่มต้นของพลังในการสร้างสรรค์ และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการต่อยอดพลังนั้นสู่การสร้างคุณค่าให้ผู้อื่น และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับสังคม

ในเดือนแห่งความภาคภูมิใจปีนี้ ทรู ชวนมองความหลากหลายให้ไกลกว่าการยอมรับความแตกต่าง แต่เห็นเป็นพลังของผู้คนที่สามารถสร้างคุณค่าให้ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน ชุมชน และสังคมได้จริงผ่านแคมเปญ Beyond Your Best เมื่อเป็นตัวเองได้เต็มที่ เราจะสร้างคุณค่าได้มากกว่าบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ด้วยความเชื่อที่ว่า ที่ทำงานไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ให้ทุกคนได้ "เป็นตัวเอง" ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่ควรเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้ตัวตน ความเชื่อ และศักยภาพของตัวเอง เพื่อลงมือทำสิ่งที่มีความหมายให้คนรอบข้างและสังคม เพราะเมื่อทุกคนได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง พวกเขาจะไม่หยุดอยู่เพียงการเติบโตเพื่อตัวเอง แต่พร้อมก้าวไปสู่การสร้างความหมายและคุณค่าให้กับผู้อื่นด้วยหัวใจ

พาไปทำความรู้จักกับเรืองราว 4 พนักงานทรู จากหลากหลายบทบาทและเส้นทางชีวิต ที่สะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นตัวเองของแต่ละคน ไม่ว่าจะมาจากประสบการณ์ชีวิต ความใส่ใจ ความเข้าใจในผู้คน หรือความผูกพันกับพื้นที่ ล้วนสามารถกลายเป็นพลังเล็ก ๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ในทุกวัน 

จากประสบการณ์ชีวิตที่เคยต้องสู้ สู่การทำงานที่สร้างโอกาสที่มีความหมายให้ผู้อื่นได้ยืนอย่างมั่นคง  

“เพราะเคยผ่านช่วงชีวิตที่ยากลำบากมาก่อน เราเลยรู้ว่า ‘โอกาส’ มีความหมายกับชีวิตคนมากแค่ไหน” สมภพ แสนจุ้ย Projects Development จากทีมทรูปลูกปัญญา เริ่มต้นเล่าถึงเส้นทางชีวิตจากวันที่เคยต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง “เราเคยผ่านมาหมด ตั้งแต่ทำงานเสิร์ฟตอนกลางคืนที่สวนลุมไนท์บาซาร์ นอนในบ้านพักคนงานที่เป็นเพิงสังกะสีร้อนๆ ตอนกลางวัน หรือทำงานเซเว่นกะดึกเพื่อเก็บเงินส่งตัวเองเรียน เราสู้ทุกอย่างเพราะอยากมีชีวิตที่ดี” ประสบการณ์ชีวิตเหล่านี้กลายเป็นพลังในการทำงานเพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน

ตลอด 16 ปีที่ทำงานกับทรู เขาได้โอกาสทำงานที่ท้าทายและเติบโตผ่านหลายบทบาท เริ่มจากสายงานบัญชีตามที่เรียนจบ ก่อนที่จะย้ายสู่สายงานอีเวนต์ และปัจจุบันทำงานด้าน CSR ในฐานะผู้ดูแลโครงการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกและครอบครัว หนึ่งในโครงการสำคัญที่ริเริ่มโดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ซึ่งเป็นงานที่เขาทำมากว่า 10 ปีจนเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั้งในและนอกองค์กร

การทำงานกับทีมทรูปลูกปัญญา สมภพรู้สึกโชคดีและมีความสุขที่มีหัวหน้าและทีมช่วยสนับสนุนความคิดและลงมือทำ เขาเห็นโอกาสที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนได้ และทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองเชื่อมให้เกิดโอกาสดีๆ ขึ้นมากมาย หนึ่งในโครงการที่เขาภูมิใจมากที่สุด คือ “ธนาคารชุมชนบุคคลออทิสติก” ซึ่งเกิดจากการนำประสบการณ์ด้านการทำงานชุมชน มาต่อยอดเพื่อสร้างแหล่งเงินทุนหมุนเวียนและสวัสดิการให้ครอบครัวบุคคลออทิสติก

“จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ในแผนงานตั้งแต่แรก แต่พอได้ลงพื้นที่จริงก็พบเรื่องสำคัญที่ควรดูแลคือ การบริหารจัดการเงิน เพราะแม้พวกเขาจะมีศักยภาพ แต่ถ้าไม่มีแหล่งเงินทุนหรือสวัสดิการรองรับในอนาคต ก็อาจทำให้การใช้ชีวิตลำบากได้”

จากแนวคิดนี้จึงเกิดความร่วมมือกับมูลนิธิออทิสติกไทย จัดตั้ง “ธนาคารชุมชนบุคคลออทิสติก จังหวัดพิษณุโลก” แห่งแรกขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการเห็นได้ชัดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เงินออมและสวัสดิการจากธนาคารชุมชนได้เข้ามาช่วยประคับประคองชีวิตของหลายครอบครัวในช่วงเวลาวิกฤต ปัจจุบันโครงการนี้ได้ขยายเพิ่มไปแล้วทั้งหมด 6 แห่งทั่วประเทศ และมีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 7 ล้านบาท

ความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องและหัวใจที่มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ส่งผลให้ที่ผ่านมาสมภพได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจจากองค์กรหลายครั้ง แต่สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น คือความภูมิใจและความรักที่ได้รับกลับมา

“พอลงพื้นที่หรือประชุมจะมีคนเรียกและทักทายเสมอ หลายอย่างที่เขาแสดงว่ารักเรา มีค่ามากกว่าคำขอบคุณ สิ่งเหล่านี้มาเติมเต็มความรักและความอบอุ่นที่เราขาดหายไปในวัยเด็ก” สมภพ เล่าถึงความรู้สึกก่อนทิ้งท้ายว่า

“16 ปีมานี้ ทรูเปิดโอกาสให้ทุกคนเติบโตในแบบของตัวเอง โดยที่ไม่จำกัดว่าคุณเป็นคนแบบไหนหรือจบอะไรมา มองกลับไปคือเรามาไกลมากนะ ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองทำเรื่องดีๆ เพื่อผู้คนมากมาย และเราเชื่อว่า อยู่ที่ทรู เป็นอะไรก็ได้ ขอให้มีความมั่นใจ พร้อมที่จะทำ”

ทุกความใส่ใจเล็กๆ ทำให้งานบริการมีความหมายมากกว่าหน้าที่

แพรวา สันติวรรักษ์ พนักงานสายงานบริการลูกค้าในตำแหน่ง First Class Receptionist ประจำ True Sphere ไอคอนสยาม คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานด้วยหัวใจที่มีความใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยม แม้จะร่วมงานกับทรูเพียง 1 ปี 5 เดือน แต่เธอเชื่อเสมอว่างานบริการที่ดี คือ การดูแลลูกค้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามาและกลับไปด้วยความสบายใจ

“การทำงานที่ True Sphere ไม่ได้มีแค่เรื่องการบริการหรือการขาย แต่รวมถึงการดูแลหลังการขาย การช่วยแก้ปัญหาการใช้งานต่างๆ ซึ่งลูกค้าแต่ละคนก็จะมีความหลากหลาย สิ่งที่เราอยากทำในทุกวันคือการดูแลอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ลูกค้ากลับไปอย่างสบายใจและไร้กังวล”

ด้วยประสบการณ์ด้านงานบริการที่เธอมาตลอดหลังเรียนจบ บวกกับความใส่ใจในรายละเอียดและการสังเกตผู้คนอยู่เสมอ ทำให้เธอเลือกดูแลลูกค้าด้วยความรู้สึกที่มากกว่าแค่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

“แพรเข้าใจดีว่า ทุกคนทุกวัยก็มีความกังวลใจที่แตกต่างกัน ครั้งหนึ่งมีน้องนักศึกษาที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อโทรศัพท์มือถือ แต่เขาด้วยเคยมีประสบการณ์การซื้อที่ค่อยประทับใจมาจากที่อื่น ทำให้เขามีความกังวลมาก เราจึงคอยให้คำแนะนำทั้งก่อนและหลังการขาย พร้อมแจ้งช่องทางติดต่อของสาขาเพื่อให้ลูกค้าสอบถามได้โดยตรงทุกเมื่อที่ต้องการ อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า มีเราคอยช่วยดูแลอยู่ตลอด ซึ่งก็ได้ช่วยให้คำแนะนำในอยู่นานเป็นเดือน”

“อีกเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่นานคือ ลูกค้าเข้ามาซื้อมือถือแต่มีเวลาจำกัดในการโอนข้อมูลโทรศัพท์ ตอนนั้นเลยตัดสินใจขออนุญาตนำอุปกรณ์ขึ้นไปบริการลูกค้าต่อที่ร้านอาหารในศูนย์การค้า และอยู่ดูแลจนเสร็จสิ้น ถึงจะเลยเวลางานไปแล้วหลายชั่วโมง แต่ก็รู้สึกว่าอยากดูแลลูกค้าให้ดี”

ความช่างสังเกตและใส่ใจผู้คนรอบตัวอยู่เสมอ ทำให้เธอได้เข้าไปช่วยเหลือลูกค้าในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด “วันนั้นเราสังเกตเห็นลูกค้าคนหนึ่งมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมระหว่างที่กำลังเดินออกจากช็อป จึงรีบเข้าไปช่วยทันที พร้อมกับประสานหน่วยปฐมพยาบาลของศูนย์การค้าให้เข้ามาช่วย และอยู่ดูแลเคียงข้างจนลูกค้าอาการดีขึ้น เวลาที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เราจะคิดเสมอว่า ถ้าเป็นเราหรือคนในครอบครัวก็อยากให้มีคนดูแลแบบนี้เหมือนกัน”

“การทำงานที่ทรู แพรได้เห็นสิ่งสำคัญที่เราพนักงานทรูทุกคนมีร่วมกัน คือการไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ทั้งการส่งมอบงานที่ดีที่สุด และการดูแลความรู้สึกของลูกค้าทุกคนอย่างเต็มหัวใจ” แพรวา สรุปทิ้งท้าย

จากวันที่ไม่กล้าเป็นตัวเอง สู่พลังของการดูแลลูกค้าด้วยความเข้าใจและหัวใจ

“เราเคยเป็นเด็กที่ไม่กล้าเป็นตัวเองมาก่อน” อานนท์ เนียมแย้ม หนึ่งในพนักงาน Frontline ของทรู เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนเล่าถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง จากวันที่เคยรู้สึกว่าความแตกต่างเป็นเรื่องที่ต้องปิดบังไว้ จนถึงวันที่สามารถทำงานอย่างมั่นใจในแบบที่ตัวเองเป็น “การเป็นตัวเองมีความหมายกับเรามากเลยนะ การทำงานที่ทรูเราเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจ และทำงานเต็มที่อย่างมีความสุข”

อานนท์ทำงานที่ทรูมาเป็นเวลา 13 ปี โดยเป็นงานแรกหลังเรียนจบ ตลอดเส้นทางการทำงาน เขาได้เรียนรู้ ท้าทายตัวเอง และเติบโตผ่านหลากหลายบทบาท เริ่มต้นจากงานคอลเซ็นเตอร์ ก่อนย้ายสู่สายงานบริการรีเทลช็อป เพิ่มประสบการณ์ในงาน VDO Call Center และปัจจุบันทำงานบริการลูกค้าประจำ True Branding Shop สาขาสยามสแควร์ ซอย 2 ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่ เขามีความสุขที่ได้เป็นตัวของตัวเอง

“ตอนที่มาสัมภาษณ์งานที่ทรู เราก็เป็นตัวเองแบบนี้เลย แสดงชัดว่าเราเป็น LGBT ซึ่งที่นี่ก็เปิดกว้าง ยอมรับความเป็นเรา และในองค์กรก็มีเพื่อนที่มีความหลายหลายเยอะ เรารู้สึกว่าที่ทำงานแห่งนี้คือพื้นที่ปลอดภัยทางใจ เราทำงานแบบเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจ เรียกว่าเปิดเผยตัวตนในที่ทำงานก่อนเปิดเผยกับที่บ้านอีก พอเวลาผ่านไปเรามีความมั่นคงทางการงานมากพอแล้ว เราจึงกล้าตัดสินใจบอกครอบครัว” อานนท์ เล่า

‘Never say No’ คือคติประจำใจในการทำงานบริการของอานนท์ เพราะเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ เพียงใช้หัวใจในการรับฟังเพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็จะมองเห็นทางออกนั้นได้  

“เมื่อก่อนเคยคิดว่า งานบริการคืองานที่จบไปในแต่ละวัน แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เพราะงานนี้ต้องใช้ ‘หัวใจ’ ทำงานให้มากต้องเปิดใจรับฟังลูกค้า เพื่อมองให้เห็นปัญหา และช่วยเหลือแก้ไขให้ตรงจุด บางเคสต้องติดตามหลายวัน บางเคสต้องทำเกินเวลางาน แต่เราก็เต็มใจทำ เมื่องานสำเร็จก็รู้สึกภูมิใจ ยิ่งได้รับรอยยิ้มและคำขอบคุณคือความสุขที่สุดของเรา”

ความเป็นตัวเองของอานนท์ที่มีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนกลายเป็นข้อดีในการทำงาน เพราะเขารู้จักที่จะปรับตัวให้เขากับผู้คนหลากหลาย และเป็นความสบายใจให้กับลูกค้า ทำให้เกิดความประทับใจทั้งลูกค้าและตัวเขาเอง

“มีลูกค้าหลายคนที่เป็น LGBT เหมือนกัน เวลาเข้ามาที่ร้าน เขาจะกล้าคุย กล้าถาม หรือบางทีก็ตรงเข้ามาปรึกษาเรื่องการใช้งานต่างๆ กับเราแบบสบายใจ เราเองก็รู้สึกดีที่อย่างน้อยความเป็นตัวของตัวเองของเรา สามารถทำให้ใครบางคนรู้สึกปลอดภัย เพราะเราเข้าใจดีว่า การได้รับการยอมรับ และให้เกียรติ มีความหมายมากแค่ไหน”

“มีครั้งหนึ่ง คุณยายเข้ามาที่ช็อปตอนใกล้ปิดบริการ สีหน้าแววตาท่านดูกังวลมาก จึงรีบเข้าไปสอบถามจึงรู้ว่า คุณยายเผลอกด Factory Reset จนใช้งานมือถือไม่ได้ เราก็รีบช่วยแก้ปัญหา พร้อมเขียนคำแนะนำใส่กระดาษไว้ให้ และบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไร สามารถกลับมาหาเราได้เสมอ”

“จิ๊กซอว์” คือนิยามของความเป็นทรูที่อานนท์คิดถึง เพราะว่าความแตกต่างของคนทรูไม่ใช่ช่องว่าง แต่เป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ทำให้ทุกวันทำงานมีความหมายเสมอ

“ทุกวันนี้มีความสุข และภูมิใจในตัวเองที่ตัวตนของเรามีประโยชน์กับคนอื่น เราได้ก้าวข้ามมาตรฐานงาน ไปสู่การทำด้วยหัวใจ การทำงานบริการ ได้ดูแลลูกค้า สำหรับเราแล้วเหมือนการทำจิตกุศล ทำความดีเล็กๆ ในทุกวัน แค่ได้ช่วยเหลือกันและกันในทุกๆ วัน ชีวิตก็มีความหมายแล้ว”

เมื่อความเอื้ออารีและความจริงใจ ทำให้การดูแลผู้คนมีความหมายมากกว่าหน้าที่

พนักงานทรูมีอยู่ทุกจังหวัดในประเทศไทย ฮาวา มะแซ จากทีม Regional Management ภาคใต้ หนึ่งพนักงานที่ทำงานในภูมิภาค ที่ตั้งใจดูแลลูกค้านิติบุคคลในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดและถิ่นฐานที่คุ้นเคย ทำให้เธอสามารถใช้ความเข้าใจในพื้นที่และดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ฮาวาร่วมงานกับทรูในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตำแหน่ง Telesales ซึ่งเธอสามารถทำงานจากบ้านในจังหวัดยะลาได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจคือความใส่ใจจากองค์กร ที่มีทั้ง HR ในพื้นที่และสำนักงานใหญ่โทรสอบถามความเป็นอยู่เสมอ พร้อมส่งมอบสิ่งของจำเป็นและอุปกรณ์สนับสนุนการทำงานมาให้ถึงบ้าน

แม้หลังจากนั้นต้องลาออกจากงานเพื่อย้ายตามครอบครัว แต่ทันทีที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่ยะลาอีก เธอตั้งใจกลับมาร่วมงานกับทรู โดยทำงานดูแลลูกค้านิติบุคคลในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งเธอนิยามว่าเป็นงานที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าในระยะยาว

“งานนี้เป็นงานที่ชอบ เพราะได้พบปะและช่วยเหลือดูแลผู้คน โดยเฉพาะคนในพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะด้วยเชื้อชาติ ภาษา หรือวัย และบางทีคนที่นี่อาจไม่สามารถเข้าถึงสื่อได้ทั่วถึง เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำตรงนี้ให้ดีกว่าเดิม เพราะเราเป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักและเข้าใจดี เราจะออกไปพบลูกค้าทุกวัน แต่ไม่ได้ไปเพื่อขายอย่างเดียว เราไปเพื่อรับฟังและสังเกตว่าลูกค้าเจอปัญหาอะไร เพื่อนำมาแก้ไข และนำมาพัฒนางาน ซึ่งทางทีมและทางบริษัทก็รับฟังและสนับสนุน เพราะอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า ทรูพร้อมดูแลอยู่เสมอ” 

การทำงานด้วยความเอื้ออารี เห็นอกเห็นใจ และจริงใจ พร้อมช่วยซัพพอร์ตทั้งลูกค้าและหน่วยงานอื่นๆ ในทรู ทำให้เธออยู่ในใจผู้คนเสมอ

“รู้สึกว่าเวลาได้แก้ปัญหาให้ใครสักคนได้ และสร้างรอยยิ้มความสบายใจให้เขาได้ คือความสุขของเรา บางอย่างอาจจะไม่ใช่งานของเราโดยตรง แต่เรารู้ว่าถ้าเราช่วยทำก็แบ่งเบางานของอีกหลายฝ่ายไปได้ แล้วก็อยากให้ลูกค้ารู้สึกดีกับทรู เราไม่ได้ขายแล้วจบไป หรือบางครั้งเป็นปัญหาอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับบริการทรู อย่างเช่น เข้าใช้งานแอปไม่ได้ หรือหน้าจอแตก เขาก็จะนึกถึงเราเป็นคนแรก แม้แต่กับคนที่ยังไม่เป็นลูกค้าทรูก็นึกถึงเรา ก็บอกปากต่อปากกันไป”

สำหรับชีวิตส่วนตัว ฮาวาเข้าร่วมกิจกรรมอาสาในพื้นที่ทุกครั้งที่มีโอกาส และเคยเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบอุบัติเหตุล้มริมทางระหว่างเดินทางกลับบ้าน เพราะเธอเชื่อว่าการช่วยเหลือผู้อื่นทำได้ในทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม

แม้หน้างานที่ต้องลงพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยจากการระบบการทำงานและความร่วมมือของทีมทรูที่พร้อมช่วยเหลือกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือ วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและโอบรับความแตกต่างทางศาสนา

“ทุกเช้าก่อนลงพื้นที่ เราจะเข้าไปในกรุ๊ปที่มีทั้งทีมขาย ทีมเน็ตเวิร์กแชร์ข้อมูลเส้นทางและความปลอดภัยให้กัน ทำให้รู้สึกว่ามีทีมคอยอยู่ข้างๆ เสมอ อีกสิ่งที่ทำให้ทำงานอย่างสบายใจคือ ทรูเป็นองค์กรที่มีการโอบรับเรื่องศาสนาและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ในทีม 3 จังหวัดใต้ล่างพวกเราจะเป็นมุสลิมเกือบทั้งหมด มีพี่หัวหน้าเป็นพุทธคนเดียว แต่ทุกคนก็ปรับตัวเข้าหากันอย่างน่ารักมาก และดูแลซึ่งกันและกันด้วยความเข้าใจจริงๆ”

เรื่องราวทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของแคมเปญ Beyond Your Best ที่ก้าวข้ามผ่านกรอบของบทบาทหน้าที่ สู่การทำงานและการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหัวใจ ซึ่งตรงกับค่านิยมหลัก 4C ของทรู ในการมอบคุณค่าและความหมายให้กับตัวเองและผู้อื่นอย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปักหมุดสระบุรี! แพทยสภา-มธพ. ผนึกทรูและพันธมิตร ยกทัพ 52 คลินิกเฉพาะทาง ออกหน่วยแพทย์อาสาฯครั้งใหญ่

ทรูเสริมจิตอาสาพร้อมพลังดิจิทัล เชื่อมโครงข่าย–ดาต้า–AI นำร่องยกระดับบริการแพทย์อาสาสู่ต้นแบบ “หน่วยแพทย์อาสาดิจิทัล”

ทรู ส่งต่อเรื่องราวดีๆ ของพนักงานทรูในจังหวัดยะลาที่ “ทำความดีด้วยหัวใจ” เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินริมทางจนปลอดภัย

ในวันที่จังหวะชีวิตของผู้คนเร่งรีบ ต่างคนต่างใช้ชีวิตเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของตัวเอง การเข้าช่วยเหลือคนแปลกหน้าอาจไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางอยู่เสมอ

'ทรู'จับมือ'โลตัส' เนรมิตลานกีฬาหน้าศูนย์การค้า 'True Alpha Urban Ground'@โลตัสบางนา

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังโลตัส พลิก “ลานหน้าศูนย์การค้า” สู่ “ลานประลองฝัน” ประเดิมแห่งแรก “True Alpha Urban Ground” สนามบาสต้นแบบ ณ โลตัส บางนา ปักหมุด “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง เปิดโอกาสให้ทุกคนโดยไม่จำกัดวัย พื้นที่ หรือข้อจำกัดทางสังคมได้เข้าถึงการออกกำลังกาย มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด

ทรู ผนึก Google ยกระดับ AI Literacy ผ่าน Gemini นำร่องเปิด 2 หลักสูตร “Gemini Academy for Students” และ “AI Literacy & Safety Module”

ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ Googleเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการพัฒนาทักษะ AI ของเยาวชนไทย เปิดสองหลักสูตรใหม่ “Gemini Academy for Students” และ “AI Literacy & Safety Module” เพื่อยกระดับ AI Literacy ควบคู่การสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลผ่านการเรียนรู้และเวิร์กชอปที่ออกแบบเฉพาะสำหรับนักเรียนทั่ว

ทรู ขานรับมาตรการรัฐ ยกระดับความปลอดภัยการลงทะเบียนซิมขั้นสุด เปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนซิมเติมเงินด้วยตัวเอง  ผ่านแอปทรูด้วยThaiD มั่นใจ ใช้งานง่าย และเชื่อถือได้

จากมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของภาครัฐที่ร่วมบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมขานรับและปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

'ทรูวิชั่นส์'ครองอาณาจักรมวยไทย จัดเต็ม7วันรวด ดึง5โปรโมเตอร์แถวหน้าของไทย

ทรูวิชั่นส์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำคอนเทนต์กีฬาระดับโลก ด้วยการปฏิวัติวงการมวยไทยในปี 2569 ขนทัพคู่มวยคุณภาพมาให้รับชมแบบจุใจ 7 วันต่อสัปดาห์ รวมกว่า 13 รายการใหญ่ ผ่านแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions Now) และทรูวิชั่นส์ระบบจานดาวเทียม และระบบเคเบิ้ล  สร้างปรากฏการณ์ด้วยการปฏิวัติการรับชมมวยไทยผ่านแคมเปญยักษ์ที่ขนทัพคู่มวยคุณภาพมาให้แฟนกีฬาได้รับชมอย่างเต็มอิ่ม ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางมวยไทยที่สมบูรณ์แบบที่สุด