นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึง กรณีการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ว่า กระทรวงดีอี มีการทำงานอยู่ 2 แนวทาง ได้แก่
1.เชิงรุกโดยการใช้อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 วรรคสอง ในการตรวจจับเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆที่มีข้อมูลว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อตรวจพบจะมีการส่งเรื่องไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบว่า แอปเหล่านั้นจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง กระทรวงดีอี จะส่งคำร้องไปที่ศาลให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ หรือแอป เหล่านั้น ไปยัง Store หรือผู้ให้บริการ (ISP)
2.การดำเนินการปิดกั้นตามที่หน่วยงานคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ สศค. แจ้งมา โดยกระทรวงดีอี จะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนที่จะไปยื่นคำร้องต่อศาล อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 20 (3) หรือไม่ ก่อนส่งคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้น
สำหรับในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ เดือนกุมภาพัน์ 2568 – 20 พฤษภาคม 2569) ธปท. ได้ส่งรายชื่อของแอปฯ มาให้กระทรวงดีอี ส่งคำร้องขอปิดกั้นต่อศาลแล้วเป็นจำนวน 79 แอป ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ส่งให้ สศค. ตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนหรือไม่ และได้รับผลการตอบกลับมา 57 แอป จากนั้นกระทรวงดีอีจะส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store โดยนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกแล้ว จำนวน 57 รายการ
นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งปิดกั้นแล้วเป็นจำนวน 1,466 URLs ( ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 17 พ.ค.69)
ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่า “สแกมเมอร์” ได้หลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมักจะใช้คำเชิญชวนผ่านช่องทาง เว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดีย โดยใช้ข้อความชวนเชื่อว่า “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้” เมื่อหลงเชื่อแล้วอาจทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร หรือสูญเสียทรัพย์สินโดยการหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน
“ขอเตือนประชาชน เรื่องการกู้เงินผ่านแอปต่างๆ จะต้องตรวจสอบก่อนการใช้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ที่ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเสิร์ช พิมพ์คำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้บริการ ขณะที่กระทรวงดีอีได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ตร. กสทช. ปปง. ธปท. ฯลฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนเกิดหลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำ หรือค่าธรรมเนียมต่างๆไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีที่ AOC 1441 ตลอด 24 ชม.” รมช.ดีอี กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีอี เตือนข่าวปลอม 'กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บ./วัน ผ่านลิงก์ SMS' เสี่ยงสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ดีอี เร่งรัดกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายจาก 'สแกมเมอร์' เตรียมพร้อมรับกฎกระทรวงฯ มีผลบังคับใช้ 12 ส.ค.69 นี้
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รมช.ดีอี สั่งการ 'AFNC' สกัดข่าวปลอม 'โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' เตือน ปชช. ระวัง SMS-ลิงก์ปลอม หลอกลงทะเบียน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยตนได้สั่งการให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) หรือ AFNC ดำเนินมาตรการเชิงรุก ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการแอบอ้างของมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น
'ไชยชนก ชิดชอบ' กับโปรเจ็กต์ 'AI ขั้นเทพ' ที่หรูหราจนคนขับ Toyota เข้าไม่ถึง
จู่ๆ โลกออนไลน์ก็เดือดปูดขึ้นมาทันที หลังจบการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ “ไชยชนก ชิดชอบ” สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
'สส.พรรคส้ม' คำนวณตัวเลข Thailand AI Passport อาจมีกำไรสูงถึง 1,119 ล้านบาท
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ โครงการ Thailand AI Passport ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่ใช้งบประมาณ1,621 ล้านบาท ว่า
'ศุภมาส' ดัน 'กองทุนสื่อ' ผนึก 'กรมประชาสัมพันธ์-อสมท' หนุนดีอี เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน-ยกระดับกำกับแพลตฟอร์ม ปกป้องเด็กเยาวชนจากคอนเทนต์ขยะ ภัยร้ายบนโลกออนไลน์
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลพื้นที่ออนไลน์ให้ปลอดภัยเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยการบังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลแพลตฟอร์ม มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลัก

