ดีอี เตือนข่าวปลอม 'กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บ./วัน ผ่านลิงก์ SMS' เสี่ยงสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,876 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,129 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,128 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เกิดปรากฏการณ์ปลาตายเกยหาดที่ชายทะเลปากน้ำ จ.ชุมพร

อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมชลประทาน จัดทำแบบแผนการซ่อมแซมคลอง ร.1 โดยต้องใช้งบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท

อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศงดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ วันที่ 3 - 4 มิ.ย. 69

อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชา ซื้อหัวโขนจากไทย เพื่อเอาไปเป็นต้นแบบ

อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ภาวะลิ้นขนดำ เกิดจากการใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยเกินไป

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บาทต่อวัน ผ่านลิงก์ SMS

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขนจรวด RM-70 ประชิดชายแดน ประกาศพร้อมรบ 100%

สำหรับข่าวปลอมที่น่าสนใจ คือ เรื่อง “กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บาทต่อวัน ผ่านลิงก์ SMS” กระทรวงดีอีได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง พบว่า ข้อความ SMS ดังกล่าว ได้แนบ “ลิงก์ปลอม” ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนอย่ากดลิงก์ที่แนบมากับ SMS ที่มิจฉาชีพแอบอ้างให้รับสิทธิหรือเงินช่วยเหลือ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการโดนนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ตลอดจนสูญเสียทรัพย์สิน

ทั้งนี้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00-22:00 น. ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น ไม่มีช่องทางอื่น และหน่วยงานรัฐฯ ไม่มีนโยบายส่ง SMS แนบลิงก์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่

| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

| Line ID: @antifakenewscenter

| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand

| X : @AFNCThailand

| TikTok : @antifakenewscenter

| IG : afnc_thailand/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอี เร่งรัดกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายจาก 'สแกมเมอร์' เตรียมพร้อมรับกฎกระทรวงฯ มีผลบังคับใช้ 12 ส.ค.69 นี้

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รมช.ดีอี สั่งการ 'AFNC' สกัดข่าวปลอม 'โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' เตือน ปชช. ระวัง SMS-ลิงก์ปลอม หลอกลงทะเบียน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยตนได้สั่งการให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) หรือ AFNC ดำเนินมาตรการเชิงรุก ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการแอบอ้างของมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น

รมช.ดีอี แจงรุกปราบแอปเงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด ฟันแล้วกว่า 1,500 รายการ เตือน ปชช.ระวังโฆษณาชวนเชื่อ เช็กให้ชัวร์ก่อนใช้บริการ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึง กรณีการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ว่า กระทรวงดีอี มีการทำงานอยู่ 2 แนวทาง ได้แก่

'ไชยชนก ชิดชอบ' กับโปรเจ็กต์ 'AI ขั้นเทพ' ที่หรูหราจนคนขับ Toyota เข้าไม่ถึง

จู่ๆ โลกออนไลน์ก็เดือดปูดขึ้นมาทันที หลังจบการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ “ไชยชนก ชิดชอบ” สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

'สส.พรรคส้ม' คำนวณตัวเลข Thailand AI Passport อาจมีกำไรสูงถึง 1,119 ล้านบาท

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ โครงการ Thailand AI Passport ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่ใช้งบประมาณ1,621 ล้านบาท ว่า

'ศุภมาส' ดัน 'กองทุนสื่อ' ผนึก 'กรมประชาสัมพันธ์-อสมท' หนุนดีอี เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน-ยกระดับกำกับแพลตฟอร์ม ปกป้องเด็กเยาวชนจากคอนเทนต์ขยะ ภัยร้ายบนโลกออนไลน์

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลพื้นที่ออนไลน์ให้ปลอดภัยเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยการบังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลแพลตฟอร์ม มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลัก