ผศ.ดร.เชษฐา ชี้ รัฐบาลยังมั่นคง ไร้จุดแตกร้าว นายกฯ ไม่สะเทือน แม้ข่าวลือโหมรายวัน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องสมการ “2 น. 1 พ.” รวมถึงข่าวการผลักดัน “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” ว่า กระแสดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหรือใกล้แตกหัก

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า ตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพหรือถือครองอำนาจอย่างมั่นคง มักจะเกิดข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายใน หรือการเตรียมเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาลขึ้นมาเป็นระยะ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล หรือเพิ่มอำนาจต่อรองของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันที

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะเพิ่งเริ่มบริหารประเทศได้ไม่ถึงสามเดือน แต่กลับมีการจุดกระแสข่าวเรื่องความแตกแยกภายในค่ายสีน้ำเงิน รวมถึงข่าวการเตรียม “นายกรัฐมนตรีสำรอง” อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากเงื่อนไขทางการเมืองในปัจจุบัน ยังไม่พบปัจจัยสำคัญที่เพียงพอจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสมการอำนาจ

ผศ.ดร.เชษฐา มองว่า ปัจจัยแรกคือการเมืองในภาพใหญ่ยังต้องคำนึงถึงจังหวะและดุลอำนาจของพรรคร่วมรัฐบาล การเปิดความขัดแย้งภายในในช่วงเวลานี้แทบไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใด และยังไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองมากพอที่จะนำไปสู่การแตกหัก

นอกจากนี้ ในกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็ยังไม่ปรากฏบุคคลที่สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนบทบาทของนายกรัฐมนตรีได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านเครือข่ายทางการเมือง ความสัมพันธ์กับระบบราชการ และศักยภาพในการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มต่าง ๆ ทำให้การเปิดศึกกับผู้เล่นหลักในเวลานี้มีต้นทุนสูงกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ

ในมุมของบุคลิกทางการเมือง ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า ทั้งนายกรัฐมนตรีและแกนนำสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลต่างมีลักษณะเป็นนักการเมืองสายประนีประนอม ยืดหยุ่น และพร้อมหาทางออกร่วมกันมากกว่าการเผชิญหน้าแบบแตกหัก จึงทำให้โอกาสที่ความขัดแย้งจะลุกลามจนกระทบเสถียรภาพรัฐบาลยังมีไม่มาก

สำหรับการเปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำรัฐบาลในอดีตนั้น ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า บริบททางการเมืองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างอำนาจในแต่ละยุคไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรนำมาเปรียบเทียบโดยตรง

ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทย แม้จะเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง แต่ยังเป็นความขัดแย้งในระดับการบริหารงาน มากกว่าจะเป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้างทางการเมือง และหากจำเป็นก็ยังสามารถบริหารจัดการด้วยการปรับบทบาทบุคคล ลดแรงปะทะ หรือใช้เวลาในการคลี่คลายสถานการณ์ได้

ผศ.ดร.เชษฐา ยังมองว่า พรรคการเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วย่อมเผชิญความเห็นที่แตกต่างภายในเป็นเรื่องปกติ การมี สส. ผู้บริหาร และเครือข่ายทางการเมืองเพิ่มขึ้น ย่อมนำมาซึ่งการปรับตัวภายใน ซึ่งอาจเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่สมดุลใหม่ มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการแตกสลาย

ท้ายที่สุด ทุกพรรคการเมืองต่างตระหนักดีว่า การรักษาสถานะรัฐบาลผสมให้เดินหน้าต่อไป ยังคงให้ผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าการเปิดศึกกันเอง
ด้วยเหตุนี้ กระแสข่าว “2 น. 1 พ.” และข่าว “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” จึงควรถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสมการอำนาจในเวลานี้

แม้การเมืองจะไม่มีสิ่งใดแน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีตัวแปรใหม่เกิดขึ้น แต่จากเงื่อนไขทั้งหมดที่ปรากฏในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานหรือปัจจัยที่มีน้ำหนักมากพอจะสรุปได้ว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตภายในจนถึงขั้นแตกหัก ตรงกันข้าม สิ่งที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าคือการประนีประนอม การปรับสมดุล และการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลผสม ซึ่งเป็นธรรมชาติของการเมืองไทยในทุกยุคสมัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิลึก! ‘ยิ่งชีพ’ ร้องศาลยกฟ้องคดี ‘อนุทิน’ ฟ้องหมิ่นฯ อ้างถูกฟ้องไม่สุจริต

ผอ.iLaw ยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขอให้ยกฟ้องคดี “อนุทิน” ฟ้องหมิ่นประมาท ปมแถลงข่าวโยงข้อสงสัยทุจริตเลือก สว. อ้างเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต หวังข่มขู่คุกคามผู้ตรวจสอบนักการเมือง ขอศาลใช้มาตรา 161/1 สั่งยกฟ้องทันทีโดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง

นายกฯ แจ้งประธานสภาฯ ครม.สะดวกรับศึกซักฟอก 6 ธ.ค. เป็นต้นไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วันนี้ได้รับหนังสือจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาเป็นที่เรียบร้อยและได้หารือถึงกรอบเวลาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยจะตอบกลับไปถึงวันที่สะดวก

นายกฯ ลั่นเยียวยาน้ำท่วมต้องยุติธรรม หลังพบปัญหาพยายามแตกหน่อแยกหลายครัวเรือน

นายกฯ บอกอย่าพูดเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.ไม่พอ ลั่นรัฐบาลต้องดูแลภาพรวม ย้ำการตรวจสอบยังต้องเข้มข้น

'อนุทิน' ลั่นสิทธิของผม! เดี๋ยวก็รู้ฟ้อง-ไม่ฟ้อง 'ไอซ์ รักชนก' แชร์สลิปปลอม

“อนุทิน” พยักหน้าบอก “สิทธิ์ของผม เดี๋ยวก็รู้เอง” ปมฟ้อง “ไอซ์ รักชนก” แชร์โพสต์สลิปปลอมโอนเงิน 7 ล้านหรือไม่ ย้ำกำชับ “ผบ.ตร.” เร่งรัดทุกคดี ชี้เพราะรัฐบาลผลงานเยอะ ฝ่ายตรงข้ามถึงเล่นแบบนี้ เตรียมใช้เวทีซักฟอกโชว์เต็มที่

'ศุภชัย' ได้ทีขย้ำ 'น้องน้ำแข็ง-ศิริโชค' อย่าเอาคำว่าตรวจสอบทุจริตมาเป็นข้ออ้างให้ข่าวปลอม

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความว่า สลิปปลอม 7 ล้าน! แชร์กันสนุก อวยกัน สุดท้าย ใครจะรับผิดชอบ?