สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.อุบลราชธานี) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง เพราะเป็นด่านหน้าสำคัญในการป้องกัน ค้นหา คัดกรอง และส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรคเนื้อเน่า ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วและทำให้ผู้ป่วยสูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิตได้ การดำเนินงานใน จ.อุบลราชธานี สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของภาควิชาการ หน่วยบริการสุขภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ที่ร่วมกันพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยใช้ข้อมูล งานวิจัย และนวัตกรรมมาสนับสนุนการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขและชุมชน โดย เพื่อยกระดับระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงโรงพยาบาลศูนย์
“โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลแม่ข่าย ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการเข้าถึงบริการ โดยเริ่มจากการค้นหาและคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ก่อนส่งต่อเข้าสู่โรงพยาบาลชุมชน เพื่อประเมินอาการตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแล (Clinical Practice Guideline for Necrotizing Fasciitis: CPG-NF) เชื่อมต่อผ่านระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า (Smart Surveillance and Management for Necrotizing Fasciitis - SMART-NF) ไปยังโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤตจะส่งกลับมาดูแลต่อเนื่องใกล้บ้าน เกิดเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัด ครอบคลุมโรงพยาบาล 26 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกว่า 300 แห่ง โดยมี รพ.สต. และ อสม. ร่วมติดตามอาการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้” นพ.เฉวตสรร กล่าว
รศ.ดร.สุภาพร ใจการุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า จ.อุบลราชธานี เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาโรคเนื้อเน่าอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคเนื้อเน่าสูงที่สุดในเขตสุขภาพที่ 10 โดยในช่วงปี 2555-2564 พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจาก 533 ราย เป็น 806 รายต่อปี ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 165 ราย เป็น 392 ราย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าในการรับรู้ การวินิจฉัย และการเข้าสู่ระบบการรักษา
“จากปัญหาดังกล่าวคณะวิจัยจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยทั้งจังหวัด โดยมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. พัฒนาการคัดกรองในชุมชน ผ่านการสร้าง Community Guideline และเสริมศักยภาพ อสม. รพ.สต. และโรงพยาบาลชุมชน ให้สามารถค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงได้เร็วขึ้น 2. พัฒนาระบบ SMART NF เพื่อสนับสนุนการคัดกรอง การแจ้งเตือน และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ ช่วยให้การประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วยทำได้รวดเร็วขึ้น 3. พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้มาตรฐานเดียวกันในการวินิจฉัย ส่งต่อ และรักษาผู้ป่วย ลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย” รศ.ดร.สุภาพร กล่าว
นางกรรณิกา ตันติศิรินทร์ รอง นายกอบจ.อุบลราชธานี กล่าวว่า อบจ.อุบลราชธานี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและการเสริมศักยภาพหน่วยบริการสุขภาพใกล้บ้าน จากความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาควิชาการ หน่วยบริการสุขภาพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้เกิดระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับชุมชน รพสต. โรงพยาบาลชุมชน ไปจนถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษา ทำให้การค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง การวินิจฉัย และการส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย อบจ.อุบลราชธานี พร้อมสนับสนุนการขยายผลการดำเนินงานและการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายสมศรี วงศ์คำเหลา ผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า ชาวตำบลนาเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เดิมคิดว่าเป็นเพียงแผลถลอกเล็กน้อยจากการเดินสะดุดไม้ จึงใช้วิธีรักษาตามความเชื่อพื้นบ้านด้วยการประคบร้อนและทาปูนขาวบริเวณบาดแผล แต่หลังจากนั้นอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แผลบวมแดง ลุกลาม และมีอาการปวดมาก อสม. หมู่บ้านจึงประสานส่งต่อไปยัง รพ.สต. นาเจริญ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม พบว่ามีภาวะติดเชื้อรุนแรงและสงสัยโรคเนื้อเน่า ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเร่งด่วน ทำให้ได้รับการผ่าตัดและดูแลอย่างทันท่วงที จนสามารถควบคุมการลุกลามของโรคได้
“อยากขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทุกคนที่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากเข้ารับการรักษาช้ากว่านี้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงมากกว่านี้ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ตระหนักว่าโรคเนื้อเน่าสามารถเกิดขึ้นได้จากบาดแผลเล็กๆ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง ปวดมาก หรืออาการลุกลามอย่างรวดเร็ว ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างทันท่วงที เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นายสมศรี กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส. พร้อมร่วมงาน รพ.ชุมชน ตามนโนบาย รมว.สาธารณสุข ยึดเป้าหมายเดียวกัน สร้างเสริมสุขภาพ-ป่วย-เจ็บ น้อยลง อายุคาดเฉลี่ยเพิ่ม ลดงบรักษา
จากกรณีที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และระบบบริการปฐมภูมินั้น นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ยินดีทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน ได้หารือเบื้องต้นกับ
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

