
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการร่วมกับกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจเข้มรถโดยสารประจำทางทุกอู่ หลังผลการสุ่มตรวจรถโดยสาร 3 อู่ รวม 36 คัน พบรถปล่อยควันดำเกินมาตรฐานถึง 21 คัน หรือร้อยละ 58 พร้อมกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายกับรถทุกคันที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และเร่งปรับปรุงสภาพเครื่องยนต์โดยไม่ต้องรอเข้าสู่ฤดูฝุ่น
นายสุชาติ เปิดเผยว่า ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า จากกรณีที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขอให้ตรวจสอบรถโดยสารประจำทางสาย 26 สาย 191 และสาย 510 ที่มีการปล่อยควันดำสร้างผลกระทบต่อประชาชน คพ. จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบกและกองบังคับการตำรวจจราจร ลงพื้นที่ตรวจสอบระหว่างวันที่ 9–10 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้แทนคณะกรรมาธิการการคมนาคมร่วมสังเกตการณ์

ผลการตรวจพบว่า อู่มีนบุรี สุ่มตรวจ 16 คัน พบควันดำเกินมาตรฐาน 8 คัน อู่สวนสยาม สุ่มตรวจ 14 คัน พบเกินมาตรฐาน 12 คัน และอู่ธรรมศาสตร์ สุ่มตรวจ 6 คัน พบเกินมาตรฐาน 1 คัน รวมทั้งสิ้น 21 คันจาก 36 คัน หรือร้อยละ 58 ขณะที่รถโดยสารสาย 510 หมายเลขตัวถัง 1-40194 ซึ่งถูกร้องเรียน ตรวจพบว่าค่าควันดำเป็นไปตามมาตรฐาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า การควบคุมควันดำจากรถยนต์ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 พร้อมกำชับให้อู่รถทั้งภาครัฐและเอกชนบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ปรับพฤติกรรมการขับรถ ลดการลากเกียร์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดควันดำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
ทั้งนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีแผนทยอยนำรถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน มาแทนรถโดยสารธรรมดา โดยจะนำร่อง 500 คันแรกภายในเดือนมีนาคม 2570 และครบทั้ง 1,520 คันภายในเดือนพฤษภาคม 2570 เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.สุชาติ สั่ง คพ. เฝ้าระวังสถานที่กำจัดขยะ–ระบบบำบัดน้ำเสีย พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามเฝ้าระวังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ฝนตกหนัก
ปชน. ซัดนายกฯไม่กล้าถกปัญหาสารพิษในแม่น้ำกับทางจีน-เมียนมา ตั้งทีมแต่กลับไม่ประชุม
"ภัทรพงษ์" จี้ "สุชาติ" หาเวลาว่าง ร่วมถกปัญหาสารพิษในแม่น้ำข้ามแดน ชี้ อนุกรรมาธิการ มีหลักฐานชัดเจน มองพลาดโอกาสคุยจีน-เมียนมา เพราะรัฐบาลไม่มีความรู้เพียงพอ ขณะที่ TOR มีปัญหาเรื่องการปิดบังข้อมูล
ทส.–UNEP เดินหน้าความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและมหาสมุทร เตรียมผลักดันความร่วมมือสู่เวที UNOC4 พร้อมสนับสนุนการบรรลุ SDG 14
วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) เวลา 11.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารทส.
'เท้ง' ชวน 'สุชาติ' เดินรับฟังปัญหาอีอีซี ย้ำต้องไร้ทุนเทา ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย
“รมว.สุชาติ” ขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เร่งติดตามรักษา “สีดอเดี่ยว” หลังบาดเจ็บขาหลัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าการติดตามและรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณขาหลังด้านซ้ายของช้างป่า “สีดอเดี่ยว” อายุประมาณ 40 ปี บริเวณป่าบ้านวังด้ง หมู่ 1 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุร
“รมว.สุชาติ” ยกระดับ “SAVE OUR DUGONG” ปกป้องพะยูน 12 พื้นที่เสี่ยง สั่งจัดระเบียบเรือ–ปรับเครื่องมือประมง ลดการตายจากกิจกรรมมนุษย์เป็นศูนย์
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลประชาชนและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล

