สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก. กับเกษตรกรในระดับพื้นที่ ทั้งการติดตาม จัดเก็บ และรายงานข้อมูลสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตร ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตรแก่เกษตรกรและชุมชน ข้อมูลที่ ศกอ. สนับสนุนจึงเป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนสถานการณ์จริงจากพื้นที่ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ วางแผน และกำหนดมาตรการด้านการเกษตรได้อย่างเหมาะสม

ที่ผ่านมา สศก. ได้พัฒนาศักยภาพ ศกอ. อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความรู้ทางเศรษฐกิจการเกษตร การจัดเก็บและรายงานข้อมูล การใช้ระบบดิจิทัล และการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กำหนดพัฒนา ศกอ. จำนวน 1,010 รายทั่วประเทศ ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ครอบคลุม 4 ภูมิภาค โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 ร่วมดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ

จุดเด่นของการอบรมในปีนี้ คือ การพัฒนาหลักสูตรจากผลประเมินและความต้องการจริงของ ศกอ. โดยผลการประเมิน SMART ศกอ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ใน 5 ด้าน ได้แก่ สมรรถภาพการทำงาน ความรอบรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตร จิตอาสาและความเป็นผู้นำ ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก อย่างไรก็ตาม ศกอ. ยังต้องการพัฒนาทักษะด้านการใช้แอปพลิเคชัน การจัดเก็บและรายงานข้อมูลสถานการณ์การผลิตและราคา รวมถึงความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตรและการถ่ายทอดองค์ความรู้

สศก. จึงกำหนดเนื้อหาการอบรมให้ครอบคลุมทั้ง หลักสูตรกลางและหลักสูตรเฉพาะพื้นที่ อาทิ มาตรการและนโยบายด้านการเกษตร สถานการณ์และแนวโน้มสินค้าเกษตร การใช้แพลตฟอร์ม Big Data ระดับจังหวัด การรายงานราคาสินค้าเกษตรผ่านแอปพลิเคชัน ราคา Farm Plus การรายงานสถานการณ์การผลิต การสำรวจปริมาณและต้นทุนการผลิต พร้อมการฝึกปฏิบัติและแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคจากการทำงานจริง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 ร่วมพิจารณาคัดเลือกองค์ความรู้และรูปแบบการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับความต้องการของ ศกอ. สภาพปัญหาการปฏิบัติงาน รวมถึงสินค้าและพืชเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานตามความสนใจและความจำเป็นของ ศกอ. โดยคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและสินค้าเกษตรสำคัญของพื้นที่ เพื่อให้ ศกอ. ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสให้สมาชิกได้ทำความรู้จัก สร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาการทำงานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 จะพิจารณาคัดเลือกองค์ความรู้และรูปแบบการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับ ความต้องการและทักษะที่จำเป็นของ ศกอ. สภาพปัญหาการปฏิบัติงาน ตลอดจนสินค้าและพืชเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การอบรมไม่เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศ แต่สามารถปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละภูมิภาค และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“การพัฒนา ศกอ. ในปีนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงให้สามารถใช้แอปพลิเคชันหรือรายงานข้อมูลได้เท่านั้น แต่ต้องเข้าใจความหมายของข้อมูล มองเห็นสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดในพื้นที่ และสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องแก่เกษตรกรได้ เมื่อ ศกอ. มีความรู้และทักษะที่เข้มแข็ง ข้อมูลจากพื้นที่ก็จะมีคุณภาพมากขึ้น และสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนและกำหนดมาตรการด้านการเกษตรให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายครองศักดิ์ กล่าว

สศก. ตั้งเป้าให้ ศกอ. ทั้ง 1,010 ราย ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์การประเมิน SMART ศกอ. เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนการผลิตและบริหารความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์สำหรับใช้ขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตรต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)

สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์

สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย

สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร

สศก. เผยประมาณการลำไย–ลิ้นจี่ ปี 2569 ลิ้นจี่ยังออกต่อเนื่อง มิ.ย. ขณะที่ลำไยออกมาก ส.ค. ช่วยวางแผนผลผลิต–ตลาดล่วงหน้า

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้จัดทำประมาณการสถานการณ์การผลิตและราคาลำไยและลิ้นจี่ ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569)