
นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูกและเนื้อที่ยืนต้นพืชเศรษฐกิจ เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามสถานการณ์การผลิต จัดทำสถิติการเกษตร ประเมินผลผลิต และวางแผนการผลิตและการตลาด โดยข้อมูลพื้นที่ที่ถูกต้อง สอดคล้อง และสะท้อนสภาพการเพาะปลูกจริง จะช่วยให้ภาครัฐวิเคราะห์สถานการณ์และบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้เหมาะสมกับสถานการณ์และพื้นที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งการเปลี่ยนชนิดพืช การโค่นและปลูกใหม่ หรือการปลูกพืชตามฤดูกาล ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่จัดทำข้อมูลพื้นที่เกษตรอาจมีวิธีการและช่วงเวลาในการจัดเก็บข้อมูลแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ขอบเขตพื้นที่เพาะปลูกจากแต่ละแหล่งไม่สอดคล้องหรือเกิดการทับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบและปรับปรุงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สศก. โดยศูนย์สารสนเทศการเกษตร จึงดำเนินกิจกรรม “การจัดทำแผนที่พืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว (Single Map)” ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับข้อมูลเชิงพื้นที่ของพืชเศรษฐกิจสำคัญให้มีความสอดคล้อง ลดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
สำหรับ Single Map คือการตรวจสอบและปรับข้อมูลพื้นที่ปลูกพืชให้มีขอบเขตที่สอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้พื้นที่เดียวกันถูกระบุซ้ำหรือแตกต่างกันในข้อมูลพืชแต่ละชนิด ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศของ สศก. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมติดตามเนื้อที่เพาะปลูกและประเมินผลผลิต ตลอดจนการบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สศก. ใช้ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมควบคู่กับการสำรวจพื้นที่จริง โดยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บพิกัดและข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน นำมาเปรียบเทียบและตรวจสอบกับข้อมูลจากดาวเทียม พร้อมนำเทคโนโลยี Machine Learning ด้วยวิธี XGBoost Model มาสร้างต้นไม้แห่งการตัดสินใจ (Decision Tree) เพื่อช่วยวิเคราะห์ ประมวลผล และจำแนกพื้นที่พืช โดยฝึก (Train) แบบจำลองจากข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่าง ๆ ร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมที่ผ่านการวิเคราะห์ค่าดัชนีพืชพรรณ (Vegetation Index) หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีสามารถดึงลักษณะพืชพรรณที่ปรากฏในพื้นที่ได้แตกต่างกัน ได้แก่ Normalized Difference Vegetation Index (NDVI), Soil Adjusted Vegetation Index (SAVI), Normalized Difference Red Edge Index (NDRE) และ Chlorophyll Index Red Edge (CI-Red) การใช้ดัชนีเหล่านี้ร่วมกันมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการตัดสินใจมีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่ข้อมูลมีความคลุมเครือหรือพบขอบเขตของพืชหลายชนิดทับซ้อนกัน ช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นระบบ และสร้างมาตรฐานการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ทับซ้อนกัน เพื่อให้หน่วยงานสามารถนำไปใช้จำแนกประเภทพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จนถึงปัจจุบัน สศก. ได้ดำเนินการตรวจสอบและปรับแก้ข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูก/ยืนต้นของ พืชเศรษฐกิจสำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวนาปี มันสำปะหลังโรงงาน สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงสินค้าอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการและนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีแผนดำเนินการให้ครอบคลุมแหล่งผลิตที่สำคัญทั่วประเทศ ทั้งนี้ ได้ทยอยลงพื้นที่สำรวจและจัดเก็บข้อมูลแปลงเกษตรตัวอย่างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ภายหลังการสำรวจภาคสนามแล้วเสร็จ สศก. จะนำข้อมูลสภาพพื้นที่จริงที่จัดเก็บได้มาประมวลผลร่วมกับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2A และ Sentinel-2B เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการจำแนกชนิดพืชให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก่อนนำผลไปตรวจสอบและปรับแก้พื้นที่ที่ยังมีข้อมูลทับซ้อน โดยมีเป้าหมายให้ได้ข้อมูลเชิงพื้นที่พืชเศรษฐกิจที่มีความสอดคล้องและครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะรายงานให้ทราบต่อไป

การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยยกระดับฐานข้อมูลด้านการเกษตรให้มีคุณภาพและนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ทั้งการจัดทำสถิติการเกษตร การติดตามสถานการณ์การผลิต การประเมินผลผลิต และการวางแผนด้านการผลิตและการตลาด ช่วยให้ภาครัฐมีข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจที่สะท้อนสภาพพื้นที่จริงมากยิ่งขึ้น รวมถึงนำข้อมูลเชิงพื้นที่ที่จัดทำไปใช้ประกอบการดำเนินนโยบายรัฐบาลที่สำคัญ เช่น การทำ Geo-location ตามนโยบาย EU Deforestation Regulation (EUDR) ของสำนักงาน กพ. ร่วมกับ NECTEC และการคำนวณการดูดซับและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในพื้นที่ปาล์มน้ำมันและยางพารา โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
“เป้าหมายของ Single Map ไม่ได้อยู่เพียงการทำแผนที่ให้ตรงกัน แต่คือการทำให้ประเทศมีข้อมูลพื้นที่เกษตรที่มีคุณภาพและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เมื่อเรารู้ว่าพืชแต่ละชนิดปลูกอยู่ที่ไหนและมีพื้นที่เท่าใดอย่างชัดเจน ก็จะช่วยให้การติดตามสถานการณ์ การวางแผนการผลิต การบริหารจัดการสินค้า และการวางแผนตลาดมีข้อมูลรองรับที่ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเกษตรกร ผู้บริหาร และผู้ใช้ข้อมูลภาคเกษตร” นายชนวัฒน์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. เปิดให้บริการ “ปฏิทินการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร” รู้ล่วงหน้า ข้อมูลไหนออกเมื่อไหร่ ใช้งานง่ายในที่เดียว
นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการ สศก. ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร
สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้
นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.
สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)
สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์
สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย
สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech

