
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลประชาชนและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล โดยเฉพาะการปกป้องสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงเดินหน้ายกระดับมาตรการ “SAVE OUR DUGONG” เพื่อป้องกันและลดภัยคุกคามต่อพะยูนในพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 12 จุด ครอบคลุม 5 จังหวัดฝั่งอันดามัน แบ่งเป็น 6 พื้นที่เสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชน และ 6 พื้นที่เสี่ยงจากการติดเครื่องมือประมง พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ คือ ลดการตายของพะยูนจากกิจกรรมของมนุษย์ให้เป็นศูนย์
“พะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ประเทศไทยต้องช่วยกันรักษาไว้ การดำเนินมาตรการครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะจำกัดการประกอบอาชีพของชาวประมงหรือการเดินเรือ แต่ต้องการจัดระบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ทะเลให้เกิดความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากร โดยต้องทำให้คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ และธรรมชาติอยู่รอด” นายสุชาติกล่าว
สำหรับมาตรการเร่งด่วน “SAVE OUR DUGONG” ประกอบด้วย 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่
มาตรการที่ 1 จัดระเบียบเส้นทางเดินเรือและควบคุมความเร็ว ใน 6 พื้นที่เสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชน ได้แก่ ท่าเรือรัษฎา จ.ภูเก็ต ท่าเรือบางโรง จ.ภูเก็ต ร่องน้ำเกาะยาวน้อย–เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา–ท่าเรืออ่าวน้ำเมา จ.กระบี่ ท่าเรือปากเม็ง–เกาะมุก จ.ตรัง และท่าเรือเกาะลิบง–หาดยาว จ.ตรัง โดยจะจัดทำทุ่นหรือเครื่องหมายแสดงแนวเขตและเส้นทางเดินเรือ รวมทั้งกำหนดความเร็วเรือให้เหมาะสมกับพื้นที่
ในระยะห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 1 กิโลเมตร กำหนดความเร็วไม่เกิน 5 นอต ระยะห่างไม่เกิน 2 กิโลเมตร ความเร็วไม่เกิน 10 นอต และระยะห่างไม่เกิน 3 กิโลเมตร ความเร็วไม่เกิน 20 นอต ขณะที่บริเวณแหล่งหญ้าทะเลกำหนดความเร็วไม่เกิน 5 นอต และบริเวณแหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ กำหนดความเร็วไม่เกิน 3 นอต

มาตรการที่ 2 ปรับปรุงเครื่องมือประมงให้เป็นมิตรกับพะยูน ใน 6 พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เกาะช้าง–เกาะพยาม จ.ระนอง เกาะระ–เกาะพระทอง จ.พังงา ป่าคลอก–ตังเข็น จ.ภูเก็ต หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ เกาะศรีบอยา จ.กระบี่ และเกาะมุก–เกาะลิบง จ.ตรัง เพื่อป้องกันไม่ให้พะยูนติดเครื่องมือประมงหรือได้รับบาดเจ็บ
สำหรับ ลอบปูแบบเดี่ยว จะกำหนดไม่ให้วางในแหล่งหญ้าทะเล ปรับเปลี่ยนเชือกสายทุ่นเป็นเชือกใยยักษ์ขนาด 4–5 มิลลิเมตร เพิ่มจุดเชื่อมต่อแบบ Weak Link เพื่อให้พะยูนสามารถหลุดออกจากเครื่องมือประมงได้ รวมถึงลดความยาวเชือกส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณผิวน้ำและแนวที่พะยูนว่ายผ่าน ส่วน ลอบปูแบบพ่วง จะใช้ก้อนหินหรือตะกั่วถ่วงเพื่อให้เชือกเป็นเส้นตรง
ขณะที่ อวนจมปู ห้ามวางในแหล่งหญ้าทะเลและต้องเฝ้าระวังหลังการวางอวน ส่วน อวนลอยปลาขนาดใหญ่ เช่น อวนลอยปลากะพง ห้ามวางในแหล่งหญ้าทะเล และต้องวางห่างจากแนวแหล่งหญ้าทะเลอย่างน้อย 1 กิโลเมตร
นายสุชาติกล่าวต่อว่า ได้กำชับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของเรือ ชาวประมง และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง พร้อมสนับสนุนการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้มาตรการเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนมาตรการทั้ง 2 ด้านให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ทั้งนี้ ข้อมูลการเกยตื้นของพะยูนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560–2569 พบพะยูนเกยตื้นทั้งสิ้น 209 ตัว ในจำนวนนี้ไม่ทราบสาเหตุ 78 ตัว ส่วน 131 ตัวทราบสาเหตุ แบ่งเป็นสาเหตุจากธรรมชาติ 97 ตัว และจากกิจกรรมของมนุษย์ 34 ตัว ประกอบด้วยอุบัติเหตุทางทะเล 17 ตัว เครื่องมือประมง 16 ตัว และขยะทะเล 1 ตัว

เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พบพะยูนเกยตื้น 15 ตัว โดยมีสาเหตุจากกิจกรรมของมนุษย์ 5 ตัว ได้แก่ อุบัติเหตุทางทะเล 2 ตัว เครื่องมือประมง 2 ตัว และขยะทะเล 1 ตัว ซึ่งหากไม่มีมาตรการป้องกันและลดการตายอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้ประชากรพะยูนลดลงต่ำกว่า 100 ตัวในปี พ.ศ. 2573 และต่ำกว่า 50 ตัวในปี พ.ศ. 2578 ก่อนเข้าสู่ภาวะสูญพันธุ์เชิงคาดการณ์ในระยะต่อไป
“ผมขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลพะยูน เพราะการอนุรักษ์ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกคน เราต้องลดความเสี่ยงจากกิจกรรมของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด และเป้าหมายของเราคือไม่ให้มีพะยูนตายจากกิจกรรมของมนุษย์อีกต่อไป” นายสุชาติกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า หากประชาชนพบพะยูนติดอวน ได้รับบาดเจ็บ หรืออยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หรือโทรสายด่วน 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ชาวประมง และผู้ประกอบการเรือ ร่วมกันรักษาพะยูน สัตว์ทะเลหายากของประเทศไทย ให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.สุชาติ' เปิดปฏิบัติการค้นหา 3 คนไทยสูญหายดอยจ้อง เชียงราย ระดม 'กรมอุทยานฯ' ผนึกทุกภาคส่วน ล่าสุดพบแล้ว 2 เร่งค้นหาอีก 1 คน
นายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดเผยถึงกรณีคนไทย 3 คนสูญหายบริเวณดอยจ้อง ใกล้อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ได้สั่งการด่วนให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง มูลนิธิกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ
'รมว.สุชาติ' สั่งกรมอุทยานฯ เปิดสายด่วน 1362 รับแจ้งเหตุน้ำท่วม 24 ชม. หวั่นประชาชนตกค้าง ย้ำเดินหน้าตามนโยบาย 'นายกอนุทิน' ช่วยผู้ประสบภัยทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายสุชาติกล่าวว่า การเปิดสายด่วน 1362 ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งพิกัดและขอความช่วยเหลือได้โดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมสูง พื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าถึง หรือมีผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน
'สุชาติ' เผย 'ทช.' ระดมกำลัง-เรือ3ลำ ลุยช่วยน้ำท่วมราชบุรี เคลื่อนย้ายประชาชน-ลำเลียงสิ่งของ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนเต็มกำลัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ถึงการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรของกรมฯ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยยึดหลัก “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง
'รมว.สุชาติ' ลงลาดกระบังอีกครั้ง เติมกำลังใจผู้ประสบภัย-เจ้าหน้าที่ ส่งไอศกรีม-ส้มสายน้ำผึ้งฝาง พร้อมอาหารสัตว์ 'ทส.หนึ่งเดียว' ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมรายงานสถานการณ์ ท่านนายกฯ อนุทิน
นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้สามารถรับทราบปัญหาจากหน้างานและปรับแผนการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกำชับทุกหน่วยงานภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” ทำงานเชิงรุกร่วมกับท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง ทั้งการดูแลอาหาร น้ำดื่ม การเดินทาง และการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
“สุชาติ” ควง “วราวุธ” ลงพื้นที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี รับฟังสถานการณ์น้ำ เร่งประสานชลประทานผลักดันน้ำลงทะเล ย้ำระบายน้ำต้องไม่กระทบชุมชน
วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
'สุชาติ' ส่งทีม ทส. ลุยปราจีนบุรี-นครนายก เร่งช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ตั้งครัวสนาม-ส่งอาหารถึงมือผู้ประสบภัย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจิตอาสาและรถประกอบอาหารของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมจัดตั้งครัวสนามในพื้นที่ เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกและจัดส่งให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนน้ำสะอาดและสิ่งของจำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

