
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการรับมือและแก้ไขปัญหามลพิษจากน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน” เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดผลกระทบด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านและพื้นที่รองรับน้ำด้านล่าง พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลสุขอนามัยและลดผลกระทบต่อประชาชน
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ. ได้เร่งสำรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ระบบบำบัดน้ำเสีย แหล่งกำเนิดมลพิษ และสถานประกอบการในพื้นที่น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดน่าน พบสถานีบริการน้ำมัน 8 แห่ง โรงแรม 11 แห่ง และห้างสรรพสินค้า 2 แห่ง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบจัดเก็บน้ำมันและป้องกันการรั่วไหล พร้อมแจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรให้เคลื่อนย้ายสารเคมีทางการเกษตร วัตถุอันตราย และภาชนะบรรจุสารเคมีขึ้นสู่พื้นที่สูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในชุมชนและแหล่งน้ำ

ขณะเดียวกัน คพ. ได้เตรียมแผนจัดการ “ขยะหลังน้ำลด” ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งการเตรียมพื้นที่พักขยะชั่วคราว สำรวจปริมาณขยะ และจัดระบบขนส่งขยะจากบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุที่ได้รับความเสียหาย โดยตั้งเป้าเร่งจัดการขยะตกค้างภายใน 10 วันหลังน้ำลด พร้อมบูรณาการกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
ล่าสุด สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอปัว จังหวัดน่าน กลับสู่ภาวะปกติ โดยคาดการณ์ว่าจะมีขยะจากน้ำท่วมอำเภอปัวประมาณ 3,800 ตัน จังหวัดอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่ 25 ไร่ ไว้รองรับขยะ ขณะที่เทศบาลเมืองน่านคาดว่าปริมาณขยะน้ำท่วมจะไม่มาก (ประมาณ 600 ตัน) เนื่องจากประชาชนเตรียมรับมือและยกสิ่งของขึ้นที่สูง สามารถใช้บ่อขยะของเทศบาล ขนาดพื้นที่ 20 ไร่ สำหรับรองรับขยะ และระบบบำบัดน้ำเสียไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง คพ.ระหว่างประสานข้อมูลศักยภาพการรองรับมวลน้ำท่วมของเขื่อนสิริกิตติ์ว่าอาจมีการระบายออกมาและส่งผลกระทบต่อจังหวัดท้ายเขื่อนด้วยหรือไม่ โดยได้เตรียมประเมินพื้นที่เสี่ยงที่เคยถูกน้ำท่วมเพื่อดำเนินการป้องกันความเสียหายของระบบบำบัดน้ำเสีย/ขยะมูลฝอยและเครื่องมืออุปกรณ์ ต่อไป

นอกจากแม่น้ำน่านแล้ว แม่น้ำยม มีน้ำล้นตลิ่งที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตามระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องและประชาชนเริ่มกลับเข้าที่พักอาศัยแล้ว ส่วนแม่น้ำป่าสักในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดับน้ำสูงแต่ยังไม่ล้นตลิ่ง โดยสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ คพ. ยังคงติดตามคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
“สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังไม่ได้มีเฉพาะช่วงน้ำท่วม แต่ยังรวมถึงปัญหาน้ำเสีย ขยะสะสม สารเคมี น้ำมัน และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ หลังน้ำลด คพ. จึงเตรียมมาตรการและแนวทางฟื้นฟูไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน” ดร.สุรินทร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปภ. อัปเดต! 6 จังหวัดยังจมบาดาล น่านหนักสุด 6 หมื่นคนประสบภัย
ปภ. เผย 6 จังหวัด ยังน้ำท่วม ประสบภัยแล้ว 23,823 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ภาครัฐ-เอกชน-อาสารวมพลังเร่งฟื้นฟูเยียวยา
'ยศชนัน' นำทีมบิ๊กคลีนนิ่ง 'อนุทิน' จ่อลงพื้นที่น่าน หลังกลับจากนิวซีแลนด์
'ดร.เชน' นำทีมทำความสะอาดเมืองน่าน หลังน้ำลด เผยนายกฯ ห่วงใยปชช. รอเสร็จภารกิจนิวซีแลนด์กลับไทย ลงพื้นที่ทันที ติดตามเรื่องเยียวยาผู้ประสบภัย
“ธนพร” ชี้รับมือน้ำท่วมน่านเป็นระบบขึ้น ชมรัฐบาลวาง Single Command–เตรียมงบล่วงหน้า มอง “อนุทิน” ใจกว้าง เปิดพื้นที่พรรคร่วมทำงานเต็มที่
รศ.ดร.ธนพร ศรียางกูร นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านว่า หากเปรียบเทียบกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ทั้งแม่สาย หาดใหญ่ และปัตตานี จะเห็นว่าการบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐในครั้งนี้มีความเป็นระบบมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะยังมีปัญหาและข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง แต่ระดับความโกลาหลลดลง
พิษณุโลกอ่วม! ท่วม 150 ครัวเรือน ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เยียวยา
ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ลงพื้นที่เนินมะปราง ติดตามสถานการณ์น้ำคลองชมพู มีประชาชนได้รับผลกระทบ 150 ครัวเรือน พร้อมกำชับเร่งช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง
พระสงฆ์ลุยน้ำท่วม รับบิณฑบาตปชช. ในเทศบาลแม่สอด
ช่วงเช้ามืด พระสงฆ์ออกบิณฑบาต ต้องเดินลุยน้ำ รับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนในวันพระ หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก
คพ.สนับสนุน สภ.วังตะเคียน พิสูจน์วัตถุพยานกากอุตสาหกรรม มุ่งเอาผิดถึงต้นตอ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจสอบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด

