งานรวมรุ่นใหญ่

เป็นประจำทุกปี เวลาถึงวันที่ 19 สิงหาคม ครอบครัวศิลปอาชา จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่ ‘มังกรสุพรรณ’ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย ที่วัดปราสาททอง อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี

โดยวันที่ 19 สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ‘บรรหาร’ โดยปีนี้ ครบรอบ 94 ปี ชาตกาลของ ‘มังกรสุพรรณ’ ผู้ล่วงลับ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คติพจน์ “สัจจะและกตัญญู เป็นมงคลแห่งชีวิต”

ขณะเดียวกัน ปีนี้ ลูกท็อป–วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลูกชายสุดที่เลิฟ รับบทประธานในพิธี โดยมีคนในครอบครัวศิลปอาชามาและญาติๆ มากันพร้อมหน้า นำโดย หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

นอกจากนี้ ยังพร้อมใจกันใส่เสื้อสีฟ้า ซึ่งเป็นสีโปรดของ ‘มังกรสุพรรณ’ กันอย่างพร้อมเพรียงเหมือนทุกปี ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือแขกที่มาร่วมงาน                   

โดยช่วงสาย ลูกท็อป เป็นประธานในพิธีทำบุญ เสร็จแล้ว ได้ร่วมกับมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน จำนวน 1.87 ล้านบาท ให้แก่สถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี 14 แห่ง

อย่างไรก็ดี คนที่ไปร่วมงานแอบกระซิบให้ฟัง เหมือนงานรวมศิษย์เก่าพรรคชาติไทย ใครอยากเห็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ สายเก๋าในตำนาน งานนี้เพียบ 

ไม่ว่าจะเป็น ‘เฮียตือ’ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ‘นิกร จำนง’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ‘ธีระ วงศ์สมุทร’ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึง ‘ผู้ว่าฯ ปู’ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา

คนเหล่านี้ล้วนเป็นศิษย์สายตรง ‘มังกรสุพรรณ’ ที่เคยอยู่พรรคชาติไทยในยุครุ่งเรือง และเคยทำงานในยุคที่ ‘บรรหาร’ เป็นนายกรัฐมนตรี 

แม้วันนี้พรรคชาติไทยจะไม่มีแล้ว ขณะที่บางคนย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แต่เมื่อถึงวันสำคัญ บรรดาศิษย์เก่าจะกลับมาเพื่อรำลึกถึงปรมาจารย์ทางการเมืองทุกครั้ง

 เพราะคำว่า “สัจจะ กตัญญู” ที่เป็นคติพจน์ยังสามารถใช้ได้ในการเมืองทุกวันนี้.

ฌ.เฌอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอมน้อยให้ได้มาก

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืน หลังจากปรากฏภาพของ "อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ก้มตัวไหว้ "ทักษิณ ชินวัตร” กลางงานศพ "เกรียง กัลป์ตินันท์” อดีต รมช.มหาดไทย เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม

ป๊อก คาสโตร

กลายเป็นประเด็นแซวกันสนั่นเมื่อ "อ.ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลุกขึ้นมาร่ายยาวบทความเนื่องในวาระรำลึก 100 ปีชาตกาลของ “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบาผู้ล่วงลับ โดยยกย่องสปิริตและแท็กติกการสู้คดีของคาสโตรเมื่อปี 1953 จากเหตุการณ์นำกองกำลังบุกค่ายทหารมอนกาดาเพื่อหวังโค่นระบอบเผด็จการบาติสตา แม้จะล้มเหลวจนตัวเองถูกจับติดคุก แต่คาสโตรกลับใช้เวทีศาลพูดปราศรัยทางการเมืองนานกว่าสองชั่วโมง จนเกิดคำกล่าวลือลั่นว่า “ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” ซึ่ง อ.ป๊อก ของกลุ่มส้มศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ แถมยังยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเอาแนวทางนี้มาปรับใช้กับการเขียนคำให้การและการแถลงปิดคดีสู้ศึกการเมืองในไทยแบบเป๊ะๆ

'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน

ปักหมุดสาขา 28

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม