เมื่อเร็วๆนี้ ที่ไบเทค บางนา ในโอกาสครบรอบ 20 ปี BNI (ประเทศไทย) ได้จัดงาน BNI Thailand Expo & International Conference 2026 โดยมีเครือข่ายผู้ประกอบการ SME และ Start Up ทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานจำนวนมาก
นายกลกิตติ์ เถลิงนวชาติ ประธาน บีเอ็นไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า BNI เป็นองค์กรธุรกิจที่พัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SME และ start Up ให้เติบโต ด้วยการสร้างเครือข่าย ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์เปลี่ยนโลกธุรกิจการแข่งขันเป็นการให้ความช่วยเหลือ Connectivity&Collaborative Network ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยสร้างการเจริญเติบโต ความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทย ตามปรัชญา Giver Gain ผู้ให้คือผู้รับ สมาชิกจะมอบโอกาสทางธุรกิจให้แก่กัน บนพื้นฐานของความไว้วางใจ โดยตั้งเป้าหมายสมาชิกแต่ละคนจะสามารถแนะนำลูกค้าให้กันและกันเฉลี่ย 5 ล้านบาทต่อคน ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน BNI (ประเทศไทย) มีสมาชิก 5,000 คนจากหลากหลายธุรกิจ ส่งผลให้สมาชิกมีที่ปรึกษา ได้เรียนรู้การพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับในปี 2526 คาดว่าจะขยายสมาชิกผู้ประกอบการเพิ่มอีก 1,500 คน เป็น 6,500 คนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายสมาชิกแต่ละคนจะสามารถแนะนำลูกค้าให้กันและกัน
“ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายสมาชิก ผู้ประกอบการบางรายเติบโตเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ บางรายขยายฐานลูกค้าไปสู่ต่างประเทศ มีการใช้เครื่องมือและเครื่อข่าย BNI รักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้ แม้จะมีความท้าทายทั้งวิกฤติทางเศรษฐกิจ การเมือง สถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ภาพรวมสมาชิกฺBNI สามารถสร้างมูลค่าธุรกิจราว 135,000 ล้านบาท”
นายกลกิตติ์ กล่าวพร้อมกับเผยถึงทิศทางในอนาคตของ BNI (ประเทศไทย) ว่าจะผลักดันสมาชิกผู้ประกอบการ SME และ Start Up พัฒนาธุรกิจไปสู่เทรนโลก โดยใช้แนวทาง Accelerate คือ “การเร่งเครื่อง” โดยโฟกัสการพัฒนาธุรกิจไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หรือปฏิรูปธุรกิจให้สอดคล้องกับ Maga Trend ซึ่งเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับมหภาคที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตและความยั่งยืน โดยร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต อาทิ EV car , โซลาร์เซลล์ ,การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, ธุรกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
“แนวทางAccelerate ของเราจะเน้นทิศทางไปสู่ความยั่งยืน ขยายสมาชิกไปสู่ผู้ประกอบการในจังหวัดต่างๆเพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าธุรกิจของสมาชิกโดยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายในต่างประเทศ ทั้งนี้ BNI (ประเทศไทย) มีสมาชิกในหลากหลายอุตสาหกรรม คือ IT และ On line ,Property & Construction , marketing Service , Industry , Health&Wellness และ Hotel&Hospitality”
ด้าน Marry Kennedy Thompson CEO BNI (Business Network International) เปิดเผยว่า BNI เป็นองค์กรระดับโลก ก่อตั้งมา 40 ปี มีสาขากว่า 78 ประเทศ จำนวนสมาชิก 355,000 คนทั่วโลก BNI เชื่อว่าโลกของการประกอบธุรกิจไม่จำเป็นต้องโดดเดี่ยว การสร้างทีม สร้างเครือข่ายมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของสมาชิกและสนับสนุนกัน ปี2526 จะเน้นทิศทางการนำ Tradition&Innovation มาพัฒนาธุรกิจให้กับสมาชิก อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว BNI ได้มีการนำ AI เข้ามาใช้เพื่อมอบโอกาสในการช่วยเหลือสมาชิกได้มากขึ้น และส่งมอบการบริการให้ลูกค้าได้อย่างคุ้มค่า
“สำหรับBNI (ประเทศไทย) มีการเติบโตของเครือข่ายตลอด20 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าจะช่วยสร้างผลกระทบที่ดีในทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย เชื่อว่าจำนวนสมาชิกในอนาคตสามารถเติบโตได้อีก2 เท่า ปัจจัยสำคัญคือ ประเทศไทยมีศักยภาพในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศได้” CEO BNI กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SME และ Start Up ไทย ที่เป็นสมาชิกของ BNI (ประเทศไทย) จะได้รับประโยนช์ใน 3 เรื่องหลักๆคือ สร้างความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการธุรกิจ, เพิ่มทักษะ ความรู้ใหม่ๆ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bnithailand.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สหกรุ๊ป แฟร์ มาแล้วนักช้อปห้ามพลาด
“สหกรุ๊ป แฟร์ แอนด์ เฟส” สนุกใหญ่เกินเรื่อง เต็มอิ่มกับกิจกรรมอัดแน่นตลอด 4 วัน ช้อปไปฟินไป 27-30 มิ.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนา
อยากมีงานทำ ร่วมมหกรรมจัดหางาน รวมงานกว่า 5 แสนตำแหน่งจาก 400 บริษัท 8-10มิ.ย.
ภาครัฐจับมือผู้ประกอบการสร้างโอกาสต่อเนื่อง จัดมหกรรมใหญ่ 'Job Expo Thailand 2023' มัดรวมงานทั้งในและต่างประเทศกว่า 5 แสนตำแหน่งจาก 400 บริษัทไว้ที่เดียว 8-10 มิ.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนา

