
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงในเขตภาคเหนือที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ได้สั่งการมอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวัง ติดตามและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและฝนสะสมต่อเนื่อง ในช่วงระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569 ทางพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออก จังหวัดตราด พร้อมประเมินและชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ รวมทั้งประสานเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยกว่า 45,000 คน

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักมากกว่า 100 มม./24 ชั่วโมง หมั่นสังเกตสิ่งบอกเหตุต่างๆ เช่น สีของน้ำขุ่นข้น มีเศษซากไม้ลอยตามน้ำมา มีความพร้อมในกรณีเตรียมการอพยพไปยังจุดปลอดภัย และควรจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยการธรณี กล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี โดยศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง พร้อมสนับสนุนข้อมูลพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังแผ่นดินถล่มให้กับห้องปฏิบัติการ (War room) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำข้อมูลไปใช้ในการประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ผ่านระบบ Cell broadcast และสนับสนุนข้อมูลและรายงานสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหน่วยงานระดับกรม ต่อศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัยน่าน ส่งถุงยังชีพ–อาหารทางอากาศ เข้าถึงพื้นที่ถูกตัดขาด เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมวางแผนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมสนามบินน่านนคร โดยบูรณาการการทำงานภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
'รมว.สุชาติ' สั่งระดมทีม 'เสือไฟ' 5 ศูนย์ปฏิบัติการ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน เดินหน้าภารกิจ 'ทส.หนึ่งเดียว' จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
'สุชาติ' สั่งกรมป่าไม้ลุยปฏิรูปพื้นที่สูง หลังพบเขาหัวโล้นต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า-เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ยึดกติกาเข้ม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ต้นน้ำ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ดินสไลด์ และถนนถูกตัดขาด จนประชาชนหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนและต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเสบียงเข้าไปช่วยเหลือ
'รมว.สุชาติ' ย้ำ ทส. ไปให้ถึง แม้พื้นที่ห่างไกล ส่ง 2 เฮลิคอปเตอร์บิน 6 เที่ยว นำถุงพระราชทาน-ถุงยังชีพช่วยชาวบ้านบ้านห้วยปูด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน
'รมว.สุชาติ' เผย ทส. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน แปรรูปไม้จันทน์หอมอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เตรียมส่งมอบกรมศิลปากร ใช้ในงานพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ
ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานของ ทส. พร้อมร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ และเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ไม้จันทน์หอมที่ได้จัดเตรียมไว้สามารถส่งมอบแก่กรมศิลปากรได้อย่างครบถ้วนและสมพระเกียรติ
'รมว.สุชาติ' สั่ง ทส. ระดมกำลัง 150 นาย เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยน่าน ฟื้นฟูพื้นที่-ทำความสะอาดบ้านเรือน ย้ำช่วยประชาชนเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ทส. เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือเข้าพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการอพยพ การทำความสะอาดบ้านเรือน การฟื้นฟูพื้นที่ และการสนับสนุนภารกิจด้านต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง

