ไทยเร่งปิดช่องโหว่คอร์รัปชัน ปูทางสู่สมาชิก OECD

ป.ป.ช. ชี้ “ระบบอุปถัมภ์-กฎหมายล้าสมัย-ดุลพินิจเจ้าหน้าที่” ยังเป็นโจทย์ใหญ่ เร่งยกระดับกฎหมายต่อต้านสินบนและเปิดข้อมูลรัฐ ตั้งเป้าประเทศไทยก้าวสู่มาตรฐาน OECD ภายในปี 2571

นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดมุมมองต่อโจทย์สำคัญของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาทุจริตและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD โดยระบุว่า ปัญหาคอร์รัปชันของไทยยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม ระบบอุปถัมภ์ กฎหมายที่ล้าสมัย การให้อำนาจดุลพินิจแก่เจ้าหน้าที่รัฐในวงกว้าง ตลอดจนค่านิยมของสังคมที่ยังยอมรับการทุจริตในบางเงื่อนไข ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไขหากประเทศไทยต้องการยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า โครงสร้างของประเทศไทยยังมีลักษณะที่ยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์ ประกอบกับค่านิยมบางส่วนที่มองว่าการทุจริตสามารถยอมรับได้หากมีผลงานหรือประชาชนได้รับประโยชน์ ทำให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีกฎหมายจำนวนมากและหลายฉบับใช้มาเป็นเวลานานจนไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บางฉบับให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลพินิจกว้างเกินไป จึงอาจก่อให้เกิดช่องว่างในการแสวงหาผลประโยชน์

การเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก OECD จึงมีความหมายมากกว่าการสมัครเข้าร่วมองค์การ เพราะประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการประเมินและปรับปรุงมาตรฐานในหลายด้าน โดยมีคณะผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเข้ามาพิจารณาความพร้อม ทั้งด้านกฎหมายโครงสร้างภาครัฐ เศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล และคุณภาพชีวิตประชาชน

หนึ่งในโจทย์สำคัญคือการยกระดับมาตรการต่อต้านการทุจริตและสินบน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเข้าสู่กรอบ อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนของ OECD ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ช. มีบทบาทโดยตรงในการศึกษาและปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงประเด็นการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของนิติบุคคล

นายเกียรติศักดิ์ อธิบายว่า การต่อต้านสินบนข้ามชาติมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะสินบนและคอร์รัปชันถือเป็นต้นทุนที่ส่งผลต่อการแข่งขันและการลงทุน ประเทศที่มีมาตรฐานสูงจึงต้องสร้างระบบที่ทำให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้กติกาที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

แนวทางอยู่ระหว่างการผลักดันยังครอบคลุมมาตรการทางกฎหมายที่เปิดทางให้จัดการกับการกระทำผิดของภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การชะลอการดำเนินคดีหรือกลไกที่เกี่ยวข้องกับการรับสารภาพและการชำระค่าปรับ ซึ่งมีการใช้ในหลายประเทศ เพื่อให้รัฐสามารถเรียกคืนประโยชน์จากการกระทำผิดและสร้างแรงจูงใจให้องค์กรปรับปรุงระบบกำกับดูแลภายในเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

อีกประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการคือ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เพราะความโปร่งใสเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันคอร์รัปชัน การเปิดข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายจะช่วยให้สังคมสามารถติดตามการใช้เงินภาษี การดำเนินโครงการของรัฐ และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้นโดยหลักการสำคัญคือเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุด และสงวนการปกปิดเฉพาะข้อมูลที่มีเหตุผลจำเป็น เช่น ข้อมูลด้านความมั่นคง

สำหรับเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ประเทศไทยตั้งความคาดหวังไว้ที่ปี 2571 โดยกระบวนการประเมินในด้านต่าง ๆ กำลังเดินหน้า ซึ่งผลการประเมินจะช่วยชี้ให้เห็นว่ประเทศไทยยังมีช่องว่างด้านใดและต้องปรับปรุงมาตรฐานส่วนใดเพิ่มเติม

นายเกียรติศักดิ์ ย้ำว่า การเข้าสู่ OECD ต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาล หน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจและประชาชน เพราะมาตรฐานของ OECD เชื่อมโยงกับการบริหารประเทศหลายมิติ ตั้งแต่กฎหมาย ธรรมาภิบาล การแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกระบวนการเตรียมตัวเข้าสู่ OECD จะผลักดันให้ประเทศไทยต้องปฏิรูปโครงสร้างและยกระดับมาตรฐานในหลายด้าน ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าว เพราะมาตรฐานที่สูงขึ้นจะสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุน รวมถึงเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และข้อเสนอเชิงนโยบายจากประเทศสมาชิก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศ และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีโอกาสเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเป็นสมาชิก OECD โดยผลประโยชน์สำคัญจะกลับมาสู่ประชาชนผ่านมาตรฐานการบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกภพ' ชูผลงานรัฐบาลเวที 'ไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก'

'เอกภพ' ชูผลงานเวที IMF - World Bank ไทยร่วมเปิดตัว 'Bangkok Blueprint' สกัดภัยการเงินออนไลน์ ไอเอ็มเอฟเตรียมต่อยอดสู่ประเทศสมาชิก ด้าน OECD หนุนไทยร่วมกำหนดมาตรฐานโลก

'วรศิษฎ์' ย้ำโกงสอบท้องถิ่นสาวถึงระดับไหนไม่สำคัญลงดาบหมด!

'วรศิษฎ์' ลั่นไม่สำคัญ ป.ป.ช.สาวถึงระดับไหนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น บอกถึงใครดำเนินการทั้งหมด ไม่มีใครแบกไหว ไม่ห่วงฝ่ายค้านหยิบไปซักฟอก ชี้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแรงเป็นเรื่องปกติ มั่นใจ ชี้แจงได้

ป.ป.ช. เคลียร์ปมปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ปัดตัดตอนตัวการใหญ่ สุดแค่อธิบดี

ป.ป.ช. แจงยิบคดีโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่ล่าช้า มี 6 พันคนโดนสอบ คาดต้น พ.ย.แจ้งข้อหาได้ คอนเฟิร์มยังไม่ถึงนักการเมือง-สส.-รมต. สุดแค่อธิบดี

โยน ‘ป.ป.ช.’ แจง ฟ้องคดีโกงไม่ทัน 3ผู้ต้องหาพ้นคุก

“อนุทิน-วรศิษฎ์” โยนเผือกร้อนให้ ป.ป.ช.แจงปมฟ้องไม่ทัน จนต้องปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นองค์กรอิสระแทรกแซงไม่ได้ “โรม” ซัดผิดปกติ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เปิดช่องหนี

'ณัฐพงษ์' เคาะ 25 ก.ย.ยื่น ป.ป.ช.สอย 7 อรหันต์ กกต.

'ณัฐพงษ์' ลุยยื่น ปปช. สอบเอาผิด 7 กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในคดีฮั้ว สว. เมินหลักฐาน เอื้อประโยชน์นักการเมือง 'พริษฐ์' จับตาเข้มตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดีดีเอสไอ เป่าตกประเด็นอั่งยี่-ซ่องโจร หลังมีประวัติเป็นอนุชุด 36