‘อัตราเสี่ยง’ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า!!!

น้ำมันดีเซลรัสเซีย 300,000 ตัน และอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง 1,000,000 ตันในอีกไม่นาน-ไม่ช้า จะช่วยให้การขาดแคลนน้ำมันดีเซลในอเมริกา และใน ตลาดโลก พอได้หายติดๆ ขัดๆ หรือไม่? อย่างไร? ก็ยากส์ส์ส์ที่จะหาข้อสรุปได้ชัดเจน แต่น่าจะถือเป็นตัว ตอกย้ำ เป็นข้อพิสูจน์ ยืนยัน ให้เห็นถึงแนวโน้มของ ภาวะขาดแคลนพลังงาน ที่กำลังรอคอยอยู่ในอนาคตเบื้องหน้า ว่าคงไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่ความวิตกจริต กังวล เกินไปกว่าเหตุ...

อีกทั้งถ้าคิดตามตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญน้ำมันระดับโลก อย่างนาย Karl W. Miller ประธานและซีอีโอแห่งบริษัท MMC Energy เขาออกมาคำนวณไว้ก่อนล่วงหน้า ภายในระยะ 5 ปีนับจากนี้ น้ำมันดีเซลที่มันจะขาดหายไปจากตลาด ปาเข้าไปถึงระดับ 5,500 ล้านบาร์เรล ส่วนจะคิดเป็นกี่ล้านต่อกี่ล้านตัน คงต้องไปบวก-ลบ-คูณ-หารกันเอาเอง แต่อาจพอสรุปได้ว่า...นับจากนี้ต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 5 ปี ระบบเศรษฐกิจ ของแต่ละประเทศที่ต่างก็ผูกติดอยู่กับน้ำมันชนิดนี้ ไม่ว่าในแง่ของการนำมาเติมรถรา โดยเฉพาะประเภทรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งสินค้าตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ใช้เติมรถแทรกเตอร์ เครื่องสูบน้ำ หรือบรรดาอุปกรณ์-เครื่องมือที่มักต้องใช้กันในฟาร์ม ในกิจกรรมการเกษตรของชาวสวน-ชาวนาในแต่ละประเทศ แม้แต่ รถเกี่ยวข้าว ของ สุริยะ ด้วยก็เถอะ แถมยังเป็นสิ่งที่ต้องนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทำเหมือง กิจการก่อสร้าง ฯลฯ และอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย การที่น้ำมันประเภทนี้ต้องหายไปจาก ตลาด ถึงระดับ 5,500 ล้านบาร์เรลเป็นอย่างน้อย ภายในระยะ 5 ปีนับจากนี้ มันจึงย่อมต้องส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศใดๆ ก็ตาม หนีไม่พ้นต้อง ตกสะเก็ด เอาง่ายๆ...

หรือย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าแต่ละชนิด แต่ละประเภท ที่ต้องอาศัยรถบรรทุกลำเลียงมายังแหล่งซื้อ-แหล่งขาย มีแต่จะ พุ่งกระฉูด ในระดับทะลุเพดาน ทะลุหลังคา หรือเลยไปถึงอวกาศหรือไม่? อย่างไร? ก็แล้วแต่จะว่ากันไป รวมทั้ง ภาวะเงินเฟ้อ ที่จะกลายเป็นสิ่งซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ และมิอาจฉุดกระชากให้ลดๆ ลงมาได้ง่ายๆ อีกทั้งยังอาจลามไปถึงความแข็ง-ความอ่อนของ สกุลเงินตรา แต่ละประเทศ ที่อาจถูกโจมตี ถูกเล่นงาน แบบครั้งที่อดีตเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 อย่างประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา แทบไม่เหลือแม้แต่ มะเขือ เมื่อครั้งเกิด วิกฤตต้มยำกุ้ง อะไรทำนองนั้น ฯลฯลฯลฯ...

นี่...อันนี้นี่แหละที่ทำให้ไม่ว่าใคร หรือประเทศใดๆ คงต้องหาทาง Fortify yourself with contentment หรือต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองด้วย ความพอเพียง เอาไว้ก่อน ไม่งั้น...โอกาสที่จะถูก ตีแตก ไม่ว่าจะใช้วัสดุใดๆ ในการสร้าง ป้อมปราการ ให้กับตัวเอง หรือประเทศตัวเองก็แล้วแต่ ยิ่งในช่วงหลังๆ นี้...ความพยายามที่จะสร้าง วิมาน ไม่ใช่เพียงแค่ป้อมปราการธรรมดาๆ อย่างเช่น การทุ่มทุน ทุ่มเท ทุ่มเงินลงทุนให้กับกิจกรรม ธุรกรรมใหม่ๆ ที่เรียกๆ กันว่า AI มันออกจะเป็นอะไรที่กระเหี้ยนกระหือรือ กระหายหิว เสียเหลือเกิน จนอาจก่อให้เกิด อันตราย ต่อตัวเอง หรือต่อโลกทั้งโลก ชนิดใครต่อใครต้องออกมาเตือนถึงความล่มสลายของวิมานในอากาศ หรือการเกิดภาวะ ฟองสบู่แตก ของการทุ่มทุน ทุ่มเท ให้กับความเป็นไปของธุรกิจชนิดนี้คราวแล้ว-คราวเล่า...

สรุปเอาเป็นว่า...นับจากนี้ไปอีกตลอด 5 ปีข้างหน้า อัตราเสี่ยง ที่จะบังเกิดกับประเทศหนึ่ง-ประเทศใด ไปจนถึงโลกทั้งโลก มันค่อนข้างจะมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ และก็แน่นอนนั่นแหละว่า...อัตราเสี่ยงในลักษณะที่ว่ามันคงไม่ได้ส่งผลต่อ เศรษฐกิจ แต่เพียงล้วนๆ แต่ยังสามารถลุกลามไปถึง การเมือง ตลอดจน เสถียรภาพทางสังคม ชนิดไม่ใช่แค่รัฐบาลไหนๆ ก็ไม่น่าจะเอาอยู่ แต่แม้ขนบ-ธรรมเนียม ประเพณี หรือค่านิยมทางสังคม ฯลฯ ที่เคยช่วยลดแรงกระทบ กระแทก ให้เบาๆ ลงไปมั่ง อาจไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบรรเทา-เบาบาง ความพังพินาศ ฉิบหาย อันเนื่องมาจากอัตราเสี่ยงเหล่านี้เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาเอาเลยก็เป็นได้ หรือจะเรียกว่ากระทั่ง พระสยามเทวาธิราช ท่านอาจถึงขั้นหมดเรี่ยว หมดแรง เอาดื้อๆ...

ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่คงต้อง Fortify yourself with contentment ไว้ซะแต่เนิ่นๆ ต้องสร้างความ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อสิ่งที่เรียกว่า ความพอเพียง หรือ ความสันโดษ ให้ลึกซึ้ง ถึงแก่น กันจริงๆ ไม่ใช่แค่เอาไว้ท่องๆ บ่นๆ แบบประเภท ยันต์กันผี อะไรทำนองนั้น พูดง่ายๆว่า...มันคงต้อง พอเพียง ไปถึงจิตสำนึก จิตไร้สำนึกเอาเลยโน่นแหละ มันถึงจะเป็น an impregnable fortress หรือเป็น ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก ได้จริงๆ ไม่งั้น...ด้วยความเป็นไปของ อัตราเสี่ยง ในลักษณะที่ว่านี้ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจ-การเมือง-เสถียรภาพทางสังคม มันอาจไปไกลถึงขั้น พลิกฟ้า-คว่ำดิน เอาง่ายๆ....

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำมั่น 'ผบ.ราญ'

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ “ตำรวจ” ทั่วประเทศ เนื่องในวันตำรวจประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังเปลี่ยนผ่านจาก “กรมตำรวจ” มาเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” มี ผบ.ชา-พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก

'AI'กับ'เครื่องมืออันเก่าแก่'

ดูเหมือนว่าโลกที่เราอาศัยอยู่ ใช้ชีวิตอยู่ ในทุกวันนี้...มันน่าจะมีอยู่ 2 โลกหรือ 2 ใบด้วยกัน อันแรก...คือ โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่สิ่งใดๆ ที่เห็น มันก็ย่อมต้องเป็นไปตามนั้น เห็นนกเป็นนก