อพท. ตอกย้ำบทบาทองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม จากผลงาน “บ่อสวกโมเดล : แก้จนด้วยมนต์เสน่ห์เตาเผา 750 ปี สู่ต้นแบบหมู่บ้านท่องเที่ยวระดับโลก” สะท้อนผลสำเร็จจากการผนึกกำลังภาครัฐ ชุมชน ภาควิชาการ และภาคเอกชน เปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า อพท. มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่และทรัพยากรการท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลา 23 ปี อพท. ยึดหลักการทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ “ประโยชน์ชุมชน – พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน – สู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน” โดยไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ให้ความสำคัญกับความสุข คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของคนในพื้นที่ควบคู่กัน
“อพท. ต้องการเปลี่ยนจาก Transaction สู่ Transformation จากการทำธุรกรรมหรือกิจกรรมระยะสั้น ไปสู่การสร้างคุณค่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่การให้ข้อมูล การปรึกษาหารือ การเข้ามามีบทบาท ไปจนถึงความร่วมมืออย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะเดียวกัน อพท. ยังให้ความสำคัญกับการวัดผลด้านความสุขของทั้งเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยว เพื่อให้การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเกิดความสมดุลและนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายศิริปกรณ์กล่าว
“บ่อสวกโมเดล” ใช้การท่องเที่ยวเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
ตำบลบ่อสวก จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ อพท. นำกระบวนการมีส่วนร่วมมาใช้แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เดิมชุมชนพึ่งพาการทำเกษตรเชิงเดี่ยว มีรายได้เฉลี่ยเพียง 47,371 บาทต่อคนต่อปี และมีภาระหนี้สินประมาณ 60,000–80,000 บาทต่อครัวเรือน ขณะที่แหล่งเตาเผาโบราณอายุกว่า 750 ปีและภูมิปัญญาช่างศิลป์ล้านนาตะวันออกกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญหายจากการขาดผู้สืบทอด
อพท. จึงนำการท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาควบคู่กับการอนุรักษ์ทุนทางวัฒนธรรม โดยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ได้ทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่ในรูปแบบ Collaborate เชื่อมโยงองค์ความรู้ งบประมาณ บุคลากร นวัตกรรม และตลาดเข้าด้วยกัน ภายใต้กลไกดังกล่าว อพท.น่าน ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการบูรณาการข้อมูลและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ขณะที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบ่อสวก เป็นแกนนำในการบริหารจัดการท่องเที่ยวและกำกับกติกาตามธรรมนูญชุมชน ด้าน อบต.บ่อสวก สนับสนุนแผนพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานกว่า 31 ล้านบาท ส่วน รพ.สต.บ่อสวก สนับสนุนมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
ขณะเดียวกัน ภาควิชาการเข้ามาเสริมองค์ความรู้และนวัตกรรม โดย วชช.น่าน สนับสนุนการวิจัยด้านสีย้อมธรรมชาติและมัดย้อม ขณะที่ มทร.ล้านนา น่าน นำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาลวดลายและบรรจุภัณฑ์ ส่วน ททท. และภาคเอกชนร่วมประชาสัมพันธ์และเชื่อมโยงตลาดกับบริษัทนำเที่ยว ทำให้การพัฒนาชุมชนเชื่อมต่อไปถึงตลาดจริง ผลจากการบูรณาการความร่วมมือดังกล่าว ทำให้บ่อสวกได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยคว้ารางวัล Best Tourism Villages 2024 จาก UN Tourism และได้รับ รางวัลกินรี 3 สมัย สะท้อนศักยภาพของชุมชนที่สามารถยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
รายได้เพิ่ม นักท่องเที่ยวเติบโต คนรุ่นใหม่กลับบ้านเกิด
การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวบ่อสวกเพิ่มขึ้นเป็น 72,385 บาทต่อปี หรือเติบโต 52.80% ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวในปีล่าสุดอยู่ที่ 3.87 ล้านบาท ช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3,500 คน เป็นเกือบ 10,000 คนต่อปี และเกิดปรากฏการณ์ “คนหนุ่มสาวคืนถิ่น (Reverse Migration)” เมื่อคนรุ่นใหม่กลับมาสร้างอาชีพและประกอบธุรกิจในบ้านเกิด ความสำเร็จดังกล่าวยังนำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ-บ่อสวกโมเดล” เพื่อรวบรวมและถ่ายทอดบทเรียนด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนอื่น ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่
นายศิริปกรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รางวัลเลิศรัฐในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันถึงผลสำเร็จของการทำงานแบบมีส่วนร่วม แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้ อพท. และภาคีเครือข่ายเดินหน้าพัฒนาพื้นที่พิเศษทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้าง “ต้นแบบ” ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
“เป้าหมายของ อพท. ไม่ใช่เพียงการทำให้พื้นที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่คือการทำให้ คนในพื้นที่มีความสุข มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถรักษาทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของตนเองไว้ได้ นี่คือความหมายของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ อพท. ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่พิเศษ” นายศิริปกรณ์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สอวช. จับมือ อพท. ใช้ อววน. ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่ 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' มุ่งสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” (Regenerative Tourism)
“อพท. ปลื้มคว้า 4 รางวัลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับนานาชาติ PATA Gold Awards 2026 ดันชุมชนท่องเที่ยวสู่ตลาดโลก
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ดันชุมชนท่องเที่ยวไทย คว้ารางวัล PATA Gold Awards 2026
อพท. จัด DASTA Forum Fast Forward ดันเที่ยวไทยยั่งยืน
อพท. ชวนภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน ร่วมเวทีระดับประเทศ 15–16 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เปิดมุมมองใหม่การท่องเที่

