การศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังก้าวสู่การพัฒนาอีกมิติหนึ่ง เมื่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ร่วมผลักดันการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3 ปี
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนให้สอดรับกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ทางศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุว่า สช. ดูแลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประมาณ 3,000 แห่ง มีนักเรียนราว 2 ล้านคน ขณะที่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้เรียนจำนวนมากอยู่ในระบบโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามกว่า 300 แห่ง
พื้นที่ดังกล่าวมีรูปแบบการศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญและอิสลามศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงจำเป็นต้องเลือกใช้กระบวนการที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในห้องเรียน
หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือการพัฒนาครูให้สามารถปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตั้งคำถาม สืบค้นข้อมูล ลงมือปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ดร.ภิญญา มองว่า GPAS 5 Steps จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการลงมือทำ พร้อมระบุว่า การขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ระดับผู้บริหารสถานศึกษาไปจนถึงครูผู้สอน
เป้าหมายในระยะ 3 ปี คือทำให้รูปแบบการเรียนการสอนเกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอิสลามศึกษาควบคู่กับวิชาสามัญ เพราะ สช. ดูแลทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันทางศาสนา ตลอดจนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดสำหรับเด็กในวัยเรียนจำนวนมากในพื้นที่
ว่าที่ ร.ต.ดร.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ความร่วมมือด้านวิชาการครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มทั้งการพัฒนาครู สื่อการเรียนรู้ แผนการสอน และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในวิชาสามัญและอิสลามศึกษา
เป้าหมายสำคัญ คือทำให้การพัฒนาวิชาการเดินควบคู่ไปกับหลักศาสนาและวิถีชีวิตของชุมชน โดย GPAS 5 Steps สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นกระบวนการคิดและการเรียนรู้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างองค์ความรู้สมัยใหม่กับพื้นฐานทางศาสนาและวัฒนธรรมของพื้นที่
อีกหนึ่งศักยภาพสำคัญของโรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความหลากหลายด้านภาษา ผู้เรียนจำนวนมากมีพื้นฐานทั้งภาษาไทย ภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ
นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า ปัจจุบันหลายโรงเรียนพัฒนาโปรแกรมด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และ Arab English Program รวมถึงมีครูจากต่างประเทศเข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอน และบางโรงเรียนกำลังต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับนานาชาติ
การนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่เดิม ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงทักษะด้านภาษา ศาสนา วิทยาศาสตร์ และความรู้จากท้องถิ่นไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรูปธรรม
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. ระบุว่า กระบวนการ GPAS 5 Steps มีเป้าหมายสร้างทักษะการคิดและการเรียนรู้ให้ติดตัวผู้เรียนในระยะยาว เพราะแม้บริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคตจะเปลี่ยนแปลง แต่เด็กที่มีพื้นฐานการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา จะสามารถนำกระบวนการเหล่านี้ไปปรับใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้
แนวทางดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ครูนำทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในชุมชนมาเชื่อมกับการเรียนรู้ เช่น การนำวัตถุดิบ สมุนไพร หรือผลไม้ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นโครงงานด้านอาหารฮาลาล โดยผสมผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับหลักศาสนา ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และพัฒนาต่อไปเป็นผลงานหรือ Portfolio ของตนเอง
ตลอดระยะเวลา 3 ปี พว. จะสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เอกสาร แผนการจัดการเรียนรู้ คลัง E-book ทีมวิทยากร รวมถึงการพัฒนาครูและการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่จะร่วมขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงห้องเรียน
เป้าหมายปลายทางจึงไม่ใช่เพียงการนำกระบวนการใหม่เข้าสู่โรงเรียน แต่คือการสร้างระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ครูมีเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน เด็กมีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และสามารถนำศักยภาพด้านศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และทุนท้องถิ่นมาต่อยอดได้อย่างเต็มที่
นี่จึงเป็นอีกก้าวของการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่เชื่อม “วิชาการ–ศาสนา–ภาษา–อัตลักษณ์–นวัตกรรม” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาที่เติบโตจากบริบทของพื้นที่ และเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ครบรอบ 36 ปี เดินหน้าส่งต่อโอกาส สานต่อภารกิจเพื่อสังคม มอบเงิน 190,000 บาท สมทบทุนสภากาชาดไทย ยกระดับการฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัย
กรุงเทพฯ –17 กันยายน 2569 — สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉลองครบรอบ 36 ปีแห่งการก่อตั้ง
ยุทธวิธี ดับไฟใต้ เตรียมรับมือกลุ่มสุดโต่ง
จากสถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส เมื่อช่วงวันที่ 22-23 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการก่อเหตุกันหลายสิบจุด ทำให้สถานการณ์ไฟใต้กลับมาปะทุอีกครั้ง
'บิ๊กปู' สั่งขันน็อตการข่าว โฆษกปัดล้มเหลว ชี้ไม่ได้เกิดในพื้นที่เพ่งเล็ง
'ผบ.ทบ.' สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าว หลังป่วนใต้หนัก ด้านโฆษกยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว แค่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เหตุไม่ได้ก่อเหตุในพื้นที่ชุมชุน-เพ่งเล็ง เผยทุกเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้อง BRN
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายจุด
กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มความระมัดระวัง หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายจุดช่วงค่ำวันที่ 22 ส.ค. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ พร้อมขอให้หลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุ หากพบสิ่
สส.รอมฎอน แชร์ 'เสียงหัวหน้าเท้ง' จี้รัฐบาลเร่งดับไฟใต้ผ่านคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข
สส.รอมฎอน ปันจอร์ ผู้ติดตามปัญหาชายแดนใต้ แชร์โพสต์ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเสียใจต่อเหตุโจมตีนร
'จเร กอ.รมน.' ลงชายแดนใต้ ตรวจเข้มกำลังพล ไม่ปฏิบัติหน้าที่ฟันวินัยทันที
พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) / เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สั่งการให้ พลเอก สิรภพ ศุภวานิช จเร กอ.รมน.

