ไทยเตรียมโชว์ศักยภาพเกษตรไทยแหล่งอาหารของโลก ในงานมหกรรมพืชสวนโลก 2570 ที่โยโกฮามา

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดตัว Thailand Pavilion เตรียมนำศักยภาพ “เกษตรไทย” สู่สายตาโลก ในงาน GREEN×EXPO 2027 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเปิดเว็บไซต์ Thailand Pavilion และนับถอยหลังสู่วันเปิดงาน 19 มีนาคม 2570 ชูแนวคิด “Collaboration with Nature: Caring for Life, Cultivating the Future” ถ่ายทอดเรื่องราวจากผืนดิน เกษตรกร อาหาร พืชสวน นวัตกรรม และความยั่งยืน เชื่อมโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเข้าร่วมงาน International Horticultural Expo 2027 หรือ GREEN×EXPO 2027 มหกรรมพืชสวนนานาชาติระดับ A1 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 มีนาคม–26 กันยายน 2570 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยเตรียมนำเสนอ Thailand Pavilion ภายใต้แนวคิด “Collaboration with Nature: Caring for Life, Cultivating the Future” หรือ “วิสัยทัศน์ของชีวิตไทยแห่งอนาคต”

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำสินค้าเกษตรและพืชสวนไทยไปจัดแสดง แต่เป็นการนำ “เรื่องราวของเกษตรไทย” ไปพบโลก ตั้งแต่ผืนดิน เกษตรกร อาหาร พืชสวน สมุนไพร ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปจนถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ภาคการเกษตรไทยมีทั้งคุณภาพ ความหลากหลาย นวัตกรรม และศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับโลก

“เวทีนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในมิติที่เชื่อมโยงกับอนาคตของโลกทั้งการเกษตร พืชสวน ความหลากหลายทางชีวภาพ อาหาร การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนวัตกรรมทางการเกษตรแห่งอนาคต ประเทศไทยกำลังพาเกษตรไทยไปพบโลก เราต้องการให้ผู้คนจากทั่วโลกได้เห็นว่า จากผืนดินไทย เราสามารถสร้างทั้งอาหารคุณภาพ พืชสวนที่มีเอกลักษณ์ สินค้าเกษตรที่มีมาตรฐาน เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ตลอดจนองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่อนาคตได้” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว

GREEN×EXPO 2027 มหกรรมพืชสวนนานาชาติระดับ A1 งาน International Horticultural Expo 2027 หรือ GREEN×EXPO 2027 เป็นมหกรรมพืชสวนนานาชาติระดับ A1 (World Horticultural Exhibition) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนนานาชาติ (AIPH) และได้รับการรับรองจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดงานมหกรรมโลก (BIE) โดยถือเป็นการจัดงานระดับ A1 Class ในประเทศญี่ปุ่นในรอบ 27 ปี

งานครั้งนี้ขึ้นที่เมืองโยโกฮามา จังหวัดคานางาวะ ห่างจากใจกลางกรุงโตเกียวประมาณ 30 กิโลเมตร ภายใต้แนวคิดหลัก “Scenery of the Future for Happiness” คาดว่าจะมีประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วมมากกว่า 175 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานประมาณ 15 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ซื้อบัตรเข้าชมมากกว่า 10 ล้านคน และผู้เข้าร่วมงานในส่วนอื่นประมาณ 5 ล้านคน

Thailand Pavilion เปิดมุมมองใหม่ของ “เกษตรไทย”ประเทศไทยในนามทีมไทยแลนด์ เตรียมนำเสนอ Thailand Pavilion ในรูปแบบ “นิทรรศการมีชีวิต” (Living Exhibition) ที่ผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “Collaboration with Nature: Caring for Life, Cultivating the Future” หรือ “วิสัยทัศน์ของชีวิตไทยแห่งอนาคต” บนพื้นที่จัดแสดง 619 ตารางเมตร การจัดแสดงจะไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงสินค้าและพืชพรรณของไทย แต่จะถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ ผืนดิน เกษตรกร อาหาร พืชสวน สมุนไพร เทคโนโลยี นวัตกรรม ไปจนถึงแนวคิดการทำเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้ชมจากทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหารและสินค้าเกษตรคุณภาพ ตลอดจนความสามารถในการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่

นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลง และ “อาหาร การเกษตร สิ่งแวดล้อม” กลายเป็นประเด็นที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการเกษตรที่สามารถนำเสนอในระดับโลก ทั้งความหลากหลายของพืชสวนและอาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนองค์ความรู้ของเกษตรกรไทย

“การไปครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การนำสินค้าไปจัดแสดง แต่คือการนำ ‘เรื่องราวของเกษตรไทย’
ไปสู่เวทีโลก ให้โลกได้รู้จักว่าเบื้องหลังอาหารและสินค้าที่มีคุณภาพ คือผืนดิน เกษตรกร องค์ความรู้ภูมิปัญญาของเกษตรกรไทย และนวัตกรรมของคนไทย” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว

จากผืนดินไทยสู่เวทีโลก

หนึ่งในเรื่องราวสำคัญที่จะนำเสนอในงาน GREEN×EXPO 2027 คือบทบาทของ เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไทย โดยจะนำเสนอการผสานภูมิปัญญาและประสบการณ์จากท้องถิ่นเข้ากับ Smart Farming เทคโนโลยีการบริหารจัดการฟาร์มสมัยใหม่ และแนวคิดด้านความยั่งยืน

ขณะเดียวกัน Thailand Pavilion จะสะท้อนความหลากหลายของพืชสวนไทย อาหาร ผลไม้ สมุนไพร และสินค้าเกษตรคุณภาพ รวมถึงองค์ความรู้ด้านการผลิตที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายของโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้คำว่า “Thai Agriculture” (การเกษตรไทย) มีความหมายมากกว่า “แหล่งผลิต” แต่สะท้อนภาพภาคการเกษตรที่มีทั้ง คุณภาพ นวัตกรรม ความหลากหลาย และความยั่งยืน ผ่านประเด็นที่โลกให้ความสนใจ อาทิ อาหารคุณภาพและมาตรฐาน ความหลากหลายทางชีวภาพ พืชสวนและทรัพยากรทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์ ตลอดจนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“Living Exhibition” ถ่ายทอดวัฏจักรธรรมชาติผ่านอัตลักษณ์ไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ Thailand Pavilion คือรูปแบบนิทรรศการ “Living Exhibition” ที่ผสาน
อัตลักษณ์ไทยเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ โดยโครงสร้างการเล่าเรื่อง (Exhibition Narrative) ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาจิตรกรรมไทยที่เชื่อมโยงกับวัฏจักรธรรมชาติของดอกไม้การนำเสนอถ่ายทอดผ่านแนวคิด “ดอกไม้ร่วง–ดอกไม้ลอย (Fallen Flower)” ซึ่งเปรียบเสมือนสัจธรรมของการร่วงโรยและการคืนกลับสู่ผืนดิน การย่อยสลายกลับคืนเป็นแร่ธาตุและเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมสืบทอดชีวิตใหม่ ก่อนเบ่งบานขึ้นอีกครั้งเป็น “ดอกไม้บาน (Blooming Flower)” สะท้อนวัฏจักรธรรมชาติที่ไม่มีวันสิ้นสุด ตลอดจนสื่อถึงความหวัง การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต และการเริ่มต้นใหม่ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมของโลก

ด้านสถาปัตยกรรม จะนำเส้นสายของกลีบดอกไม้มาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบเส้นทางเดินชม เพื่อพาผู้เข้าชมผ่านพื้นที่จัดแสดงทั้งในร่มและกลางแจ้งอย่างกลมกลืน สำหรับตราสัญลักษณ์ประจำอาคาร (Pavilion Logo) ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดอกมณฑารพ” ซึ่งเป็นดอกไม้ทิพย์ตามวรรณคดีไทย โดยนำมาปรับรูปทรงให้มีความร่วมสมัย และออกแบบกลีบดอกให้สอดคล้องกับรูปทรงของ ดอกซากุระ เพื่อสื่อถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

ขณะที่ตัวแทนสัญลักษณ์ “ไทโย” ได้รับการออกแบบให้เป็นทูตสื่อสารเรื่องราวของธรรมชาติ
ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ และพรรณไม้ไทย เพื่อถ่ายทอดความหลากหลายทางชีวภาพและวิสัยทัศน์ด้านอนาคตสีเขียวของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

ไทย–ญี่ปุ่น ครบรอบ 140 ปี เชื่อมเกษตรกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศการเข้าร่วม GREEN×EXPO 2027 ยังมีความสำคัญในมิติความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น เนื่องจากปี 2570 ตรงกับวาระ ครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น Thailand Pavilion จึงจะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สะท้อนมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ผ่านความร่วมมือด้านการเกษตร การพัฒนาบุคลากร นวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมพิเศษตลอดระยะเวลาประมาณ 6 เดือน รวม 7 ครั้ง ครอบคลุม สงกรานต์ เทศกาลดอกไม้ไทย เทศกาลผลไม้ไทย เทศกาลอาหารแห่งอนาคต สัปดาห์ประเทศไทย เทศกาลผ้าไทย และเทศกาลสมุนไพร พร้อมกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นครบ 140 ปี

“จากวันนี้จนถึงวันเปิดงาน เราต้องทำให้คนไทยรู้สึกว่า นี่คือเวทีของเรา และเมื่อถึงวันที่ Thailand Pavilion เปิดประตูต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ทุกคนจะได้เห็นว่าเกษตรไทยมีทั้งรากฐานจากภูมิปัญญา มีศักยภาพด้านนวัตกรรม และมีอนาคตที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับโลกได้” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว

นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวเสริมว่า การเข้าร่วม GREEN×EXPO 2027 ไม่ควรถูกมองเพียงการเข้า
ร่วมงานระดับนานาชาติ แต่ควรมองว่าเป็น “โอกาสของประเทศไทยและคนไทย” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรไทย การเปิดตลาดใหม่ การเพิ่มมูลค่าสินค้า การสร้างโอกาสทางธุรกิจ การเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร ขณะเดียวกัน การเข้าร่วม GREEN×EXPO 2027 ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับ Nakhon Ratchasima International Horticultural Expo 2029 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในลำดับต่อไป

“เมื่อเกษตรไทยไปไกล โอกาสของคนไทยก็ไปไกลด้วย การนำเกษตรไทยไปสู่เวทีโลกจึงไม่ใช่เรื่องของการจัดนิทรรศการเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดประตูให้สินค้า เกษตรกร ผู้ประกอบการ และองค์ความรู้ของไทยได้เชื่อมต่อกับโลกมากขึ้น Thailand Pavilion จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงประเทศไทยในต่างแดน แต่เป็นพื้นที่ที่นำ ‘เกษตรไทย’ จากผืนดินสู่สายตาโลก และเปิดโอกาสใหม่กลับคืนสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และคนไทย” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวปิดท้าย

เตรียมพบกับ Thailand Pavilion ภายใต้แนวคิด “Collaboration with Nature: Caring for Life, Cultivating the Future” หรือ “วิสัยทัศน์ของชีวิตไทยแห่งอนาคต” ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม–26 กันยายน 2570 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมว.สุริยะ ติดตามน้ำท่วมเมืองปัว พร้อมสั่ง ชป.ระดมเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือประชาชน

วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 บิ๊กเกษตร 'อธิบดี-รองปลัด' ขยับเก้าอี้สำคัญ

โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งตำแหน่งบริหารระดับสูง 9 ราย “นฤมล” นั่งอธิบดีกรมหม่อนไหม

เกษตรฯ ชู “แปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์” ต้นแบบยกระดับสินค้าเกษตร ใช้นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าด้วยการแปรรูป

นครศรีธรรมราช – กลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์ (ชะอวดพูนผล) อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินหน้ายกระดับการผลิตมังคุดคุณภาพ ภายใต้การบริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบบนพื้นที่กว่า 620 ไร่ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

กรมหม่อนไหมเชิญชวนเที่ยวงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ชมนิทรรศการ Live Exhibition จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569

ครม. ไฟเขียว 'บิ๊ก กษ.' ล็อตใหญ่ 9 ตำแหน่ง 'สุริยะ' ปัดเอี่ยวโยนปลัด

ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ล็อตใหญ่ 9 ตำแหน่ง 'อธิบดี-รองปลัด-ผู้ตรวจฯ' ด้าน 'สุริยะ' ย้ำเป็นอำนาจปลัด กษ. ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ยันคัดจากผลงาน-ความซื่อสัตย์

รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง

"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม