BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ชู Data Backbone เชื่อมข้อมูลพร้อมใช้ ต่อยอด ThaiLLM-กำลังคน AI ผนึกภาครัฐ-เอกชน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 4 ของการดำเนินงาน พร้อมเปิดทิศทางปี 2570 มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้พร้อมใช้ ต่อยอด AI ภาษาไทยและกำลังคนด้าน Data–AI รวมถึงขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนข้อมูลสู่ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี

นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า แนวคิด “Big Data for a Resilient Thailand” สะท้อนบทบาทของข้อมูลในการเตรียมประเทศไทยให้สามารถรับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงาน โดยข้อมูลเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ประเทศเข้าใจสถานการณ์ มองเห็นความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ภายใต้กติกา มาตรฐาน และกลไกที่สร้างความเชื่อมั่น เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและกำหนดมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ตรงจุด

“ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 และแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2568–2570 เป็นกลไกสำคัญในการวางกรอบให้การเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ AI และการพัฒนากำลังคน โดยบทบาทของ BDI คือการทำให้ความพร้อมด้านข้อมูลนำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ตอบโจทย์ประเทศ พร้อมเดินหน้าสู่บทบาท National Data Backbone ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง D2 เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถแบ่งปันและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ” นายกุลิศ กล่าว

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2570 ภายใต้หัวข้อ “Data Backbone for a Resilient Thailand เชื่อมข้อมูลพร้อมรับอนาคต” โดยชูข้อมูลในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และการพัฒนากลไกให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา BDI มุ่งวางรากฐานให้ข้อมูลของประเทศสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 จึงเป็นช่วงสำคัญของการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทีจับต้องได้ ทั้งในการกำหนดนโยบาย การยกระดับบริการประชาชน และการรับมือกับโจทย์สำคัญของประเทศ เป้าหมายของเรา คือ ทำให้ข้อมูลไม่เพียง ‘เชื่อมถึงกัน’ แต่ต้อง ‘พร้อมใช้’ และสร้างคุณค่าได้จริง”

หนึ่งในกลไกสำคัญคือ D2 หรือ Data Integration and Intelligence Platform แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ National Data Backbone เพื่อสนับสนุนการแบ่งปันและใช้ประโยชน์จากข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 เพื่อให้ข้อมูลพร้อมสนับสนุนการกำหนดนโยบาย บริการประชาชน และการรับมือสถานการณ์สำคัญของประเทศ

จาก “วางรากฐาน” สู่ “สร้างผลลัพธ์” หมุดหมายสำคัญของ BDI ปีที่ 4

การก้าวสู่ปีที่ 4 สะท้อนการขยับจากการวางรากฐานด้านข้อมูล สู่การนำ Data และ AI ไปใช้กับโจทย์จริง ผ่าน “BDI Forward: Progress in Action เปิดความก้าวหน้า สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ซึ่งนำเสนอความก้าวหน้าและแผนปี 2570 ของโครงการสำคัญ ได้แก่ Travel Link เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว, Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการรักษาและส่งต่อผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง, Envi Link วิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเพื่อเฝ้าระวังและรับมือปัญหา โดยเฉพาะ PM 2.5 และ PD Link เชื่อมข้อมูลระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจเชิงพื้นที่

อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการพัฒนา กำลังคนด้าน Data และ AI ผ่านแนวทาง Micro-credential เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และรับรองทักษะเฉพาะด้าน ควบคู่กับ THackle และกิจกรรม Hackathon ที่เปิดโอกาสให้นำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง และต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ต่อยอด ThaiLLM สู่ AI ที่เข้าใจบริบทประเทศไทย

ด้านปัญญาประดิษฐ์ นายปฏิภาณ ประเสริฐสม (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ เปิดทิศทาง ThaiLLM 2027 มุ่งยกระดับโมเดลภาษาไทยให้ครอบคลุมบริบทของประเทศมากขึ้น ทั้งการรวบรวมข้อมูลภาษาถิ่นเพื่อสะท้อนความหลากหลายทางภาษา การเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงและทดลองใช้งาน การพัฒนา Benchmark ด้านการสกัดข้อมูลและการตรวจจับข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลให้รองรับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น การพัฒนาดังกล่าวเชื่อมโยงกับแนวคิด AI Sovereignty หรือการเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อรองรับบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม และบริการภาครัฐ

เปิดมุมมองยุทธศาสตร์ AI ประเทศไทย สู่ Intelligent Nation

อีกหนึ่งไฮไลต์คือเวที “Thailand AI Strategy ยุทธศาสตร์ AI ของไทย” ซึ่งแลกเปลี่ยนมุมมองต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2570–2575 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Intelligent Nation – Built. Trusted. Useful” มุ่งเร่งการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการสร้างอธิปไตยทาง AI ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ กำลังคน และการสร้างมูลค่า

เวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม CEO/Co-Founder ZTRUS, ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ AIEAT และ CEO iApp Technology โดยมี ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ BDI เป็นผู้ดำเนินรายการ

[ผนึกภาครัฐ–เอกชน ขยาย Ecosystem Data–AI]

BDI ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการนำข้อมูลและ AI ไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมนำเสนอหัวข้อ “Public Private Collaboration ผนึกกำลังรัฐ–เอกชน ช่วยสร้าง ช่วยเสริม” พร้อมด้วย บริษัท ควอนตัมลีป จำกัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนพัฒนาผู้ประกอบการผ่านโครงการ BDI Hackathon Pro 2026 ซึ่งโครงการนี้เป็นกลไกเชื่อมโยงโจทย์ปัญหาจริงจากพื้นที่กับผู้พัฒนานวัตกรรมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยข้อมูล และส่งเสริมการต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์ในอนาคต นอกจากนี้ โครงการ The UP ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นการให้คำปรึกษาเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการนำข้อมูลและ AI ไปพัฒนาธุรกิจ

การก้าวสู่ปีที่ 4 ของ BDI จึงเป็นการขยับจากการวางรากฐานด้านข้อมูล ไปสู่การทำให้ “ข้อมูลพร้อมใช้” และสร้างผลลัพธ์ได้จริง ภายใต้แนวคิด “Big Data for a Resilient Thailand” โดยมุ่งสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ข้อมูลและ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจ เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเสริมความพร้อมของประเทศในการเผชิญความท้าทายในอนาคต และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ได้ทางเว็บไซต์ https://bdi.or.th/ และ Facebook: BDI - Big Data Institute.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คืนเวลาและศักดิ์ศรีให้ประชาชน: ถอดบทเรียนสหรัฐฯ สู่การทลายเขาวงกตภาครัฐด้วย AI

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เห็นโพสต์ที่น่าสนใจมากจาก พล.อ.ต. ดร.อมร ชมเชย เกี่ยวกับหน้าเว็บไซต์ภาครัฐของสหรัฐอเมริกา (america.gov) ซึ่งเปิดหน้าแรกมาด้วยข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังอย่างยิ่งว่า:

คุมเข้มความปลอดภัยโรงเรียน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารปกปิดเหตุ

รัฐบาลเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารโรงเรียนปกปิดเหตุ เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัยในโรงเรียน รับมือภัยออนไลน์ เปิด Traffy Fondue แจ้งเหตุ

กยท. ตั้งคณะทำงาน-ผนึก AI รับมือโรคยางใบร่วง

“เบญจพล“ประธานบอร์ด กยท. ถกวางระบบรับมือโรคยางพารา ตั้งคณะทำงาน เชื่อมข้อมูล 7 เขต ใช้ AI ประเมินความเสี่ยง - เตือนภัยล่วงหน้า ดัน Quick Win ฟื้นผลผลิตเกษตรกร

'หมออลงกต' ชูแพ็กเกจ 29 บาท ลดกำแพงค่าเน็ต เปิดทางคนธรรมดาใช้ AI ผ่าน TH-AI Passport ได้ไม่อั้น ไร้กังวลเน็ตหมด

นายแพทย์อลงกต มณีกาศ กล่าวว่า แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต 29 บาทต่อเดือน สำหรับการใช้งาน AiPASS ภายใต้โครงการ TH-AI Passport จะช่วยลดข้อจำกัดด้านค่าอินเทอร์เน็ต และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายขึ้น

ไทยจับมือจีนยกระดับวิจัยทางทะเล ดันเทคโนโลยี AI เฝ้าระวังมหาสมุทร

ไทย-จีนเดินหน้าความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล แลกเปลี่ยนงานวิจัย-เทคโนโลยี รับมือภูมิอากาศ ไมโครพลาสติก และฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมขยายเครือข่ายสู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้